Thursday, January 29, 2015

7 ตัวช่วยปราบความกลุ้มให้อยู่หมัด



 
         กลุ้มอกกลุ้มใจ ทำอย่างไรก็ไม่หาย ใครที่กำลังมีอาการแบบนี้อยู่อย่ามัวนั่งจมอยู่กับเรื่องแย่ ๆ เลย หันมาทำตามเคล็ดลับดี ๆ ที่จะทำให้เรามีความสุขมากขึ้นกันดีกว่า

          คนส่วนใหญ่รู้ดีว่าแค่ความรู้สึกกลุ้มใจเพียงเล็กน้อยก็สามารถก่อให้เกิดโรค ต่าง ๆ ตามมาอีกเพียบเลย  แต่ก็ไม่วายจะเก็บเอาเรื่องนั้นเรื่องนี้มาคิดให้กลุ้มใจเล่นอยู่เป็นประจำ จากเว็บไซต์ FASTCOMPANY.COM บอกเราว่า เมื่อไรที่เรารู้สึกเครียด กลุ้มใจ หรือไม่มีความสุข ลองทำตาม 7 วิธีเอาชนะความกลุ้มต่อไปนี้ ที่เมื่อทำแล้วจะแฮปปี้ขึ้นมาทันตาเห็นเลย

 

เข้านอนแต่หัวค่ำ
           
          แม้ว่าเวลามีเรื่องไม่สบายใจจะทำให้เรานอนไม่หลับก็ตาม แต่เราก็ควรข่มตาให้หลับ ไม่อย่างนั้นก็ไม่หายคิดมากสักที จากผลการวิจัยของมหาวิทยาลัย BINGHAMTON ในสหรัฐอเมริกา เผยว่า เวลามีเรื่องกลุ้มใจควรรีบเข้านอนแต่หัวค่ำ เพื่อให้ร่างกายได้ผ่อนคลายจากความตึงเครียดที่สะสมอยู่ ซึ่งถึงแม้ว่าจะยังไม่ง่วงนอนก็ควรทำ โดยการหลับตาลงโดยที่ไม่ต้องคิดอะไรทั้งนั้น เมื่อตื่นขึ้นมาแล้วจะรู้สึกดีขึ้น ความกลัดกลุ้มใจต่าง ๆ จะน้อยลงกว่าเมื่อวาน 



ดมกลิ่นเกรปฟรุต
           
          กลิ่นหอมอ่อน ๆ ก็สามารถช่วยบรรเทาอาการเครียด และความกลุ้มใจได้ จากผลการวิจัยในสหรัฐอเมริกาเผยว่า กลิ่นที่ดีที่สุดในการคลายอารมณ์ด้านลบก็คือ กลิ่นเปรี้ยวอ่อน ๆ ของผลไม้เกรปฟรุต เพราะเป็นกลิ่นแห่งความสดชื่น ตื่นตัว ทำให้รู้สึกแจ่มใสขึ้น อย่างไรก็ตาม กลิ่นอโรมาหอมอ่อน ๆ กลิ่นอื่นก็สามารถคลายเครียดได้ดีไม่แพ้กันนะคะ เช่น กลิ่นลาเวนเดอร์ กลิ่นโรสแมรี่ กลิ่นเลมอน และกลิ่นเปปเปอร์มินต์ เป็นต้น



ตั้งสติ รวบรวมสมาธิ   
           
          ทุกครั้งที่มีเรื่องกลุ้มใจ การตั้งสติ รวบรวมสมาธิเป็นสิ่งสำคัญนะคะ เพื่อช่วยผ่อนคลายความเครียด และความกังวล โดยการโดยการสูดลมหายใจลึก ๆ นับ 1-4 ค้างไว้นานประมาณ 7 วินาที แล้วค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจออกมา หรือจะใช้อีกหนึ่งวิธีคือ สูดลมเข้าทางปากนับ 1-8 ค้างไว้นาน 7 วินาทีแล้วค่อย ๆ ผ่อนลมออกมา ซึ่งวิธีเหล่านี้เราสามารถทำบ่อยครั้งแค่ไหนก็ได้ค่ะ หรือจะนำไปปรับใช้ตอนกำลังฝึกโยคะด้วยก็ได้นะ  



กินช็อกโกแลต 
                
          ของหวานที่มีน้ำตาลอัดแน่นอย่างช็อกโกแลตก็สามารถทำให้เราอารมณ์ดีขึ้นได้ จากผลการวิจัยที่ถูกตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Proteome Research เผยว่า ช็อกโกแลตมีสารทริปโตเฟน (Tryptophan) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทช่วยผ่อนคลายความกังวล ทำให้เรารู้สึกอารมณ์ดีขึ้น เครียด กลุ้มใจน้อยลง โดยปริมาณการกินที่กำลังดีต่อร่างกายก็คือ ชิ้นขนาดเท่าเหรียญ 10 บาท อาจกินวันละครั้ง หรือกินเฉพาะเวลาที่รู้สึกว่าเครียดจริง ๆ และสำหรับใครที่กลัวว่ากินแล้วจะทำให้อ้วนนั้น เราก็ขอแนะนำให้กินดาร์กช็อกโกแลต ประมาณ  1.5 กรัม เพราะถ้ากินมากเกินไปก็จะทำให้อ้วนได้เหมือนช็อกโกแลตนมทั่วไป



เข้าหาธรรมชาติ
           
          หากรู้สึกว่าตัวเองเครียด กลุ้มใจ ไม่แฮปปี้เลย ขอแนะนำว่า ให้ออกไปเดินเล่นเปลี่ยนบรรยากาศ มองดูธรรมชาติรอบตัว หรือ ใช้วิธีนอนฟังเพลงบรรเลงเสียงธรรมชาติก็ได้ จากผลการวิจัยในประเทศญี่ปุ่นเผยว่า สมองจะผ่อนคลายมากขึ้นเมื่อรับรู้ได้ถึงพลังของธรรมชาติ เช่น เสียงน้ำตก ได้เห็นสีเขียวของต้นไม้ใบหญ้า ได้กลิ่นดิน เป็นต้น  ซึ่งพลังของธรรมชาติเหล่านี้จะช่วยคืนความกระฉับกระเฉงให้เรารู้สึกผ่อนคลาย สมองปลอดโปร่งมากขึ้น

 

พูดถึงสิ่งที่ทำให้กลุ้ม 
         
          เวลาที่เรามีเรื่องทุกข์ใจอัดอั้นอยู่ การได้ระบายความเครียดและความกังวลจะช่วยให้เราอารมณ์ดีขึ้น จากผลการวิจัยของมหาวิทยาลัยชิคาโกที่ถูกตีพิมพ์ในวารสาร SCIENCE เผยว่า การระบายเรื่องเครียด กลุ้มใจด้วยวิธีการเขียน หรือการบอกเล่าให้ใครสักคนฟังนั้น จะทำให้สบายใจขึ้นกว่าเดิม สาเหตุส่วนหนึ่งเป็นเพราะเราได้อธิบายถึงความกลัวที่อยู่ภายในจิตใจออกมาให้ ใครสักคนได้รับรู้ โดยที่เมื่อเล่าจบแล้ว เราจะรู้สึกกลัวต่อสิ่งเหล่านั้นน้อยลง เกิดความสบายใจมากขึ้น ดังนั้น หากมีเรื่องไม่สบายใจอะไร ไม่ควรเก็บเอามาคิดคนเดียวนะคะ

 

หาอะไรทำ  
           
          หากรู้ตัวว่ากำลังซีเรียสกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งมากเกินไปแล้ว ขอแนะนำว่าให้ลองหากิจกรรมอย่างอื่นทำ จากผลการวิจัยของ MEDICAL RESEARCH COUNCIL ประเทศอังกฤษ แนะนำว่า เวลาที่สมองมีความคิดฟุ้งซ่านกังวลกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งมากเกินไป วิธีผ่อนคลายที่เหมาะสมที่สุดก็คือ หากิจกรรมทำเพื่อเบี่ยงเบนความคิดให้ไปอยู่ที่สิ่งอื่นบ้าง โดยกิจกรรมนั้นควรจะได้เคลื่อนไหวร่างกาย และใช้ประสาทสัมผัสด้วย เช่น วาดรูป ร้องเพลง ออกกำลังกาย และการเย็บปักถักร้อย เป็นต้น

 

          ใครที่กำลังมีปัญหารุมเร้าจนทำให้รู้สึกเบื่อหน่ายกับชีวิต ลองนำวิธีคลายเครียดที่เรานำมาฝากนี้ไปปรับใช้ดูนะคะ รับรองว่าถ้าทำแล้วหายกลุ้มใจแน่นอน 


เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/dragolio/chocolate/

No comments:

Post a Comment