Sunday, March 30, 2014

10 ความแตกต่างระหว่างชายหญิง ที่ควรทำความเข้าใจ




  หลายคนคงจะเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า ผู้หญิงมาจากดาวศุกร์ ผู้ชายมาจากดาวอังคาร ที่สื่อความให้เข้าใจว่าผู้ชายกับผู้หญิงนั้นมาจากดาวคนละดวงและเข้าใจกันได้ยาก และหลายคนก็คงจะเห็นด้วยอย่างนั้นเหมือนกันใช่ไหม? แต่จริง ๆ แล้ว หากเราทำความเข้าใจความแตกต่างพื้นฐานระหว่างผู้ชายและผู้หญิง บางครั้งเราก็คงจะอยู่ร่วมกันได้ง่ายมากขึ้นเยอะ วันนี้กระปุกดอทคอมก็ เลยขอนำเรื่องราวเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างชายหญิงมาฝากกัน ว่าแล้วก็ไปดูกันดีกว่าว่าผู้ชายกับผู้หญิงนั้นแตกต่างกันในเรื่องไหนบ้าง

  1. ผู้หญิงสามารถทำกิจกรรมหลายอย่างได้ในเวลาเดียวกัน สมองของผู้หญิงถูกสร้างมาให้สามารถทำกิจกรรมหลาย ๆ อย่างได้ในเวลาเดียวกัน ดังนั้น พวกเธอจึงสามารถคุยโทรศัพท์ไป ทำอาหารไป และดูทีวีไปพร้อม ๆ กันได้ แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเธอจะทำกิจกรรมเหล่านั้นได้ดี เพราะประสิทธิภาพในการทำกิจกรรมจะลดลงทันที เมื่อสมองต้องจดจ่อกับการทำกิจกรรมหลายอย่างพร้อม ๆ กันนั่นเอง ส่วนสมองของผู้ชายนั้น ถูกสร้างมาให้สามารถจดจ่ออยู่กับกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งเท่านั้น จึงไม่แปลกที่ผู้ชายทั้งหลายจะไม่สามารถคุยโทรศัพท์ไป ดูทีวีไปด้วยได้อย่างผู้หญิง พวกเขาจะต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่างปิดทีวี กับไม่ยอมรับโทรศัพท์

  2. ผู้หญิงเรียนรู้ภาษาได้ดีกว่าผู้ชาย จากการทดลองด้านภาษากับเด็กวัย 3 ขวบ พบว่าเด็กผู้หญิงจะสามารถจดจำคำศัพท์ได้ง่ายกว่าเด็กผู้ชายถึง 3 เท่า

  3. ผู้ชายมีทักษะในการคิดวิเคราะห์ดีกว่าผู้หญิง สมองผู้ชายมีพื้นที่ในการคิดวิเคราะห์มากกว่าผู้หญิง พวกเขาจึงสามารถหาทางแก้ปัญหา และร่างแผนที่ หรือระบบต่าง ๆ ออกมาได้อย่างง่ายดาย แต่ถ้าหากเอาแผนที่ที่ว่านี้ไปให้ผู้หญิงดูละก็ เธอจะไม่สามารถเข้าใจได้ สำหรับผู้หญิงทั้งหลาย แผนที่หรืออะไรที่สลับซับซ้อนเลยกลายเป็นกระดาษที่เตรียมทิ้งลงถังสำหรับเธอ

  4. ผู้ชายมีทักษะในการขับรถดีกว่าผู้หญิง เหตุผลเดียวกับข้อ 3 คือสมองผู้ชายมีพื้นที่ในการคิดวิเคราะห์มากกว่า พวกเขาถึงสามารถขับรถเร็ว และเมื่อเห็นรถวิ่งห่างจากรถของพวกเขาในระยะไกล เขาจะรู้ได้เลยว่ามันมีทิศทางและความเร็วเท่าไร ต่างจากผู้หญิงที่แม้ว่าจะสามารถวิเคราะห์ได้ แต่ก็ใช้เวลานานกว่าผู้ชาย และสังเกตสิว่า ด้วยความที่ผู้ชายไม่สามารถทำกิจกรรมใดพร้อมกันได้ ผู้ชายส่วนใหญ่ถึงไม่ชอบเปิดเพลงขณะขับรถ เพราะสมองของพวกเขากำลังจดจ่ออยู่กับการขับรถนั่นเอง

  5. ผู้ชายโกหกไม่เนียนเท่าผู้หญิง เมื่อผู้ชายต้องโกหกผู้หญิงในขณะที่กำลังเผชิญหน้า พวกเขามักจะถูกจับได้อย่างง่ายดาย เพราะสมองของผู้หญิงจะวิเคราะห์การแสดงออกทางสีหน้า 70 เปอร์เซ็นต์, ภาษาท่าทาง 20 เปอร์เซ็นต์, ส่วนถ้อยคำที่พูดออกมานั้น ถูกให้ความสำคัญแค่ 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ดังนั้นผู้ชายจึงไม่ควรโกหกผู้หญิงนะจ๊ะ เพราะพวกเธอมีความสามารถทางการจับผิด และสามารถโกหกได้เนียนกว่าคุณเยอะด้วย

  6. ผู้ชายมีทักษะในการแก้ปัญหาดีกว่าผู้หญิง คุณสมบัติ ข้อนี้ มาจากความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของพวกเขานั่นเอง ทำให้เมื่อพวกเขาเจอกับปัญหา จะสามารถวิเคราะห์แยกแยะปัญหาได้ และมักจะปลีกตัวออกไปคิดอยู่คนเดียวเพื่อหาทางออก ต่างจากผู้หญิงที่เวลามีปัญหาเมื่อไร เธอจะไม่สามารถหาทางออกได้ และบางครั้งก็ไม่สนว่าจะมีทางออกหรือไม่ แค่มีใครสักคนรับฟังปัญหาของพวกเธอก็พอ

  7. สิ่งที่ต้องการในชีวิตต่างกัน ผู้ชายจะต้องการความสำเร็จ ทางแก้ปัญหา ฐานะทางสังคม ฯลฯ ส่วนสิ่งที่ผู้หญิงต้องการ คือ คนรัก เพื่อน ครอบครัว

  8. การให้ความสำคัญระหว่างงานและความรักต่างกัน ผู้ชายจะให้ความสำคัญกับงานมากกว่าสิ่งอื่นใด ส่วนผู้หญิงจะให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์มากที่สุด ดังนั้น ถ้าหากผู้ชายไม่มีความสุขหรือมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องงานของพวกเขา ก็จะไม่ให้ความสำคัญเรื่องความรักเท่าไร ต่างจากผู้หญิง ถ้าหากพวกเธอมีปัญหาเรื่องความรัก พวกเธอจะไม่สามารถตั้งสติจดจ่อกับงานได้เลย

  9. การใช้ภาษาสื่อความต้องการต่างกัน ผู้หญิงจะใช้คำพูดแบบอ้อม ๆ เพื่อบอกความต้องการบางอย่าง ส่วนผู้ชายจะพูดออกมาตรง ๆ ไม่ต้องใช้ความคิดในการตีความเยอะ

10. ผู้หญิงพูดออกมาโดยไม่คิด ส่วนผู้ชายจะแสดงออกมาโดยไม่คิด

   และนี่ก็คือความแตกต่างหลัก ๆ ที่เราหยิบยกเรื่องราวมาฝากกันในวันนี้ (แหม่.. จริงเลยทีเดียวสิเนี่ย) แต่อย่าง ไรก็ดี ไม่ว่าเพศไหนก็สามารถพัฒนาทักษะที่ด้อยกว่าเพศตรงข้าม ให้เท่าเทียมกันได้เหมือนกันนะ ไม่อย่างนั้นจะมีผู้ชายที่เก่งเรื่องที่ผู้หญิงเก่ง หรือจะมีผู้หญิงเก่งในเรื่องที่ผู้ชายเก่งได้ยังไงกัน จริงไหม?


เครดิตภาพ  http://deloop-deloop.blogspot.com/2013/04/365-days-of-pinterest-day-20-shimmer.html

Thursday, March 27, 2014

หน้าอกของผู้หญิง...บอกอะไรได้บ้าง




         ผู้หญิงแต่ละคนมีหน้าอกหน้าใจแตกต่างกัน ซึ่งสามารถบ่งบอกนิสัยของแต่ละคนได้ รู้อย่างนี้แล้ว ก็สังเกตกันเอาเองนะคะ แล้วลองทายนิสัยกันเลยค่ะ

        
หน้าอกทรงมะนาว ผู้หญิงที่มีหน้าอกรูปทรงนี้เป็นคนรื่นเริง สนุกสนาน หัวเราะให้แก่ตัวเองได้ ชีวิตเรียบง่าย ไม่หรือหวา และไม่มีอะไรที่ทำให้คนรอบข้างต้องประหลาดใจในตัวเธอ

        
หน้าอกทรงเชอร์รี่ ผู้หญิงที่มีหน้าอกเล็กและแน่นกระชับเหมือนผลเชอร์รี่ มักเป็นคนที่มีอารมณ์ขัน ตลกโปกฮา คุยสนุก เป็นคนฉลาด และเป็นคู่รักที่ยอดเยี่ยมในการใช้ชีวิตและท่องเที่ยวด้วยกัน

        
หน้าอกทรงส้ม ผู้หญิงที่มีหน้าอกกลมและแน่นกระชับมักเป็นคนที่เชื่อมั่นในตัวเอง มุ่งมั่นในจุดมุ่งหมาย ไม่ค่อยสนใจเซ็กซ์ แต่สนใจที่จะปรึกษาหารือกับคนรัก

        
หน้าอกทรงแตงโม สาวๆ ที่มีหน้าอกทรงโตและกลมดูเหมือนเป็นนางในฝัน แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่ได้เป็นอย่างที่เห็น เธอเป็นคนที่ชอบเสพสุขกับการกิน ชอบให้คนเอาอกเอาใจ แต่ไม่ค่อยให้เวลากับเซ็กส์

        
หน้าอกทรงสาลี่ ผู้หญิงที่มีหน้าอกเต็มอิ่มในรูปผลสาลี่ มักเป็นศิลปิน อารมณ์อ่อนไหวง่าย เธอชอบความรักที่แปลกแหวกแนว และมีแนวโน้มที่จะมีกิ๊กได้ง่าย

        
หน้าอกทรงสับปะรด นักวิจัยเรื่องเซ็กส์ชาวอิตาเลียน Piero Lorenzo กล่าวว่า สาวๆ ที่มีหน้าอกแบบนี้มักเป็นผู้หญิงที่ฉลาดเฉลียวในหน้าที่การงาน แถมยังเป็นผู้หญิงที่โรแมนติกและซื่อสัตย์อีกด้วย ว้าว เริ่ดจริงๆ

แหล่งที่มา  Lisa, http://horoscope.kapook.com/view7893.html
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

Wednesday, March 26, 2014

5 วิธีสร้างแรงกระตุ้นในการทำงาน




สิ่งที่คนทำงานจะต้องทำกันอย่างหนัก คือ การสร้างแรงกระตุ้นในการทำงานและการใช้ชีวิตเพื่อให้ตัวเองตื่นตัวไปสู่เป้าหมายได้เต็มที่

หลายคนพยายามเปลี่ยนแปลงการทำงาน เปลี่ยนแปลงวิธีการใช้ชีวิตแต่ก็ตกม้าตายเพราะท้ายที่สุดแล้วก็ไม่มีพลังมากพอที่จะทำให้สำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ไม่ใช่ว่าคนคนนั้นไม่มีเป้าหมายค่ะ แต่ระหว่างทางที่จะไปให้ถึงเป้านั้นเราเกิดท้อ สูญเสียตัวเอง และหมดไฟกันไปก่อน

วันนี้เรามี 5 วิธีสร้างแรงกระตุ้นในการทำงานมาฝากค่ะ และเชื่อว่าน่าจะเป็นวิธีที่ทำให้เราตื่นตัวได้ตลอดปี


สร้างอารมณ์ว่ากันว่าเหตุผลกับอารมณ์เป็นเรื่องที่ขัดกันเสมอ ดังนั้นเราต้องทำให้มันคู่กันให้ได้ด้วยการสร้างอารมณ์เชิงบวกให้ตัวเองก่อนค่ะ เช่น ตั้งเป้าว่าจะมองโลกในแง่ดี แล้วก็เดินหน้าทำตามเป้าอารมณ์นั้นให้ได้


สร้างปณิธานส่วนตัวข้อนี้จำเป็นมากค่ะเพราะเราควรจะมีปณิธานหรือสิ่งที่ย้ำเตือนความตั้งใจไว้เสมอ เช่น 

** ฉันสวย ฉันเก่ง ฉันทำได้ทุกอย่าง
** ฉันเดินหน้าสู้แล้วจะไม่ถอย
** ไม่มีอะไรที่ฉันทำไม่ได้
** ฉันมีค่าและคู่ควรกับทุกอย่างที่ฉันจะได้รับ 


สร้างบทสมมติ เลี่ยงไม่ได้ค่ะที่บางครั้งเราจะรู้สึกท้อ เหนื่อย หรือรู้สึกกำลังล้มเหลว แต่ให้ลองแกล้งทำ แกล้งรู้สึกว่าเรากำลังจะประสบความสำเร็จแล้ว เราใกล้ถึงเป้าหมายแล้ว จะเป็นการกระตุ้นให้เราตื่นตัวและสู้ได้อีกครั้ง


สร้างเสียงหัวเราะ ถ้างานไม่เป็นไปในทิศทางที่หวัง หรือมีอุปสรรคมาขวางตรงหน้า เอาการมองโลกในแง่ดีและอารมณ์ขันเข้ามาช่วยค่ะ หามุมตลกๆ ของสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าแล้วหัวเราะออกมาบ้าง หรือยิ้มนิดๆ ก็ยังดี เสียงหัวเราะจะช่วยกระตุ้นให้เรามีพลังต่อ 


รื้อฟื้นทุกความเข้มแข็งและความสำเร็จเชื่อเถอะค่ะว่าเราทุกคนมีความเข้มแข็งในตัวเองและต้องเคยประสบความสำเร็จ กับงานบางอย่างมาบ้างแล้วไม่มากก็น้อย ทันทีที่รู้สึกหมดกำลังใจ แรงเฉื่อยเริ่มมากจนท้อ ลองมองกลับไปที่ความสำเร็จที่เคยผ่านมาค่ะ แล้วคุณจะพบกับความเข้มแข็งที่จะทำให้รู้สึกว่าเราเคยทำได้แล้ว ครั้งนี้เราก็ต้องทำได้ ซึ่งนั่นจะทำให้คุณรวมข้อ 1 – ข้อ 4 ข้างต้นกลับมาอีกครั้งแล้วมีพลังทำงานอย่างมีแรงบันดาลใจต่อไปค่ะ  

ทุกอย่างเริ่มที่ใจค่ะ ถ้าเราตั้งใจดี มีเป้าหมาย และบอกสิ่งนั้นกับตัวเองอยู่ทุกวัน เชื่อเถอะว่าเราจะมีแรงบัลดาลใจ มีแรงกระตุ้นให้ทำงานได้จนถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้แน่นอน

แหล่งที่มา   Momypedia
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต