Thursday, April 30, 2015

แมงลัก สรรพคุณแจ่มแท้ ก่อนกินตามกระแส รู้ 10 เรื่องนี้หรือยัง?




         แมงลัก สรรพคุณไม่ธรรมดาจริง ๆ ไม่ใช่แค่ช่วยลดน้ำหนักได้ แต่ยังมีประโยชน์อีกมากมายแฝงอยู่ในพืชชนิดนี้ ทั้งส่วนใบและส่วนเมล็ด ก่อนจะทานตามกระแสที่ใคร ๆ เขาบอกว่าดี มารู้จักเม็ดแมงลักให้มากขึ้นเสียก่อน จะได้รู้ว่าสมุนไพรชนิดนี้เหมาะกับเราหรือเปล่า

1. แมงลักเป็นพืชตระกูลกะเพรา

          บางคนรู้จักแต่เม็ดแมงลัก แต่ไม่เคยเห็นต้นและใบ เลยไม่รู้ว่านี่ก็เป็นหนึ่งในพืชตระกูลกะเพรา-โหระพา (Basil) เหมือนกันนะ โดยมีชื่อภาษาอังกฤษว่า Hoary Basil หรือ Hairy Basil ลักษณะต้นคล้ายกับต้นกะเพรา แต่กลิ่นไม่เหมือนกัน นอกจากนี้ต้นและใบกะเพรากับโหระพายังมีสีแดงปนอยู่บ้าง แต่แมงลักจะไม่มีสีแดงเลย

2. ใบแมงลักให้พลังงานน้อย แต่สารอาหารเพียบ

          ข้อมูลจากระบบฐานข้อมูลสารอาหารไทย โดยสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยพายัพ และสาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอาหาร คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยพายัพ ระบุว่า ใบแมงลักหนึ่งหน่วยบริโภค ให้พลังงานเพียง 32 กิโลแคอลรี และยังให้แร่ธาตุวิตามินมากมาย

3. รักษาโรคหวัดได้ด้วย

          คนชอบเป็นหวัดคัดจมูกต้องผูกมิตรกับใบแมงลักไว้สักหน่อยค่ะ เพราะแมงลักเป็นยารสร้อนเล็กน้อย ใบสดของแมงลักมีสรรพคุณเป็นยาแก้หวัด ลดอาการหลอดลมอักเสบ ขับเหงื่อได้ แนะนำใส่ในแกงเลียงที่มีสมุนไพรหลายชนิด แล้วอาการหวัดจะดีขึ้น

 
4. เรียกน้ำนมให้คุณแม่มือใหม่

          จะบอกให้รู้ว่า "ใบแมงลัก" เป็นสมุนไพรที่ช่วยเรียกน้ำนมได้ดีทีเดียว เหมาะสำหรับคุณแม่ที่เพิ่งคลอดบุตรใหม่ ๆ การทานแมงลักจะช่วยเพิ่มปริมาณน้ำนม เพิ่มปริมาณสารอาหารในน้ำนมของมารดาส่งต่อให้ลูกน้อย อีกทั้งยังช่วยแก้อาการน้ำนมคัดได้อีกนะ

5. ช่วยขับคอเลสเตอรอลไม่ดีออกจากร่างกาย

          ในอาหารที่เราทานเข้าไปมีทั้งคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) และคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) แต่เม็ดแมงลักมีส่วนช่วยขับคอเลสเตอรอลตัวร้ายออกจากร่างกายได้ เพราะเส้นใยของแมงลักสามารถดูดซับไขมันไว้ได้ เมื่อร่างกายไม่สามารถย่อยกากใยพวกนี้ได้ ไขมันไม่ดีก็จะถูกขับออกมาพร้อมกับเส้นใยของแมงลัก แต่ไม่มีผลใด ๆ ต่อไขมันดี

          และในเมื่อเม็ดแมงลักสามารถกำจัดคอเลสเตอรอลตัวร้ายให้พ้นจากร่างกายไปได้ เพราะฉะนั้นหัวใจดวงน้อย ๆ เลยได้อานิสงส์ไปเต็ม ๆ ถ้ารับประทานเม็ดแมงลักเป็นประจำก็ช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจได้เลย

 
6. นี่ละตัวช่วยควบคุมน้ำหนักชั้นเลิศ

          เคล็ดลับลดน้ำหนักหลายสำนักมักแนะนำให้ทานเม็ดแมงลักก่อนทานอาหาร ซึ่งก็ได้ผลจริง ๆ ค่ะ เพราะเม็ดแมงลักไม่ก่อให้เกิดพลังงาน แถมยังสามารถพองตัวได้ถึง 45 เท่า หากนำไปแช่น้ำสักพักจนพองตัว แล้วนำมาทานก่อนทานอาหารก็จะช่วยให้เรารู้สึกอิ่มท้อง หลังจากนี้ก็จะทานอาหารได้น้อยลง เป็นการควบคุมปริมาณอาหารที่รับประทานได้เป็นอย่างดี เลยควบคุมน้ำหนักได้ด้วย

          แต่ขอเตือนว่าไม่ใช่หวังจะลดน้ำหนัก เลยทานแต่เม็ดแมงลักทุกมื้อ ถ้าเป็นแบบนี้รับรองได้ป่วยเพราะขาดสารอาหารแน่นอน ควรรับประทานแค่บางมื้อ หรือพอให้กระเพาะอาหารรู้สึกอิ่มเท่านั้นดีกว่าค่ะ

7. ท้องผูก ไม่ถ่าย เป็นยาระบายชั้นดี

          ด้วยความที่เปลือกด้านนอกสามารถพองตัวได้ถึง 45 เท่า โดยไม่ถูกย่อย เม็ดแมงลักก็เลยช่วยเพิ่มกากใยและช่วยหล่อลื่น ทำให้อุจจาระไม่เกาะลำไส้ ขับถ่ายสะดวกขึ้นเยอะ เพราะเม็ดแมงลักจะไปกระตุ้นประสาทที่อยู่รอบ ๆ ลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย ทำให้เกิดปวดท้องหนัก คนท้องผูกบ่อย ๆ ต้องสรรหาเม็ดแมงลักมาทานดูว่าเห็นผลแค่ไหน วิธีใช้คือรับประทานครั้งละ 1-2 ช้อนชา แช่น้ำให้พอง แล้วดื่มก่อนนอน

8. ป่วยเบาหวานก็ทานเม็ดแมงลักได้

          การที่เม็ดแมงลักพองตัวมากขนาดนั้น เลยทำให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ช้าลง จึงเหมาะกับผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ต้องการให้ร่างกายดูดซึมน้ำตาลลดลงด้วย

 
9. ก่อนทานต้องแช่น้ำให้พองตัวเต็มที่

          นี่เป็นข้อควรระวังขีดเส้นใต้หนา ๆ ไว้เลยนะคะ เพราะถ้ารับประทานเม็ดแมงลักที่ยังพองตัวไม่เต็มที่ เมื่อเม็ดแมงลักลงไปอยู่ในท้องก็จะดูดน้ำภายในช่องทางเดินอาหาร ทำให้เม็ดแมงลักจับตัวเป็นก้อนแข็ง และอุดตันลำไส้ จนทำให้เกิดการท้องผูก และท้องอืดมากขึ้น แย่เลย

10. อย่าทานยาพร้อมเม็ดแมงลัก

          การรับประทานแมงลักพร้อมกับยาตัวอื่น ๆ จะมีผลทำให้ร่างกายดูดซึมยาเหล่านั้นได้น้อยลง ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการรับประทานยากับเม็ดแมงลักพร้อม ๆ กัน โดยให้เลือกรับประทานยาก่อนสัก 15 นาที ค่อยตามด้วยการรับประทานเม็ดแมงลัก

          ทานใบแมงลักและเม็ดแมงลักให้ถูกวิธีก็ช่วยดูแลสุขภาพได้ แต่ถ้าใครไม่ชอบทานเม็ดแมงลักผสมน้ำเปล่า ๆ อาจทานกับน้ำแดง หรือผสมลงในผลไม้ โยเกิร์ต แล้วจะช่วยให้ทานได้ง่ายขึ้น อร่อยพร้อมสุขภาพดีแบบคูณสอง


แหล่งที่มา  http://health.kapook.com/view117877.html
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

Sunday, April 26, 2015

อาหารลดน้ำหนัก 7 ผู้ช่วยบ๊ายบาย... ความอ้วน ที่คุณอาจยังไม่เคยรู้




          อาหารลดน้ำหนัก
7 อย่างนี้แหละที่จะช่วยทำให้การลดน้ำหนักของคุณได้ผลเร็วขึ้น ถ้าสาว ๆ อยากรู้ว่ามีอะไรบ้าง ตามมาดูกันเลยค่ะ

          การลดน้ำหนักให้ได้ผล นอกจากจะต้องออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอแล้ว สาว ๆ จะต้องรู้จักควบคุมอาหารกันด้วยนะคะ แต่การควบคุมอาหารในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าต้องอดอาหาร เพราะการอดอาหารถือเป็นการทรมานตัวเอง ดีไม่ดีอาจจะทำให้ยิ่งหิว ยิ่งหิวก็ยิ่งอยากกิน และทำให้น้ำหนักพุ่งปรี๊ดมากกว่าเดิม ดังนั้นทางที่ดีสาว ๆ จึงควรรับประทานอาหารให้ครบทุกมื้อจะดีที่สุดค่ะ ซึ่งวันนี้กระปุกดอทคอมก็มีอาหารลดน้ำหนักมาฝากสาว ๆ ให้ลองเอาไปเป็นตัวเลือกรับประทานกันดู ซึ่งบางอย่างสาว ๆ อาจจะยังไม่เคยรู้มาก่อนก็ได้ว่ากินแล้วจะสามารถช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดี เอาเป็นว่าจะมีอะไรบ้างนั้น ตามมาดูกันเลยค่ะ

1. เห็ด

          เห็ด เรียกได้ว่าเป็นสุดยอดอาหารสำหรับคนลดน้ำหนักอย่างมาก เพราะในเห็ดจะมีโปรตีนสูง ไม่มีไขมันให้กวนใจ ทั้งนี้ยังมีรสชาติอร่อย และยังมีสารพัดชนิดให้เลือกกินได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น เห็ดเข็มทอง เห็ดหอม เห็ดนางฟ้า เห็นหูหนู เห็ดหลินจือ เห็ดโคน เป็นต้น ซึ่งแต่ละชนิดนอกจากจะกินแล้วไม่อ้วน ยังดีต่อสุขภาพและช่วยรักษาโรคได้อีกด้วย


2. ฟักทอง

          ฟักทองเป็นพืชที่มีกากใยสูง มีแคลอรี และไขมันต่ำ กินแล้วสามารถทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะส่งผลให้การลดน้ำหนักได้ผลดีขึ้นด้วย ดังนั้นจึงเหมาะมาก ๆ ที่จะใช้เป็นอาหารลดความอ้วน ที่สำคัญยังหากินง่าย ราคาไม่แพง เพียงแค่เอามานึ่งให้สุกแล้วรับประทานก็ได้แล้ว หรือจะนำไปเป็นส่วนประกอบอาหารลดน้ำหนักอย่างอื่นก็จะช่วยเพิ่มรสชาติอาหาร ให้ดีขึ้นได้ด้วย


3. สลัดผัก

          สลัดผัก เรียกได้ว่าเป็นอาหารลดน้ำหนักชั้นดี เพราะมีไขมันต่ำ แถมยังมีกากใยอาหารสูงช่วยทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดี แต่ทั้งนี้สาว ๆ ที่ต้องการจะลดน้ำหนักควรจะรับประทานผักคู่กับน้ำสลัดใสเท่านั้นนะคะ แต่ถ้าใครอยากจะเพิ่มรสชาติให้น่ารับประทานยิ่งขึ้น ก็สามารถเพิ่มทูน่าเข้าไปได้ค่ะ รับรองว่าอร่อยและไม่อ้วนแน่นอน


4. ถั่วงอก

          สาว ๆ รู้ไหมคะว่าถั่วงอกนั้นมีประโยชน์มากกว่าที่คุณคิดเสียอีก และยิ่งถ้ากำลังลดน้ำหนักอยู่ ยิ่งต้องกินเลยล่ะค่ะ เพราะถั่วงอกนั้นจะมีเส้นใยอาหารที่จะทำให้คุณรู้สึกอิ่มได้เร็ว ดังนั้นยิ่งกินเยอะเท่าไรก็ยิ่งดี แต่ทั้งนี้ก็ควรล้างให้สะอาดและทำให้สุกเสียก่อนที่จะรับประทาน เพื่อสุขภาพที่ดีของตัว
เราเองค่ะ


5. ผักโขม

          ถ้าหากสาว ๆ ต้องการรับประทานผักโขมเป็นอาหารลดน้ำหนัก คุณคิดถูกแล้วล่ะค่ะ เพราะว่าในผักโขมนั้นจะมีสารชะลอการย่อยของไขมันอยู่ ซึ่งจะทำให้คุณรู้สึกอิ่มได้นานขึ้น และยังจะช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้นด้วย แถมกินแล้วยังจะทำให้ร่างกายแข็งแรง เรียกได้ว่ามีดีมาก ๆ เลยทีเดียวค่ะ


6. พริก

          พริกที่มีรสชาติเผ็ดร้อน สาว ๆ รู้หรือเปล่าคะว่าความเผ็ดร้อนของพริกนี่แหละที่จะเป็นตัวช่วยในการลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดี เพราะความเผ็ดจะช่วยทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น ดังนั้นเวลารับประทานอาหารจึงควรเติมพริกเข้าไปสักหน่อย เพื่อรสชาติอาหารที่ดี และยังไม่ทำให้อ้วนด้วย


7. ช็อกโกแลต

          อ๊ะ ๆ อ่านไม่ผิดหรอกคะสาว ๆ ช็อกโกแลตศัตรูตัวร้ายของความอ้วนนี่แหละที่จะช่วยลดน้ำหนักให้กับคุณได้ แต่ทั้งนี้จะต้องเป็น "ดาร์กช็อกโกแลต" เท่านั้นนะคะ เพราะดาร์กช็อกโกแลตกินแล้วจะช่วยทำให้ร่างกายเผาผลาญน้ำตาลได้ดียิ่งขึ้น เรียกได้ว่าเป็นผู้ช่วยลดน้ำหนักได้อย่างดีอีกตัวหนึ่ง แต่ทั้งนี้ก็ไม่ควรรับประทานเยอะเกินไป และขอย้ำว่าจะต้องเป็นดาร์กช็อกโกแลตเท่านั้นนะคะสาว ๆ

 
          เอาเป็นว่ารู้กันแล้วเนอะว่าอาหารลดน้ำหนักที่จะช่วยทำให้การลดความอ้วนของคุณได้ผลนั้นมีอะไรกันบ้าง อย่างไรก็ตามอย่าลืมเอาไปรับประทานกันดูนะคะ รับรองน้ำหนักของคุณจะลดลงได้ชัวร์ ๆ เลยแหละ



Saturday, April 25, 2015

แค่ตื่นมาออกกำลังกายตอนเช้า คุณก็ได้หุ่นสวยโดยไม่รู้ตัวแล้ว






รู้หรือไม่ แค่ตื่นมาออกกำลังกายตอนเช้า คุณก็ได้หุ่นสวยโดยไม่รู้ตัวแล้ว จริงหรือมั่ว มาดูกันๆๆ 


เพิ่มการเผาผลาญไขมัน 

การออกกำลังกายในตอนเช้าในขณะท้องว่าง ถือเป็นการบังคับให้ร่างกายของคุณเผาผลาญไขมันสะสมที่เก็บเอาไว้แทนที่จะเผาผลาญอาหารที่คุณเพิ่งทานไปเมื่อกี้! นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าเมื่อคุณออกกำลังกายยามเช้าในขณะที่ท้องว่าง ร่างกายจะสามารถเผาผลาญไขมันได้ดียิ่งขึ้น แต่ถ้าหากคุณทานอาหารก่อนแล้วมาออกกำลังกาย ร่างกายของคุณจำเป็นต้องเผาผลาญอาหารที่คุณเพิ่งทานไปให้หมดก่อน แล้วค่อยดูดเอาไขมันสะสมของคุณมาเผาผลาญต่อ ทำให้ประสิทธิภาพในการเผาผลาญลดลง ดังนั้นการออกกำลังกายยามเช้าในขณะที่ท้องว่างนั้น มันได้ผลดีทีเดียวเชียว 


ช่วยให้กระบวนการเผาผลาญในร่ายกายทำงานได้ดียิ่งขึ้น 

การออกกำลังกายจะช่วยให้ร่างกายสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงหัวใจได้ดียิ่งขึ้น หากคุณเริ่มต้นวันใหม่ด้วยการออกกำลังกาย หัวใจของคุณก็จะเตรียมความพร้อมก่อนการทำงานหนักทั้งวัน หากเลือดในร่างกายของคุณสูบฉีดดี ระบบเผาผลาญในร่างกายของคุณก็จะดีตามไปด้วย ซึ่งเห็นได้ชัดเลยว่าวันนั้นทั้งวันร่างกายคุณจะกระปรี้กระเปร่าและมีพลังอยู่ตลอดเวลา


คุณจะมีสุขนิสัยที่ดี 

การบังคับตัวเองให้ออกกำลังกายในตอนเช้า ทำให้คุณแน่ใจได้ว่าคุณจะไม่ละเลยการดูแลสุขภาพของตัวเองในทุกๆวัน เพราะหากคุณเลือกที่จะออกกำลังกายในช่วงเย็นหลังเลิกงาน คงจะปฏิเสธได้ยากถ้าเพื่อนร่วมงาน แฟน หรือครอบครัวของคุณชวนคุณไปทานข้าว ช็อปปิ้ง ทำกิจกรรมช่วงเย็นร่วมกัน หรือแม้กระทั่งงานค้าง เจ้านายขอให้คุณอยู่ดึก สิ่งเหล่านี้จะทำให้คุณไม่สามารถออกกำลังกายได้อย่างเป็นประจำทุกวัน เพราะฉะนั้นเชื่อเถอะว่า ออกกำลังกายตอนเช้าตรู่ จะช่วยให้คุณมีสุขนิสัยที่ดีควบคู่ไปกับสุขภาพที่ดีแน่นอน


ช่วยควบคุมอาการอยากอาหารได้ 

เมื่อคุณออกกำลังกายยามเช้าในขณะท้องว่าง จะทำให้คุณรับประทานอาหารเช้าได้มากขึ้น และสามารถลดความอยากอาหารในช่วงมื้อกลางวันและมื้อเย็นลง ช่วยให้คุณมีสุขภาพที่ดีขึ้นได้ง่ายๆจากการดูแลตัวเองและการควบคุมอาหารไปในตัว


หลับสนิทตลอดคืน

การออกกำลังกายช่วยให้เลือดสูบฉีด กล้ามเนื้อได้เคลื่อนไหวและสมองได้รับการกระตุ้นอยู่เสมอ หลายคนเลือกที่จะออกกำลังกายในช่วงกลางคืน อาจเกิดผลกระทบเช่นอาการนอนไม่หลับได้บ้าง แต่ในทางตรงกันข้าม หากคุณออกกำลังกายตอนเช้า ร่างกายคุณจะได้รับผลกระทบในเชิงบวกต่อระบบหมุน เวียนในร่างกายและจะช่วยให้คุณนอนหลับได้ดียิ่งขึ้น


อย่างไรก็ตามขึ้นชื่อว่าการออกกำลังกาย ย่อมเป็นผลดีต่อร่างกายเราทุกคนเสมอ เพียงแต่คุณเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมในการออกกำลังกายก็จะช่วยส่งผลดียิ่งขึ้น


คัดลอกบทความมาจาก Nation Channel
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

Thursday, April 23, 2015

ราศีไหนควรคู่ขนมอะไร





         มามะมาดู ลองเลือกราศีของคุณ เราจะมาทายกันว่าขนมอะไรเหมาะกับคุณ รับประทานแล้วช่วยเสริมราศีนะจะบอกให้
 

 ราศีมังกร (22 ธ.ค. - 19 ม.ค.) 

         ขนมสวยหลากสี สร้างสรรค์ให้ชีวิตแปลกใหม่ เป็นคนธาตุดิน ต้องเสริมความตื่นเต้นแปลกใหม่กับชีวิตด้วยขนมชั้นสีสวย ๆ เยลลี่ลายหวาน ๆ หรือลูกชุป ช่วยเสริมสง่าราศีให้โดดเด่นที่สุด เครื่องดื่มที่เหมาะคือ น้ำหวานสีต่าง ๆ

 
 ราศีกุมภ์ (20 ม.ค. - 18 ก.พ.)

         โดดเด่นเป็นที่สนใจด้วยขนมหายาก เป็นคนธาตุลม ชอบขนมเบเกอรี่ ขนมเค้ก แต่มีขนมไทยหลายประเภทที่ช่วยเสริมดวงชะตา อาทิ สัมปันนี ฝอยทอง เครื่องดื่มที่เหมาะคือ น้ำส้ม น้ำเสาวรส น้ำแอปเปิ้ล

 
 ราศีมีน (19 ก.พ. - 20 มี.ค.) 

         โชคดีทุกการเดินทางด้วยขนมพื้นบ้านหลากแบบ เป็นคนธาตุไฟ ที่ไม่ค่อยใจร้อนเท่าไหร่ ขนมพื้นบ้านจะช่วยเสริมให้เจ้าตัวโชคดีเรื่องการเดินทาง อาทิ ข้าวเม่า ข้าวตอก ข้าวตัง เล็บมือนาง เครื่องดื่มที่เหมาะเป็นประเภทน้ำผักผลไม้

 
 ราศีเมษ (21 มี.ค. - 19 เม.ย.)

         ลดอารมณ์ร้อน ๆ ด้วยขนมเย็น เป็นคนธาตุไฟ มีนิสัยใจร้อนหงุดหงิดง่าย ควรแก้เคล็ดด้วยขนมประเภทเย็นๆ อาทิ ขนมลอดช่อง กระท้อนลอยแก้ว จะช่วยให้อารมณ์เย็นมีชีวิตชีวา สิ่งที่ติดขัดหรือมีปัญหาจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เครื่องดื่มที่เหมาะเป็นน้ำผลไม้ปั่น อาทิ น้ำสับปะรด น้ำกระเจี๊ยบ

 
 ราศีพฤษภ (20 เม.ย. - 20 พ.ค.)

         เสริมความก้าวหน้าด้วยขนมเนื้อแน่น เป็นคนธาตุดินหนักแน่น มั่นคงมีความรักชอบในศิลปะแบบโบราณ ชนมที่ช่วยเสริมราศี อาทิ ตะโก้ ขนมชั้น ขนมเปียกปูน ขนมหม้อแกง ขนมถ้วย เครื่องดื่มที่เหมาะควรเป็นน้ำมะตูม น้ำตะไคร้ เก็กฮวย

 
 ราศีเมถุน (21 พ.ค. - 21 มิ.ย.)

         ขนมหายากสร้างเสน่ห์ให้เป็นที่รัก เป็นคนธาตุลม จิตใจแปรปรวน ขนมที่เสริมดวงชะตาให้เป็นที่รักของผู้อื่นอาทิ ขนมหน้านวล เครื่องดื่มเป็นน้ำผลไม้เช่น ไวน์ พันซ์

 
 ราศีกรกฎ (22 มิ.ย. - 22 ก.ค.) 

         ชีวิตมีสีสันด้วยขนมรสชาติหวานมัน เป็นคนธาตุน้ำ ใจเย็นเพราะใจดีมีความนุ่มนวล ขนมที่เสริมดวงชะตาสง่าราศี อาทิ ข้าวเหนียวสังขยา สังขยาฟักทอง ขนมประเภทแกงบวช เครื่องดื่มที่เหมาะคือประเภทน้ำหวาน ชา หรือกาแฟ ทั้งร้อนและเย็น

 
 ราศีสิงห์ (23 ก.ค. - 22 ส.ค.) 

         เสริมความหรูหราด้วยขนมชื่อสิริมงคล เป็นคนธาตุไฟ ที่ค่อนข้างเอาแต่ใจ ขนมที่มีสีแดง ส้ม ทอง อาทิ ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง จ่ามงกุฏ ข้าวเหนียวแดงจะช่วยเสริมความสง่างามและเสน่ห์ให้ตนเอง เครื่องดื่มที่เหมาะเป็นน้ำสมุนไพร พวกน้ำจับเลี้ยง ชา ดอกคำฝอย

 
 ราศีกันย์ (23 ส.ค. - 22 ก.ย.) 

         คนรอบข้างรักใคร่เมตตาด้วยขนมสีขาว เป็นคนธาตุดิน ที่ค่อนข้างใจเย็น ขนมที่คู่บารมีกับชาวกันย์ ต้องมีสีขาวหรือสีนวลเมตตา ขนมผิง ขนมหน้านวล หรือวุ้นกระทิ จะช่วยให้คนรอบข้างรักใคร่ เครื่องดื่มที่เหมาะเป็นพวกน้ำสมุนไพร รังนก หรือโสม

 
 ราศีตุลย์ (23 ก.ย. - 22 ต.ค.) 

         ขนมหลากสีสัน ผลักดันให้งานก้าวหน้า เป็นคนธาตุลม ที่ไม่ค่อยยินดียินร้ายกับอะไรทั้งสิ้น ขนมที่เสริมบารมีกับหน้าที่การงานต้องมีสีสันสดใส เช่น ขนมสัมปันนี ช่อม่วง วุ้นกรอบ ข้าวเม่า เครื่องดื่มที่เหาะควรเป็นน้ำผลไม้และนม

 
 ราศีพิจิก (23 ต.ค. - 21 พ.ย.)

         ขนมผสมกระทิเนรมิตความร่ำรวย เป็นคนธาตุน้ำ มีความเป็นตัวของตัวเองสู้งานหนัก สุขุม เหมาะกับชนมหวานประเภทแกงบวช ครองแครง ปลากริมไข่เต่า บัวลอย จะช่วยเสริมความร่ำรวย เครื่องดื่มที่เหมาะต้องมีรสเปรี้ยว เช่น น้ำมะนาว

 
 ราศีธนู (22 พ.ย. - 21 ธ.ค.)

         ขนมมงคลพิธี ช่วยให้มีแต่คนเมตตา เป็นคนธาตุไฟ เหมาะที่สุดกับขนมที่มีชื่อเป็นมงคลจะเสริมให้เจริญก้าวหน้า เป็นที่รักใคร่ของคนรอบข้างเช่น ขนมทองเอก โพรงแสม รังนก เครื่องดื่มที่เหมาะเป็นน้ำมะพร้าว น้ำตาลสด ชา กาแฟ

  
แหล่งที่มา  teenpath, http://horoscope.kapook.com/view20523.html
เครดิตภาพ  https://uk.pinterest.com/pin/6051780726579880/