Thursday, July 31, 2014

กินผลไม้พื้นบ้านต้านโรค




เมืองไทยมีผลไม้พื้นบ้านราคาย่อมเยาอยู่มากมายที่ให้ประโยชน์และคุณค่าทางโภชนาการต่อร่างกายในปริมาณสูง อีกทั้ง ยังได้มีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้วว่าสารเคมีที่อยู่ในผลไม้นั้นมีสรรพคุณเป็นยากระตุ้นการทำงานของระบบต่าง ๆ รวมถึงเสริมสร้างภูมิต้านทานได้อีกด้วย

ฝรั่ง 


ผลไม้พื้นบ้านราคาถูก และออกผลตลอดปี ทุกสายพันธุ์ล้วนเป็นสุดยอดผลไม้ที่มีวิตามินซี ใยอาหาร และสารต้านอนุมูลอิสระในปริมาณสูงมาก ช่วยกระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาว ทำให้ร่างกายมีภูมิต้านทานโรคมากขึ้น จึงสามารถป้องกันการเป็นไข้หวัดได้ หรือช่วยสร้างรวมทั้งป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟันที่เราเคยท่องจำกันในสมัย เด็ก ๆ ได้อีกด้วย

มะเฟือง  


นอกเหนือจากความสวยงามแปลกตาในเรื่องรูปทรงแล้วยังให้คุณค่าทางโภชนาการอย่างเต็มเปี่ยม มะเฟืองอุดมไปด้วยวิตามินซี วิตามินเอ ฟอสฟอรัสและแคลเซียม ช่วยรักษาอาการเลือดออกตามไรฟัน เป็นยาระบายแก้ท้องผูกช่วยขับเสมหะได้

ทับทิม 


ผลไม้รสหวานอมเปรี้ยว ออกฤทธิ์เป็นยาบำรุงกำลัง แก้เจ็บคอ แก้โลหิตจาง ห้ามเลือด รักษาแผล แก้อาการปวดกระเพาะอาหาร ขับพยาธิในลำไส้ แก้ท้องร่วง นอกจากนี้ หากดื่มน้ำทับทิมตอนเช้าวันละ 1 แก้วจะช่วยลดอาการคลื่นไส้ ในคุณแม่ตั้งครรภ์ได้

มะละกอแขกดำ 


ผลไม้สุดอร่อยที่มีประโยชน์ใช้สอยอีกมากมาย เนื้อมะละกออุดมไปด้วยวิตามินซี มีเบต้าแคโรทีน ไลโคพีน รวมถึงมีแมกนีเซียม ทองแดง โพแทสเซียมและใยอาหาร เมื่อรับประทานเป็นประจำจะช่วยบำรุงให้ผิวพรรณชุ่มชื้น มีเส้นใยอาหารที่ช่วยในการขับถ่าย ขจัดไขมันในผนังลำไส้ ช่วยให้ลำไส้สะอาดดูดซึมอาหารได้ดีขึ้น

ส้มโอ 


ในส้มโอมีสารเพคติน (Pectin) สูง มีคุณสมบัติช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือดและมีสารโมโนเทอร์ปืน ที่ช่วยในการจับสารก่อมะเร็ง นอกจากนั้นหากรับประทานส้มโอหลังมื้ออาหารจะช่วยขับลมในกระเพาะและลำไส้ช่วย ให้ระบบย่อยทำงานได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

มะขาม  


เนื้อมะขามมีสารแอนทราควินิน (Antraquinone) ซึ่งช่วยให้ประจำเดือนมาเป็นปกติ อีกทั้งยังมีกรดอินทรีย์ (Organic Acid) อยู่หลายชนิด เช่น กรดทาร์ทาร์ริก (Tartaric Acid) และกรดซิตริค (Citric Acid) มีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อน ๆ เพิ่มกากใยอาหาร และช่วยให้ขับถ่ายสะดวก

มะยม 


เป็นผลไม้พื้นบ้านที่ให้รสเปรี้ยวอมฝาด อุดมไปด้วยแคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินเอ และวิตามินซีสูง มีฤทธิ์ช่วยสมานแผลและใช้เป็นยาขับปัสสาวะ แก้อาการหลอดลมอักเสบ


การเลือกกินผลไม้ทุกชนิด นอกจากต้องกินผลไม้ที่สดสะอาดเพื่อให้ร่างกายได้รับคุณค่าสูงสุดแล้ว สิ่งสำคัญที่ต้องทำควบคู่กันไปก็คือ การดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงสม่ำเสมอเพียงเท่านี้ก็ไม่ต้องกลัวโรคภัยใด ๆ มากล้ำกรายแล้ว



เรื่อง : PK
แหล่งที่มา  Wellbeing & Health Modernmom, http://health.kapook.com/view24770.html
เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/pin/293015519480295746/

Wednesday, July 30, 2014

15 แหล่งสกปรกสุดยี้ที่อยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด



         ความสกปรกย่อมมากับเชื้อโรคต่าง ๆ ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดความเจ็บป่วย เราอาจจะคิดว่าเชื้อโรคเป็นเรื่องไกลตัว แต่จริงๆ แล้วเชื้อโรคอันตรายบางชนิดก็อยู่ใกล้ตัวเราโดยที่เราคาดไม่ถึง

          สิ่งของบางอย่างหรือสถานที่บางสถานที่ที่เราไม่คิดว่าจะเป็นที่อยู่ของเชื้อโรคได้ก็อาจจะเป็นที่ที่เต็มไปด้วยเชื้อโรคอันตรายก็เป็นได้ วันนี้กระปุกดอทคอมได้นำข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับแหล่งที่สกปรกและเป็นแหล่งของเชื้อโรคที่อยู่ใกล้ตัวเราโดยที่เราไม่รู้ตัวมาเล่าสู่กันฟังค่ะ ลองไปดูกันเลยดีค่ะ

โทรศัพท์ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต

          เชื่อหรือไม่ว่าสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตนี่ล่ะคือแหล่งสะสมเชื้อโรคชั้นดี มีการวิจัยพบว่าบนจอโทรศัพท์สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ตมีเชื้อโรคสะสมมากกว่าโถส้วมถึง 20 เท่า ! โดยเฉพาะเชื้อโรค E. coli และ Staphyloccocus aureus ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคผิวหนังต่าง ๆ โรคปอดอักเสบ และการติดเชื้อในกระแสเลือด เชื้อโรคเหล่านี้ถูกนำมาติดโดยการใช้นิ้วสัมผัสบนจอโทรศัพท์โดยไม่ได้ล้างก่อน ซึ่งผู้คนส่วนใหญ่ก็ไม่ได้รักษาสุขอนามัยถึงขนาดล้างมือบ่อย ๆ และไม่ยอมทำความสะอาดหน้าจอบ่อย ๆ ทำให้เชื้อโรคสะสมอยู่บนจอโทรศัพท์ ซึ่งกว่าจะรู้ตัวก็สายไปเสียแล้ว

          วิธีการแก้ไขก็ไม่ยาก เพียงทำความสะอาดหน้าจอโทรศัพท์สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตด้วยน้ำยาทำความสะอาดจอทัชสกรีนโดยเฉพาะอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง และล้างมือทุกครั้งก่อนและหลังใช้โทรศัพท์สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต เพราะเป็นการยั้บยั้งเชื้อโรคได้ดีที่สุด นอกจากนี้ไม่ควรใช้โทรศัพท์ร่วมกับใครเพื่อป้องกันเชื้อโรคติดต่ออีกด้วย


คีย์บอร์ด เม้าส์คอมพิวเตอร์

          บางครั้งสิ่งที่เราละเลยที่จะทำความสะอาดอย่างคีย์บอร์ดและเม้าส์คอมพิวเตอร์เพียงเพราะคิดว่ามันไม่ได้สกปรกซักเท่าไหร่นี่ล่ะ คือแหล่งสะสมเชื้อตัวฉกาจเชียวล่ะ ไม่ใช่เพียงแค่เจ้าปุ่มเล็ก ๆ บนคีย์บอร์ด หรือปุ่มบนเม้าส์เพียงเท่านั้นที่มีเชื้อโรคสกปรกสะสมอยู่ แต่บรรดาตามซอกเล็กๆ  หรือร่องของคีย์บอร์ดก็เป็นแหล่งกักเก็บฝุ่นและเชื้คโรคที่คุณอาจจะคาดไม่ถึง ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคต่าง ๆ

          การรักษาความสะอาดอุปกรณ์เหล่านี้ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงทำความสะอาดด้วยน้ำยาทำความสะอาดคอมพิวเตอร์อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง นอกจากนี้ยังควรแกะคีย์บอร์ดออกมาทำความสะอาดอย่างน้อยเดือนละครั้งด้วย


 กระเป๋าสะพาย เป้ กระเป๋าสตางค์

          เราใช้กระเป๋าชนิดต่าง ๆ ในการเก็บข้าวของ แต่หารู้ไม่ว่าภายในกระเป๋าคือแหล่งกักเก็บเชื้อโรคที่เราคาดไม่ถึงเชียวล่ะ โดยมีการวิจัยพบว่าบริเวณก้นกระเป๋านั้นเต็มไปด้วยเชื้อโรคมากกว่าหมื่นตัว นอกจากนี้กระเป๋าสตางค์ก็เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคที่อันตรายไม่แพ้กัน ซึ่งเชื้อโรคเหล่านี้มาจากธนบัตรและเหรียญนั่นเอง เชื้อโรคส่วนใหญ่ที่พบล้วนเป็นอันตราย ได้แก่ Staphylococcus สาเหตุของทำให้เกิดตาแดง นอกจากนี้ยังมีเชื้อ Salmonella และ E.coli ที่ก่อให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษ และท้องเสียอีกด้วย

          วิธีการรักษาความสะอาดก็ไม่ยาก เพียงนำกระเป๋าไปตากแดดเพื่อฆ่าเชื้อโรคและหมั่นทำความสะอาดกระเป๋าบ่อย ๆ ด้วยทิชชู่เปียกที่มีสารเชื้อแบคทีเรีย นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการนำกระเป๋าไปวางในที่ที่สกปรกด้วย


เงิน

          เงิน ไม่ว่าจะเป็นธนบัตรหรือเหรียญต่างก็เต็มไปด้วยเชื้อโรคที่ส่งผ่านกันมามือต่อมือ ซึ่งเป็นแหล่งเชื้อโรคที่ผู้คนละเลยมากที่สุด โดยผลการศึกษาจากคณะนักวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ประเทศอังกฤษ ระบุว่า บนธนบัตร 1 ใบ จะมีเชื้อแบคทีเรียสะสมโดยเฉลี่ย 26,000 ตัว ซึ่งเชื้อโรคเหล่านี้มีผลอันตรายกับผู้ที่มีภูมิต้านทานโรคต่ำ

          ทั้งนี้ แม้เราจะไม่สามารถทำความสะอาดธนบัตรหรือเหรียญที่รับมาได้ แต่การรักษาความสะอาดที่ดีที่สุดคือการล้างมือทุกครั้งที่จับหรือสัมผัสกับเงิน เพื่อเป็นการป้องกันตัวเองจากเชื้อโรคเหล่านั้นค่ะ


รีโมท

          เราหยิบจับรีโมทกันอยู่บ่อย ๆ แต่หารู้ไม่ว่ามันคือแหล่งสะสมเชื้อโรคเช่นกัน เพราะน้อยคนจะนึกถึงว่ารีโมทเป็นสิ่งที่ควรทำความสะอาดด้วยเช่นกัน ทำให้บรรดาเชื้อโรคต่าง ๆ ที่มาจากสัมผัสโดยตรงกับมือของเราซึ่งยังไม่ผ่านการล้างทำความสะอาดตามสุขอนามัยที่ถูกต้อง สะสมอยู่ตามส่วนต่าง ๆ ของรีโมท

          วิธีการทำความสะอาดก็ไม่ยาก เพียงแค่ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรคเช็ดทำความสะอาดบ่อย ๆ และควรจะล้างมือก่อนและหลังจับรีโมทเพื่อป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย

 
หมอน - เตียงนอน

          หมอนและเตียงนอนที่เราใช้เพื่อพักผ่อนในทุก ๆ คืนนั้นก็ใช่ว่าจะไม่มีเชื้อโรคหรือสิ่งสกปรก เพราะในทุกคืนที่เรานอนหลับนั้นผิวของเราก็จะผลัดเซลล์ที่ตายออก ซึ่งตกอยู่บนเตียงนอนและหมอน นอกจากนี้ยังมีบรรดาเศษสิ่งสกปรกและเชื้อโรคต่าง ๆ ที่มาจากกิจกรรมที่เราทำบนเตียงนอน ไม่ว่าจะเป็นการนอนโดยไม่เปลี่ยนเสื้อผ้า การนำของมาวางไว้ หรือแม้แต่การนำอาหารขึ้นมากินบนเตียงนอน และเมื่อเรานอนในเวลากลางคืนก็ไม่ใช่เรื่องยากที่เชื้อโรคเหล่านั้นจะเข้าสู่ร่างกายของเรา

          อย่างไรก็ตาม แสงแดดและน้ำร้อนสามารถทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคที่อยู่บนหมอนและเตียงนอนได้ เพียงนำปลอกหมอนและผ้าปูที่นอนมาซักด้วยน้ำร้อนสัปดาห์ละครั้ง และหมั่นนำเอาหมอนและเตียงนอนมาตากแดดบ่อย ๆ เท่านี้ก็เป็นการกำจัดเชื้อโรคและเศษสิ่งสกปรกต่าง ๆ ได้ค่ะ

 
 สวิตช์ไฟ 

          สวิตช์ไฟเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคที่เราต้องใช้อยู่ทุกวันแต่ก็ละเลย จากการศึกษาในประเทศอังกฤษพบว่า บนสวิตช์ไฟมีเชื้อแบคทีเรียถึง 217 ตัวต่อตารางนิ้ว โดยเฉพาะสวิตช์ไฟห้องน้ำนั้นมีเชื้อโรคอาศัยอยู่มากกว่าหลายเท่าตัว ทำให้เป็นแหล่งแพร่เชื้อโรคชั้นดีไปสู่บุคคลอื่น ๆ จากการสัมผัสอีกด้วย

          รู้แบบนี้แล้ว อย่าละเลยทำความสะอาดสวิตช์ไฟเด็ดขาด เพียงใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรคเช็ดทำความสะอาดอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง จะช่วยทำให้สวิตช์ไฟของเราสะอาดและปราศจากเชื้อโรคค่ะ


 มือจับประตู ลูกบิด

          มือจับประตูและลูกบิดคือจุดอันตรายจากเชื้อโรคอีกจุดหนึ่งที่ถูกมองข้าม  ร้อยทั้งร้อยเชื่อว่ามากกว่า 90% ของเชื้อโรคอาศัยอยู่ โดยเฉพาะมือจับประตูและลูกบิดประตูบ้าน แต่การหมั่นล้างมือและเช็ดทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคบ่อย ๆ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 -3 ครั้ง เป็นการช่วยทำให้มือจับประตูและลูกบิดปราศจากเชื้อโรคได้

 
เครื่องปรับอากาศ 

         ใครว่าเครื่องปรับอากาศที่เป็นใช้กันอยู่เป็นประจำนั้นไม่มีเชื้อโรค มันคือแหล่งกักเก็บและแพร่เชื้อโรคชั้นดีเลยต่างหากล่ะ เพราะเชื้อโรคที่อยู่ในอากาศนั้นจะถูกดักเอาด้วยแผ่นกรองอากาศ แต่บางครั้งเราก็ลืมที่จะนำมันออกมาทำความสะอาดจนแผ่นกรองอากาศเหล่านั้นสกปรกทำให้เชื้อโรคเหล่านั้นแพร่กระจายออกมา ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคภัยต่าง ๆ เช่น ภูมิแพ้ ผื่นผิวหนังอักเสบ หืดหอบ ปอดบวมจากเชื้อลีเจียนแนร์ วัณโรค สุกใส งูสวัด หัดเยอรมัน และโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจอื่น ๆ

          วิธีทำความสะอาดก็ง่าย ๆ เพียงเรานำแผ่นกรองอากาศออกมาทำความสะอาดเดือนละครั้ง หมั่นทำความสะอาดภายในบริเวณเครื่องปรับอากาศอยู่เสมอและควรจะล้างแอร์อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง

 
 ฝักบัว

          ฝักบัวเป็นแหล่งสะสมเชื้อราและแบคทีเรียที่เราละเลยทั้งที่ใช้อยู่ทุกวัน เพราะคงจะหาคนที่ทำความสะอาดฝักบัวทุกวัน หรือแม้แต่จะทำความสะอาดทุกสัปดาห์ก็ยังเป็นไปได้ยาก ซึ่งเชื้อโรคที่อยู่ในฝักบัวนั้นเป็นสาเหตุของโรคปอดอีกด้วยค่ะ

          การทำความสะอาดฝักบัวในเบื้องต้นคือการนำน้ำส้มสายชูหรือแอมโมเนียเช็ดทำความสะอาดอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง และหมั่นถอดฝักบัวออกมาทำความสะอาดด้วยแปรงสีฟันกับผงซักฟอกหรือน้ำยาล้างจาน หากเป็นฝักบัวที่ถอดออกไม่ได้ ก็นำถุงพลาสติกใส่น้ำส้มสายชูแล้วนำหัวฝักบัวแช่ในถุงข้ามคืนหลังจากนั้นค่อยทำความสะอาดอีกครั้งหนึ่งค่ะ

  
ผ้าเช็ดตัว

          ผ้าเช็ดตัวเป็นสิ่งที่ไม่ควรใช้ร่วมกัน เพราะในผ้าเช็ดตัวนั้นมีเชื้อโรค Staphylococus ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคผิวหนังซุกซ่อนอยู่ นอกจากนี้ หากปล่อยให้ผ้าเช็ดตัวชื้นเป็นเวลานานก็จะทำให้เกิดเชื้อราอีกด้วย

          เราควรเปลี่ยนผ้าเช็ดตัวอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง เพื่อสุขอนามัยที่ดี และควรนำผ้าเช็ดตัวไปตากในที่แห้งทุกครั้งหลังจากใช้ เพื่อให้ไม่เกิดเชื้อรา

 
แปรงสีฟัน

          แปรงสีฟันเป็นสิ่งที่ใกล้ตัวที่สุดเพราะเราต้องเอามันเข้าปากอยู่เช้าเย็น ดังนั้นจึงยิ่งต้องควรรักษาความสะอาดอย่างยิ่ง เพราะถึงแม้ว่าเราจะทำความสะอาดอย่างไรแต่ผลวิจัยก็เคยพบว่า ในแปรงสีฟันก็ยังมีเชื้อจุลินทรีย์อย่างน้อย 10 ล้านตัว !!! ยิ่งถ้าวางอยู่ใกล้บริเวณชักโครกก็ยิ่งสกปรกขึ้นอีก นอกจากนี้ยังมีเชื้อโรคที่ติดมาจากน้ำลายและเสมหะของผู้ใช้อีกด้วย 

          ดังนั้น นอกจากทำความสะอาดแปรงสีฟันให้สะอาดทุกครั้งที่ใช้แล้ว เราควรทำความสะอาดที่เก็บแปรงสีฟันให้สะอาดอยู่เสมอ และควรเปลี่ยนแปรงสีฟันอย่างน้อยทุก 3 เดือน เพื่อสุขอนามัยของช่องปากและสุขภาพของตัวเราเอง


โถส้วม

          แชมป์ของแหล่งสะสมเชื้อโรคคงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากโถส้วม ยิ่งเป็นโถส้วมในห้องน้ำสาธารณะยิ่งสกปรกกว่าโถส้วมในห้องน้ำตามบ้านเรือนปกติหลายเท่าตัว และโถส้วมนั้นนอกจากจะเป็นแหล่งของสะสมของเชื้อโรคแล้วยังเป็นแหล่งแพร่เชื้อโรคที่อันตรายและร้ายแรงอีกด้วย 

          เช่นนี้แล้ว ก็ควรหมั่นทำความสะอาดโถส้วมและฝารองนั่งบ่อย ๆ เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค นอกจากนี้เมื่อใช้โถส้วมเสร็จทุกครั้งควรกดน้ำหรือราดน้ำด้วยทุกครั้ง และล้างมือหลังจากใช้เพื่อฆ่าเชื้อโรคที่จะเข้าสู่ร่างกายอีกด้วย


 อ่างล้างจาน ฟองน้ำ

          อ่างน้ำจานและฟองน้ำเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคและแบคทีเรีย รวมทั้งเชื้อราจำนวนมาก ทั้งชนิดที่รุนแรงและไม่รุนแรง อย่างเช่น "เชื้อซัลโมเนลล่า" ซึ่งเป็นสาเหตุของอาหารเป็นพิษหรืออุจจาระร่วง หากนำไปใช้ล้างและขัดถูภาชนะต่าง ๆ คนเราก็มีสิทธิ์เอาเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้

          การทำความสะอาดอ่างล้างจานและฟองน้ำก็ไม่ยาก เพียงใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับล้างอ่างล้างจานที่มีสารกำจัดเชื้อแบคทีเรียล้างอ่างล้างจานอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง และนำฟองน้ำที่ใช้สำหรับล้างจานไปตากแดดอย่างน้อย 2 -3 ชั่วโมงเพื่อให้แสงแดดช่วยทำลายกรดและเชื้อแบคทีเรียในฟองน้ำ

  
ตู้เย็น

          ตู้เย็นเป็นแหล่งอาหารชั้นเลิศของบ้าน และเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคต่าง ๆ อีกด้วย เพราะเชื้อโรคเป็นจำนวนมากเติบโตได้ดีในอากาศเย็น ทำให้เชื้อโรคที่ติดมากับภาชนะใส่อาหารหรืออาหารสดต่าง ๆ สามารถเติบโตและแพร่กระจายอยู่ในตู้เย็น โดยเฉพาะเจ้าแบคทีเรียที่ชื่อ ลิสเทอเรีย (Listeria) ซึ่งหากเข้าสู่ร่างกายอาจทำให้เกิดอาการหนาวสั่น ปวดท้อง หรือปวดศีรษะได้

         ดังนั้นเราจึงควรหมั่นเช็ดทำความสะอาดอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง และควรเช็ดทำความสะอาดตู้เย็นด้วยน้ำร้อนเพื่อฆ่าเชื้อเดือนละครั้งอีกด้วย

 
          สิ่งที่ป้องกันเชื้อโรคต่าง ๆ รอบตัวได้นั่นก็คือการรักษาความสะอาดและสุขอนามัยของตนเองรวมทั้งสิ่งของ สถานที่ต่าง ๆ ใกล้ตัวอยู่เสมอ ไม่ใช่เรื่องยากที่เราจะหลีกไกลจากการเจ็บป่วย เริ่มต้นง่าย ๆ เพียงแค่ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งหลังสัมผัสกับสิ่งสกปรก เพียงแค่นั้นเราก็จะมีสุขภาพที่ดีได้ค่ะ
 

เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/pin/31173422392894611/

Tuesday, July 29, 2014

หลากเทคนิค ช่วยให้นอนหลับสบาย




        หลาย ๆ คนมีปัญหาการนอนไม่ค่อยหลับ เวลานอนก็ไม่พอ เป็นผลให้เช้ามาก็ไม่สดใส แล้วยิ่งหากนอนน้อยติดต่อกันจะทำให้ร่างกายเสื่อมโทรมขึ้นมาอีกด้วยนะคะ วันนี้เลยมีเทคนิคเล็ก ๆ เพื่อช่วยให้หลับสบายมากขึ้นมาฝากกันค่ะ
 

 จัดระเบียบเวลาการนอน

          พยายามจัดระเบียบการนอนให้เป็นเวลาและพยายามเข้านอนตามเวลานั้น ๆ อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะช่วงเวลาก่อน 4 ทุ่ม และตื่น 6 โมงเช้า เพราะนี่คือช่วงที่เหมาะสมที่สุดในการพักผ่อนร่างกาย

นั่งสมาธิก่อนนอน ทำจิตใจให้สงบ

          การฝึกกำหนดลมหายใจ การนั่งสมาธิ การเล่นโยคะ และการรำไทเก๊ก ช่วยให้ร่างกายของคุณผ่อนคลายและหลับสบายมากขึ้น รวมไปถึง การทำจิตใจให้สงบ หากมีอะไรรบกวนจิตใจก่อนเข้านอน ให้ระบายสิ่งที่กวนใจนั้นด้วยการเขียนลงบนกระดาษหรือระบายให้คนรอบข้างฟังเสียก่อน

 ใช้อุปกรณ์เสริมและสร้างบรรยากาศ

          การใช้ที่ปิดตาและการเปิดดนตรีเบา ๆ ขับกล่อม การสร้างกลิ่นหอมอ่อน ๆ จากน้ำมันหอมระเหยวางในห้อง จะช่วยให้คุณผ่อนคลายและการนอนหลับที่ง่ายขึ้น อยู่ห่างจากเครื่องมือสื่อสารทุกชนิดที่จะดังรบกวนคุณได้ในระหว่างการนอนหลับ ปิดไฟในห้องนอนเพื่อสร้างบรรยากาศที่สงบให้กับตัวคุณเอง

 ออกกำลังกายก่อนนอน

          ควรออกกำลังกายก่อนนอน ในช่วงเย็น หรือประมาณ 4-6 ชั่วโมงก่อนนอน และควรทำเป็นประจำ เนื่องจากการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยทำให้คุณหลับสบายมากขึ้น อีกอย่างจะทำให้คุณมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงมากขึ้นด้วย

 การปรับอุณหภูมิและเครื่องฟอกอากาศ

          ปรับอุณหภูมิห้องให้เย็นระหว่าง 17-25 องศาเซลเซียส แล้วจะหลับง่ายสบายพอดี รวมทั้งเสริมเครื่องฟอกอากาศในห้องนอนเพื่อเพิ่มปริมาณออกซิเจนที่สมดุล จะนอนหลับลึกได้ต่อเนื่อง


 หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มกระตุ้น

          หลีกเลี่ยงการดื่มชา กาแฟ และช็อกโกแลตระหว่างวัน เพราะกาเฟอีนที่ผสมอยู่จะทำให้ร่างกายตื่นตัว และจะทำให้หลับยาก

ดื่มเครื่องดื่มอุ่นก่อนเข้านอน

          อย่างการดื่มน้ำอุ่น นมอุ่น หรือเครื่องดื่ม Whole Grains ก่อนนอน จะช่วยทำให้สมองและร่างกายผ่อนคลายและง่วงนอนง่ายขึ้น

 รับประทานอาหารให้ถูกต้อง

          นอกจากการหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีนแล้ว ก็ไม่ควรนอนในขณะที่กำลังหิวหรืออิ่มเกินไป และไม่ควรนอนทันทีหลังจากที่ดื่มน้ำหรือรับประทานของเหลว เมื่อใดก็ตามที่คุณรู้สึกหิว ให้รับประทานผลไม้ เช่น กล้วย ที่อุดมไปด้วยโปแทสเซียมและได้รับการวิจัยมาแล้วว่าสามารถช่วยให้นอนหลับสบายหลังจากรับประทาน

 ขอคำปรึกษาจากแพทย์

          หลาย ๆ คนอาจมองว่าการนอนไม่พอมีปัจจัยมาจากความเครียด แต่ที่จริงแล้วการที่ร่างกายได้รับการพักผ่อนไม่เพียงพอนั้นอาจส่งผลกับร่างกายในด้านอื่น ๆ ได้อีก ถ้ามีปัญหาในเรื่องของการนอนหลับควรรับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ


แหล่งที่มา  Woman plus, http://health.kapook.com/view94126.html
เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/pin/103653228896810750/