Thursday, July 10, 2014

อาหารคลีน (Clean Food) คืออะไร มาเริ่มต้นทานอาหารเพื่อสุขภาพ




         อาหารคลีน (Clean Food) คืออะไร ช่วงนี้เห็นคนดูแลสุขภาพพร้อมกับการลดน้ำหนักกันมากขึ้น เราจึงได้รู้จักคำนี้ แต่จะมีความสำคัญกับสุขภาพเราอย่างไรบ้าง ลองมาทำความรู้จักกันค่ะ

          อาหารคลีน (Clean Food) คือ อาหารที่ไม่ผ่านการปรุงแต่งด้วยสารเคมีต่าง ๆ หรือผ่านการแปรรูปน้อยที่สุดนั่นเอง อาหารเหล่านี้จะเป็นอาหารที่สดสะอาดไม่ผ่านกระบวนการหมักดองหรือปรุงรสใด ๆ มากจนเกินไป เช่น เค็มจัดหรือหวานจัด เป็นต้น

          อย่างอาหารประเภทอาหารสำเร็จรูปที่แช่ตู้เย็นนั่นคือตรงข้ามเลย เพราะอาหารเหล่านี้มักใส่สารกันเสียเข้าไปด้วยเพื่อให้สามารถเก็บได้นานขึ้น หรือขนมขบเคี้ยวที่ก็จะมีแต่แป้งและผงชูรส และยังเต็มไปด้วยโซเดียมกับน้ำมัน น้ำอัดลมหลากสีหลากกลิ่นทั้งหลาย รวมทั้งอาหารขยะอย่างเบอร์เกอร์ เฟรนช์ฟราย ไก่ชุบแป้งทอดก็ด้วย

          การปรุงอาหารแบบคลีนไม่ใช่การเน้นทานผักเยอะ ๆ แต่เป็นการทานอาหารทุกหมู่อย่างในสัดส่วนที่เหมาะสม คือ ต้องมีทั้งคาร์โบไฮเดรตและโปรตีนในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของร่าง กาย เนื้อสัตว์ที่ใช้ควรเลือกแบบที่ไม่ใช่สำเร็จรูปหรือผ่านการปรุงรสมาแล้ว

          จะเห็นได้ว่า อาหารคลีนเป็นอาหารที่ผ่านขั้นตอนการปรุงแต่งมาน้อย หรือไม่ผ่านการปรุงแต่งเลย เน้นธรรมชาติของอาหารนั้นเป็นหลัก และอาหารคลีนยังมีสรรพคุณที่ดีสำหรับคนที่อ้วน คนที่มีน้ำหนักและไขมันมาก เพราะอาหารคลีนส่วนใหญ่จะผลิตมาจากธรรมชาติ ไม่ผ่านการปรุงแต่งสังเคราะห์ หรือหากจะมีการปรุงแต่งก็มีการปรุงแต่งที่น้อยถึงน้อยที่สุด ซึ่งจะมีผลดีต่อคนที่ต้องการลดน้ำหนัก ลดความอ้วน ลดไขมัน และคนที่ใส่ใจกับสุขภาพของตนเอง

 
          สำหรับท่านที่เริ่มต้นการกินอาหารคลีน ต้องเริ่มต้นด้วยการไม่ยึดติดในรสชาติของอาหารแบบเดิม ๆ ที่เราเคยรับประทาน เพราะการกินคลีน หรือกินอาหารคลีนนั้นรสชาติจะเป็นรอง แต่จะให้ความสำคัญกับตัวอาหารที่ไม่เน้นการปรุงแต่ง หรือปรุงแต่งให้น้อยที่สุด เพื่อให้การกินอาหารคลีนได้รับประโยชน์สูงสุดแก่ร่างกาย และผลพลอยได้ทำให้สุขภาพดีในระยะยาว ไม่เจ็บป่วยง่าย

          ดังนั้น จึงจะเห็นได้ว่าอาหารคลีนนั้นเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้น ๆ ของคนรักสุขภาพ ที่ต้องการสรรหาแต่สิ่งดี ๆ ให้กับตนเอง เพราะอาหารคลีนเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพของเรานั่นเอง

ปรับตัวให้เข้ากับการทานอาหาร

          การที่เราจะเริ่มเข้าสู่การรับประทานอาหารแบบคลีนนั้น อย่างแรกเราต้องค่อยเป็นค่อยไป อย่าถึงกับตัดขาดอาหารบางประเภทที่คุณโปรดปราน เพียงแค่ลดปริมาณให้น้อยลงไปเรื่อย ๆ จนคุณเริ่มคุ้นชินกับอาหารประเภทคลีน เพราะการลดอาหารปกติอย่างฉับพลันเพื่อจะเปลี่ยนไปทานอาหารเพื่อสุขภาพแบบทันที มันอาจจะมีผลเสียย้อนกลับมาอย่างเช่น รู้สึกไม่มีแรง หิวง่าย และมีอาการหงุดหงิดตลอดเวลา นั้นทำให้การใช้ชีวิตคุณแย่ลง ซึ่งไม่ใช่การทานเพื่อสุขภาพแน่นอน

เลือกอาหารที่สดใหม่อยู่เสมอ

          การทานอาหารเพื่อสุขภาพ ไม่ว่าคุณจะกินอะไรแต่สิ่งที่คุณขาดไม่ได้คือการเลือกทานอาหารสดใหม่ ในมื้ออาหารประจำวันของคุณให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์ หรือผัก ผลไม้ เพราะจะทำให้คุณค่าทางสารอาหารเหล่านั้นอยู่ครบถ้วน รวมไปถึงผลไม้ตามฤดูกาลก็เป็นอาหารที่ให้คุณค่าและดีต่อสุขภาพ อีกทั้งยังสดใหม่เช่นกัน
 
เวลาเลือกซื้อสินค้าเดินให้ทั่ว

          ร้านค้าอย่างซูเปอร์มาร์เก็ตต่าง ๆ มีความแตกต่างกัน แต่มีอย่างหนึ่งที่เหมือนกันก็คือ การจัดโซนให้รอบ ๆ เป็นส่วนของสด เช่น ผักสด เนื้อสด ผลไม้ต่าง ๆ เพราะฉะนั้นโซนรอบนอกของซูเปอร์มาร์เก็ตต่างๆ จึงเป็นดินแดนของคนรักสุขภาพ เพราะฉะนั้นในระหว่างการเดินเลือกซื้ออาหารเข้าบ้าน ควรหักห้ามใจเมื่อได้เดินผ่านอาหารที่มีบรรจุภัณฑ์ที่สวยงามหรือจะเป็นตู้ แช่อาหารสำเร็จรูป ให้หลีกเลี่ยงซะ

ลดปริมาณน้ำตาลลง

          โดยพยายามลดและหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่มีการเติมแต่งน้ำตาลลงไป อาหารต่าง ๆ โดยธรรมชาติแล้วส่วนใหญ่จะไม่มีส่วนของน้ำตาลผสมอยู่ ถ้าหากคุณต้องการทานอาหารรสหวานแนะนำให้คุณเลือกทานผลไม้ต่าง ๆ ที่มีรสหวาน ดีกว่าการทานอาหารที่มีส่วนผสมของสารที่ให้รสหวานผสมอยู่ แต่ถึงจะเป็นผลไม้ ก็ยังต้องรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ

 
เน้นการดื่มน้ำเปล่าให้มาก

          ดื่มน้ำสะอาดให้แต่ละวันให้เพียงพอ สังเกตสีของปัสสาวะให้ใกล้เคียงใสมากที่สุด แต่ก็ใช่ว่าจะกินได้แต่น้ำเปล่าอย่างเดียว คุณก็ยังสามารถกินน้ำชาสมุนไพรหรือชาเขียวแทนน้ำได้และน้ำชาพวกนี้ยังช่วย ชำระล้างร่างกายแบบธรรมชาติได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังสามารถปรุงรสชาติด้วยมะนาวหรือรสชาติอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ น้ำตาล ก็ยังสามารถทำได้เช่นกัน

การนั่งทานอาหาร

          หากคุณเริ่มที่จะปรุงอาหารเอง พยายามชวนเพื่อน ๆ มานั่งทานอาหารด้วยกัน แลกเปลี่ยนความคิด พูดคุยกัน และเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับมื้ออาหาร ประโยชน์ของมัน และการนั่งรับประทานอาหารอย่างเป็นเรื่องเป็นราวโดยส่วนมากแล้วจะได้รับสาร อาหารที่ดี และเหมาะสมกว่าอาหารที่คุณเดินถือไปรับประทานได้แน่นอน

จัดให้อาหารที่ทานมีความสมดุล

          อย่าตัดคาร์โบไฮเดรตหรือไขมัน แต่พยายามปรับให้เหมาะสม ช่วยสร้างรสชาติอาหาร และเป็นพลังงานชั้นดีต่อร่างกาย อีกอย่างไขมันแหล่งดี ๆ มีให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นไขมันจากปลา หรือถั่วต่าง ๆ ไม่มีอะไรดีไปกว่าการนั่งทานอาหารที่มีประโยชน์เต็มไปด้วยโปรตีน คาร์โบไฮเดรตส่วนหนึ่ง ไขมันเล็กน้อยและผัก

เลือกทานแป้งได้ตามเหมาะสม

          คุณสามารถทานขนมปังอบในช่วงการทานเพื่อสุขภาพได้ เพียงแค่คุณลองเปลี่ยนแป้งปกติที่ใช้ในสูตรการทำเล็กน้อย โดยหันมาใช้ แป้งอัลมอนด์ แป้งมะพร้าว แป้งข้าวกล้องและแป้งข้าวโอ๊ตเป็นทางเลือกที่ดีเพื่อลดปริมาณคาร์โบไฮเดรตใน ขนมปังอบและยังคงความอร่อยเหมือนเดิม โดยอาจจะอบให้มีรสชาติฟักทอง ผลไม้ตากแห้ง แป้งมีหลากหลายชนิดให้คุณได้เลือกเพื่อนำมาใช้ทำอาหารซึ่งแต่ละชนิดก็มีคุณค่าทางโภชนาการที่ต่างกันออกไป

รู้จักสังเกตส่วนผสมให้มากขึ้น

          อาหารส่วนใหญ่ในปัจจุบันผลิตในกระบวนการอุตสาหกรรมและบรรจุอยู่ในบรรจุภัณฑ์ ซึ่งเราไม่สามารถมองเห็นกระบวนการผลิตและอาหารได้แต่ก่อนที่คุณจะควักกระเป๋าจ่ายเงินเพื่อซื้ออาหารพวกนั้น คุณควรจะอ่านดูฉลากที่บรรจุภัณฑ์ก่อนว่ามีส่วนผสมอะไรบ้างในนั้น หลักการง่าย ๆ ที่ดีคือ ถ้าคุณไม่รู้จักส่วนผสมที่ผสมอยู่ในอาหารที่คุณกำลังจะซื้อไปรับประทานนั้น ให้คุณหลีกเลี่ยงการทานจะดีกว่า

อย่าเน้นไปที่การคำนวณแคลอรี่

          ในช่วงที่คุณเน้นการทานเพื่อสุขภาพ อย่าไปยึดติดกับตัวเลขมากนัก จริงอยู่ที่ตัวเลขแคลอรี่ต่าง ๆ นั้นมีผลต่อการเพิ่มและลดของน้ำหนักตัว ตัวเลขนั้นอาจจะทำให้คุณผอม แต่นั้นไม่ได้หมายถึงสุขภาพคุณจะดี ทุกวันนี้การได้รับสารอาหารที่เหมาะสมครบตามที่ร่างกายต้องการ ที่ดีต่อสุขภาพจึงมีความสำคัญมากกว่าการรักษาสมดุลของแคลอรี่เพียงอย่างเดียว คุณก็ควรเลือกทานอาหารให้ครบตามที่ร่างกายต้องการอย่าไปใส่ใจตัวเลขแคลอรี่มากเกินไปจนขาดสารอาหารเลย

แหล่งที่มา  Womanplus, http://health.kapook.com/view92784.html
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

Wednesday, July 9, 2014

ละลายพฤติกรรมกินแก้เบื่อด้วย 7 วิธีที่ง่ายเว่อร์ !



         เคยเป็นกันบ้างหรือเปล่า .. เวลาที่เบื่อ ๆ ไม่มีอะไรทำ แล้วอยู่ดี ๆ ก็เกิดอยากกินโน่นกินนี่ขึ้นมาเสียอย่างนั้น ยิ่งเวลานอนเบื่อ ๆ ดูหนังอยู่บ้าน ยิ่งเป็นบรรยากาศที่เหมาะสมแก่การกินจุบจิบแก้เบื่อเป็นอย่างมาก ซึ่งนี่แหละคือต้นเหตุของความอ้วนและโรคภัยที่จะตามมาในภายหลัง เอาล่ะ .. เรามาละลายพฤติกรรมกินแก้เบื่อด้วย 7 วิธีที่ง่ายเว่อร์ตามนี้กันดีกว่า

    
เม้าท์กับเพื่อนฝูง

          เมื่อตกดึกไม่ได้ออกไปไหน โดยเฉพาะวันหยุดที่ต้องนั่งดูหนังบนโซฟาอยู่บ้าน อาจจะทำให้คุณรู้สึกอยากหาอะไรกินเพิ่ม จนทำให้คุณต้องไปเปิดตู้เย็นหาของจุบจิบที่ทำให้อ้วนมากิน แต่หยุดก่อน…เพราะการกินจุบจิบนี่แหละคือตัวการสำคัญที่ทำให้อ้วนและสุขภาพแย่ ทางที่ดีลองเปิดคอมพิวเตอร์แล้วแชทกับเพื่อนหรือจะโทรศัพท์ไปพูดคุยสารทุกข์ สุกดิบ ก็จะทำให้คุณลืมอาการกินจุบจิบไปได้ชะงัด

 
    
ออกไปเดินเล่น

          การออกไปเดินเล่นสูดอากาศเย็นสดชื่น ถือเป็นไอเดียยอดเยี่ยมในการขจัดความเบื่อและการวิ่งเข้าหาของกินได้อย่างง่ายดาย ซึ่งคุณไม่จำเป็นต้องเดินอย่างเดียวก็ได้ อาจจะเดินบ้าง แล้วหยุดนั่งพักมองสิ่งสวยงามรอบตัวและสูดอากาศเย็นสบายเข้าร่างกายให้เต็มปอดบ้างก็ได้ แต่ถ้าหากไม่ชอบเดินก็ลองขี่จักรยานบ้างก็ได้นะ ไม่อ้วนแล้วแถมยังสุขภาพร่างกายแข็งแรงด้วยนะเนี่ย

 
    
หางานอดิเรกทำ

          เมื่อเกิดอาการเบื่อแล้ว คุณก็จำเป็นต้องหากิจกรรมสนุก ๆ ทำเพื่อคลายความเบื่อ อย่างการทำงานอดิเรกที่ชอบ เช่น การวาดรูปหรือทำงาน D.I.Y. ต่าง ๆ ที่ชอบ ก็จะช่วยทำให้คุณไม่รู้สึกเบื่อหน่ายและช่วยให้มือไม่ว่างหยิบจับอาหารเข้าปากด้วยยังไงล่ะ

 
    
ฝึกสมองประลองปัญญา

          ไม่เพียงแต่ร่างกายของคุณเท่านั้นที่ต้องการการฝึกฝนเพื่อให้เกิดความแข็งแรง แต่สมองของคุณก็ต้องการการฝึกฝนด้วยเหมือนกัน ลองหาจิ๊กซอว์ หรือเกมที่ต้องใช้ความคิดอย่างครอสเวิร์ด (Crosswords) หรือซูโดกุ (Sudoku) ก็จะช่วยให้กำจัดความเบื่อหน่ายออกไปและช่วยทำให้สมองไม่ว่างไปจินตนาการถึงอาหารที่แสนจะเย้ายวนใจด้วย

 
    
อ่านเขียนแสนสนุก

          การอ่านและการเขียน ถือได้ว่าเป็นกิจกรรมที่ช่วยให้มีสมาธิและความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ๆ เกิดขึ้น รวมทั้งยังช่วยหยุดยั้งความเบื่อได้อย่างดีเลยทีเดียว ลองหาหนังสือที่น่าสนใจมาอ่านยามเบื่อหรือจะผันตัวเป็นนักเขียนลองเขียนเรื่องราวต่าง ๆ ที่ชอบเป็นการส่วนตัวดูบ้าง ก็ช่วยให้มีความสุขแก้เบื่อได้เหมือนกัน คราวนี้ล่ะของกินจุบจิบระหว่างมื้อไม่ได้ตกถึงท้องหรอกจะบอกให้

 
    
เติมน้ำให้ร่างกาย

          หากเกิดอาหารเบื่อจนหิว แทนที่จะหาของกินจุบจิบที่ทำให้อ้วน ก็ลองหาชาสมุนไพรที่ดีต่อสุขภาพมาดื่มดีกว่า เพราะนอกจากจะทำให้อิ่มท้องขึ้นมาบ้างแล้ว ก็ยังช่วยปลุกให้คุณสดชื่นสดใสห่างไกลจากอาการเบื่อได้เป็นอย่างดีเลยแหละ

 
    
เปลี่ยนกิจวัตรประจำวัน

          จะมีอะไรที่สุขสบายไปกว่าการนั่ง ๆ นอน ๆ บนโซฟาตัวโปรดแล้วได้กินขนมกรุบกรอบในระหว่างดูหนังไปด้วย แต่รู้ไหมว่าความสุขแบบนี้แหละ ที่จะทำให้คุณเกิดอาการอ้วนฉุขึ้นมาได้ง่าย ๆ อย่างไม่คาดคิด เอาเป็นว่าหากคุณทำแบบนี้อยู่เป็นประจำ ขอให้ลองเปลี่ยนไปนั่งบนเก้าอี้อื่นที่ไม่ใช่โซฟาบ้าง หรือจะนั่งห้องอื่นแล้วหากิจกรรมที่ต้องใช้แรงใช้ความคิดดูบ้าง ก็จะทำให้คุณเหมือนได้ออกกำลังกายไปในตัว แถมยังช่วยลดอาหารหาของกินเพิ่มความอ้วนอีกด้วย


          สำหรับคนขี้เบื่อ ลองนำวิธีที่เป็นทางออกใหม่ ๆ เหล่านี้ไปใช้ดูเถอะ รับรองว่าหายเบื่อได้เหมือนกัน แถมยังส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกายมากกว่าการกินจุบจิบแก้เบื่อด้วยนะ

เครดิตภาพ  https://br.pinterest.com/pin/79094537179450939/

Tuesday, July 8, 2014

12 วิธีบริหารเสน่ห์ดึงดูดใจให้สาวหลงใหลตั้งแต่แรกเห็น






      เสน่ห์ที่ใช้ดึงดูดใจให้สาว ๆ หลงใหลในตัวผู้ชายทันทีที่เจอกันครั้งแรก คงหนีไม่พ้นรูปลักษณ์ภายนอกอยู่แล้วล่ะ แต่สำหรับคนที่ยังไม่พอใจกับเสน่ห์ของตัวเองเท่าไร เลยอยากเพิ่มเสน่ห์ให้กลายเป็นผู้ชายที่ผู้หญิงเห็นแล้วแอบกรี๊ดดูบ้าง เชื่อเถอะครับว่าทำตาม 12 สูตรเพิ่มเสน่ห์น่าดึงดูดใจเหล่านี้แล้วจะดีเอง

 ดูดีไว้ก่อน

          ความประทับใจแรกเห็นที่สาว ๆ มองคุณคงไม่ได้มาจากนิสัยแสนดีและความเป็นสุภาพบุรุษของแน่นอน คุณผู้ชายทั้งหลายจึงจำเป็นต้องทำตัวให้ดูดีเอาไว้ก่อนโดยเฉพาะการดูแลตัว เอง รักษาหุ่นให้ฟิต แอนด์ เฟิร์มมีกล้ามเนื้ออวดความเซ็กซี่สักหน่อย รวมทั้งการแต่งกายและบุคลิกก็ต้องใส่ใจด้วยเหมือนกัน หรือถ้าตอนนี้คุณเป็นหนุ่มตุ้ยนุ้ย อย่างน้อยก็ต้องดูสะอาดสะอ้านและสร้างภาพให้ดูเป็นหนุ่มอบอุ่นแฝงความเท่จาก สไตล์การแต่งตัวที่ดูมีคลาส

หลังตรง อกผาย

          ไม่ว่าคุณจะเป็นหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งหรือเป็นหนุ่มไซส์มินิ ลักษณะการยืนหลังตรง อกผาย ไหล่ผึ่ง จะช่วยเสริมบุคลิกของคุณให้ดูโดดเด่นเกินใคร ที่สำคัญยังแสดงถึงความมั่นใจในตัวเองอย่างเต็มเปี่ยม เรียกความสนใจจากสาว ๆ ตั้งแต่เดินสวนกันเลยด้วยซ้ำ

เท่ด้วยสไตล์การแต่งตัว

          อย่างที่บอกว่ารูปลักษณ์ภายนอกเป็นสิ่งแรกที่จะเรียกร้องความสนใจจากผู้หญิง ได้อยู่หมัด ทว่าการแต่งกายให้ดูดีในที่นี้ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องเป็นคุณชายแบ รนด์เนม สวมใส่แต่ของมียี่ห้อราคาแพงระยับไปทั้งตัว แต่เอาแค่ให้ดูดีสมกับบุคลิกภาพและคู่ควรกับฐานะของตัวเองก็พอ

มั่นใจในตัวเอง

          ต่อให้หนุ่มคนอื่นที่อยู่รอบตัวคุณจะหล่อซะจนคุณต้องแอบชมอยู่ในใจยืน จ๋อยอยู่เงียบ ๆ ก็อย่าเพิ่งหมดกำลังใจไปเลยนะครับ เพราะเชื่อไหมว่าผู้หญิงบางคนก็ไม่ได้มองผู้ชายที่หน้าตาหรอก แต่เขาจะสนใจที่ภาพรวมมากกว่า หากคุณคิดว่ามีของดีอยู่ในตัวไม่น้อย ก็ขอให้มั่นใจในตัวเองเข้าไว้ ไม่แน่ว่าความมั่นใจที่คุณแสดงออก อาจเปล่งประกายไปกระทบสายตาของสาวคนใดคนหนึ่งบ้างก็ได้

หว่านเสน่ห์ให้ถูกเวลา

          หนุ่ม ๆ ส่วนมากชอบหว่านเสน่ห์ผ่านภาษากายและการสัมผัสอย่างแผ่วเบา ซึ่งเสน่ห์เหล่านี้จะใช้ได้ผลอย่างเต็มประสิทธิภาพก็ต่อเมื่อเกิดถูกที่ถูก เวลา เช่น จูงมือเธอข้ามถนน หรือโอบหลังเธอเบา ๆ ชั่วครู่เพื่อแสดงถึงความห่วงใยยามเดินเคียงกัน แต่ทั้งนี้ก็ควรระวังท่าทีอย่าให้เกินเลยไปถึงจุดหื่นกามหรือคิดเอาเปรียบ สาว ๆ เด็ดขาดเลยนะ

อย่าขี้อิจฉา

          ผู้ชายหลายคนไม่เพียงแต่ขาดความมั่นใจในรูปลักษณ์ของตัวเองมากพอเท่านั้น ทว่ายังแสดงความอ่อนไหวในเรื่องนี้ให้ผู้หญิงรับรู้ ด้วยการพาลยามสาวเจ้ามองผู้ชายคนอื่น เป็นต้น ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้นอกจากจะทำให้คุณดูไม่แมนเอามาก ๆ แล้ว ยังทำให้ดูเป็นผู้ชายที่ไร้ซึ่งความมั่นคงทางอารมณ์อีกต่างหาก เอาเป็นว่าเปลี่ยนมาเป็นผู้ชายที่พอใจในสิ่งที่ตัวเองมีดีกว่านะครับ

กลิ่นน้ำหอมที่ยั่วยวนใจ

          กลิ่นหอม ๆ เป็นแม่เหล็กดึงดูดที่ดีที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะขนาดเราเองยังสนใจผู้หญิงที่มีกลิ่นตัวหอมกรุ่นอยู่ตลอดเวลาเลยนี่นา ผู้หญิงเองก็ไม่ต่างกัน ดังนั้นคุณผู้ชายเองก็ควรหาน้ำหอมกลิ่นที่เหมาะกับบุคลิกตัวเองมาเพิ่ม เสน่ห์สักหน่อย เวลาเดินไปไหนพวกเธอจะได้ประทับใจกลิ่นน้ำหอมจากตัวคุณยังไงล่ะ

ห่างไกลคำว่า ซกมก

          ผู้ชายไม่มีกลิ่นน้ำหอมฟุ้งออกมาเวลาที่เดินผ่านยังไม่เลวร้ายเท่าไร แต่ถ้าตัวคุณไม่มีกลิ่นหอม แถมยังทำตัวสกปรกซกมกอีกต่างหาก แบบนี้เข้าขั้นน่ายี้แล้วล่ะครับ ใครที่ไม่ชอบอาบน้ำ ไม่โกนหนวดเคราให้เรียบร้อย ก็ควรเปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนรักสะอาด ที่แม้จะมีลุคเซอร์ก็ยังดูน่าเข้าใกล้มากกว่า

แมน ๆ อย่างสุขภาพดี

          ผู้ชายที่ดูขี้โรคหรือผอมกะหร่องเหมือนคนติดยาคงไม่มีผู้หญิงคนไหนอยาก เหลียวแล ทางที่ดีคุณควรดูแลตัวเองให้เป็นหนุ่มสุขภาพดี พวกเหล้า บุหรี่ การเที่ยวเตร่ตอนกลางคืนเป็นประจำจนขอบตาดำคล้ำเป็นหมีแพนด้าก็เพลา ๆ ลงบ้าง เท่านี้ก็เพียงพอให้ดูมีเสน่ห์เพิ่มขึ้นแล้ว

ดึงดูดด้วยภาพลักษณ์          

          เอาเข้าจริง ๆ เรื่องหน้าตาอาจเป็นประเด็นรองลงมาจากภาพลักษณ์ของหนุ่ม ๆ ก็เป็นได้ เพราะลองคิดดูสิครับว่าถ้าคุณหล่อขั้นเทพสุด ๆ แต่แต่งตัวและวางตัวไม่ต่างจากเด็กแว๊นซ์ อย่างนี้สาว ๆ จะมองหาเสน่ห์ของคุณได้จากตรงไหนกันล่ะ ฉะนั้นให้รักษาภาพลักษณ์ของตัวเองให้ดีเข้าไว้ อาจมีมุมแบดบอยบ้างนิดหน่อยก็พอไหว แต่อย่าให้มากเกินไปก็พอ

ทำตัวลึกลับบ้างก็ดี

          แม้ผู้ชายอัธยาศัยดีจะเป็นที่ถูกตาต้องใจสาว ๆ ไม่น้อย แต่ก็ปฏิเสธได้ยากว่าหนุ่มที่ดูลึกลับน่าค้นหาก็มีเสน่ห์ไม่เบาเหมือนกัน ลองเก็บตัวบ้างเป็นบางเวลา บวกกับทำตัวให้ดูเข้าถึงยากนิด ๆ บ้างก็ดีเหมือนกัน

สื่อสารความรู้สึกผ่านสายตา

          ผู้ชายที่ดูมีเสน่ห์แพรวพราวจำเป็นต้องมีความมั่นใจ และกล้าสบตากับสาว ๆ โดยไม่มีหลบ แต่ถ้าจะให้ดี คุณควรฝึกส่งสายตาเป็นการจีบไว้ด้วย เพราะถ้าใครเจอสายตาฉ่ำหวานจากหนุ่ม ๆ แล้วล่ะก็
​ร้อยทั้งร้อยแอบหวั่นไหวกันทั้งนั้น

          คราว นี้ก็ได้รู้กันไปแล้วว่าจะสามารถสร้างเสน่ห์ให้กับตัวเองได้ด้วยวิธีไหน แต่เมื่อสร้างความประทับเป็นน้ำจิ้มให้สาว ๆ ได้ชิมลางแล้ว ต่อไปก็ต้องทำตัวเป็นผู้ชายนิสัยดี และมีความพร้อมที่จะดูแลหญิงคนรักด้วยนะครับ

ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

Monday, July 7, 2014

8 วิธีเปลี่ยนความคิด ให้อยากฟิตออกกำลังกาย




          หันไปทางไหนก็เจอแต่คนเร่งฟิตหุ่นหรือหันมาใส่ใจสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย กันมากขึ้น แล้วอย่างนี้คุณจะนิ่งเฉยเป็นหนุ่มผอมแห้ง หรือนั่งนับวันรอให้มีตุ้ยนุ้ยยังไงไหว ทว่าใครทำใจกับการเข้าฟิตเนสออกกำลังกายไม่ได้สักที เอาเป็นว่ามาลองเปลี่ยนความคิดให้อยากฟิตออกกำลังตาม 8 วิธีนี้กันครับ


 นึกถึงสัดส่วนกระชับไร้ไขมัน

            ยอมรับมาเถอะว่าคุณก็รู้สึกได้ถึงความอึดอัดของร่างกายตัวเอง แถมยังเห็นเซลลูไลท์และไขมันส่วนเกินอย่างชัดเจนอีกต่างหาก แต่ถ้ายังคิดว่าตัวเองทนรับกับสภาพนี้ไหว งั้นลองเปลี่ยนมานึกถึงตัวเองในเวอร์ชั่นหนุ่มหุ่นล่ำ มีกล้ามเนื้อเป็นมัด ๆ ลูบไปตรงไหนก็ไม่สะดุดไขมันดูสิครับ บางทีอาจเปลี่ยนใจคุณให้นึกอยากออกกำลังกายดูบ้างก็ได้

 

แทนที่กิจกรรมทำลายสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย

            นับวันเราก็มีอายุมากขึ้นเรื่อย ๆ สุขภาพก็ไม่ฟิตปั๋งเหมือนตอนยังหนุ่มแน่นสักเท่าไร และถ้าตอนนี้คุณเริ่มสัมผัสได้ถึงความเหนื่อยล้าผิดปกติ ส่อสัญญาณสุขภาพที่ไม่ค่อยเต็มร้อยเท่าไร ทางที่ดีลองเริ่มลด ละ เลิก พฤติกรรมบั่นทอนสุขภาพดูสักอย่างก่อนก็ได้ เช่น จากที่เคยร่วมวงเหล้าทุกเย็นหลังเลิกงาน ต่อไปนี้ก็ชักชวนกันออกกำลังกายเบา ๆ แทน เชื่อไหมครับว่าแค่สัปดาห์เดียวก็จะเห็นผลลัพธ์ที่ดี กลายเป็นแรงบันดาลใจให้อยากใช้ชีวิตตามแบบฉบับคนรักสุขภาพมากขึ้นได้แล้ว


อย่าหักโหม

            จากคนไม่ค่อยได้ออกกำลังมาก่อน ในช่วงแรก ๆ ที่ออกกำลังกายคุณจะเหนื่อยหนักมากกว่าคนที่เขาฟิตเป็นประจำอยู่แล้ว แต่ทั้งนี้เราก็ไม่จำเป็นต้องกดดันตัวเองให้หักโหมมากขนาดนั้นก็ได้ เริ่ม ๆ ช้า ๆ แต่มั่นคงจะดีกว่า รวมถึงพยายามหากิจกรรมหลากหลายมาออกกำลังกายสับเปลี่ยนกันไป เพื่อที่เราจะได้ไม่รู้สึกเบื่อและล้ากับมันมากนัก

 

จริงจังก็ดี แต่อย่าเครียด

            ถ้าอยากจริงจังกับการออกกำลังกายมากขึ้นแล้วก็นับว่าเป็นสัญญาณที่ดี แต่ทั้งนี้ก็อย่าจริงจังจนเข้าขั้นเครียดนะครับ เพราะความจริงจังโดยฝืนตัวเองจะอยู่กับคุณได้ไม่นานหรอก สู้ออกกำลังกายน้อย ๆ แต่บ่อยจะดีกว่า ทางที่ดีช่วงแรก ๆ ก็ออกกำลังสักวันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 3 วันเบา ๆ ก็พอ


เรื่อย ๆ จนเป็นกิจวัตร

            เชื่อไหมครับว่าเราได้ลองสตาร์ทการออกกำลังกายด้วยตัวเองสัก 1-2 ครั้ง ความรู้สึกดีจากการเสียเหงื่อจะจุดไฟอยากฟิตสุขภาพของคุณขึ้นมาได้ง่าย ๆ เลยทีเดียว และยิ่งตอนนี้มีเทรนด์ออกกำลังกายที่บ้านในเวลาแค่ไม่กี่นาทีแต่ให้ผลลัพธ์ สุดเด็ด การออกกำลังกายแบบ T25 เป็นกระแสที่น่าสนใจด้วยแล้ว หนุ่ม ๆ ทั้งหลายก็มีทางเลือกให้ออกกำลังกายได้ทุกวันจนเป็นกิจวัตร เอาแค่เบาะ ๆ สักวันละนิดละหน่อยก็ยังดี

 

มองหาความหลากหลาย

            ขืนให้ออกกำลังกายซ้ำ ๆ เดิม ๆ ทุกวันต่อให้มีใจอยากออกกำลังกายแค่ไหนก็แอบเบื่อได้เหมือนกัน ฉะนั้นคงดีกว่าหากคุณจะลองมองหากิจกรรมออกกำลังกายที่หลากหลายมาดึงดูดความ สนใจตัวเอง เช่น วันจันทร์เล่นเวท วันอังคารวิ่ง วันพุธว่ายน้ำ วันพฤหัสตีแบท วันศุกร์เต้น T25 ส่วนวันเสาร์กับวันอาทิตย์จัดเป็นวันพักผ่อนชิล ๆ ก็ได้


ตั้งเป้าหมายอีกครั้ง

            หลายคนบอกว่าการเปลี่ยนแปลงตัวเองมันต้องใช้แรงบันดาลใจที่แรงกล้า รวมทั้งต้องมีเป้าหมายเป็นจุดสิ้นสุดของสิ่งที่ทำไว้ด้วย ดังนั้นเราก็ตั้งเป้าหมายขึ้นมาเองสิครับ 2 เดือนนับจากนี้ต้องรีดน้ำหนักให้ได้ 4 กิโลกรัม ส่วนแรงบันดาลใจก็เพื่อให้หล่อขึ้นจนสาวเหลียวยังไงล่ะ

 

โฟกัสถึงข้อดีของการออกกำลังกาย

            ใคร ๆ ก็รู้ว่าการออกกำลังกายเป็นกิจกรรมที่เหนื่อยหนัก จนชวนให้อยากถอดใจกันไปก็หลายครั้ง แต่หากโฟกัสถึงข้อดีของการออกกำลังกายอยู่ตลอดเวลา ตามติดไอดอลในการออกกำลังกายไว้เป็นแรงบันดาลใจควบคู่กันไป อีกไม่นานคุณจะเดินถึงเป้าหมายและมีสุขภาพดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเอง

 
     
            การเปลี่ยนความคิดมาใช้ชีวิตตามสไตล์คนรักสุขภาพไม่เพียงแค่เปลี่ยนให้คุณ เป็นหนุ่มหุ่นฟิตกล้ามแน่นเท่านั้น แต่สุขภาพโดยรวมก็จะดีขึ้นอย่างทันตาเห็น จากที่เคยเหนื่อยหอบก็จะรู้สึกเหมือนกลับไปเป็นหนุ่มได้อีกครั้ง ฉะนั้น เรามาออกกำลังกายกันเถอะครับ



เครดิตภาพ  https://youtu.be/Aq8S1vHr_GU

Sunday, July 6, 2014

9 ประโยชน์จากการฟังเพลง ที่ไม่ใช่แค่ครื้นเครงอย่างที่คิด




         ประโยชน์ของการฟังเพลงที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ ไม่ได้แค่ช่วยให้เรามีความสุขมากขึ้นเท่านั้นนะคะ แต่ประโยชน์ด้านสุขภาพจากการฟังเพลง ยังมีอีกเยอะจนน่าทึ่ง !

          เคยฟังเพลงจังหวะสนุกแล้วรู้สึกครึกครื้นขึ้นมาทันทีบ้างไหมคะ หรือใครที่กำลังเศร้าอยู่พอฟังเพลงเศร้าก็กลับรู้สึกดีขึ้นมาซะอย่างนั้น ซึ่งก็เท่ากับว่าแม้เราจะตกอยู่ในห้วงอารมณ์ไหน เสียงเพลงก็ช่วยขับกล่อมให้จิตใจรู้สึกดีขึ้นได้ตลอด แต่คนรักเสียงเพลงน่าจะมีความสุขกับการฟังเพลงกันมากยิ่งขึ้น หลังจากได้อ่านข้อมูลด้านล่างนี้ เพราะเว็บไซต์ Reader’s digest เขาได้นำ 9 ประโยชน์ด้านสุขภาพจากการฟังเพลงมาบอกต่อ ซึ่งก็จะทำให้คุณ ๆ ได้รู้ว่า การฟังเพลงไม่ได้แค่ช่วยให้รู้สึกครื้นเครงเท่านั้นจริง ๆ


1. คลายความเครียด

          ใคร ๆ ก็รู้ว่าดนตรีช่วยให้เราอารมณ์ดีขึ้น ยิ่งได้ฟังเพลงโปรดก็ยิ่งแฮปปี้เพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า แต่นอกจากความฟินที่ได้ฟังเพลงเพราะแล้ว งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา ยังเน้นย้ำให้แน่ใจอีกด้วยว่า การฟังเพลงโปรดช่วยคลายความเครียด ลดความกดดัน และคลายความกังวลในจิตใจได้เป็นอย่างดี อ้างอิงโดยการทดลองกับกลุ่มผู้ป่วย ICU นั่นเอง


2. ลดความอ้วนด้วยดนตรีจังหวะนุ่มนวล

          สำหรับคนที่กำลังอยู่ในช่วงไดเอต และอยากจำกัดปริมาณการรับประทานอาหารของตัวเอง อย่างนี้ต้องจัดฉากโรแมนติก กินข้าวเคล้าเสียงเพลงคลาสสิค เพลงแจ๊ส หรือเพลงจังหวะเบา ๆ สักหน่อยแล้วล่ะค่ะ เพราะวารสารด้านจิตวิทยาได้รายงานผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยคอร์เนลเอาไว้ว่า เหล่าคนที่กินข้าวเคล้าเสียงเพลงจังหวะนิ่ม ๆ จะกินอาหารได้น้อยลงกว่า 18% จากปกติเชียวล่ะ


3. กระตุ้นแรงบันดาลใจด้วยเพลงมีจังหวะ

          ในขณะที่เพลงจังหวะเนิบช้าช่วยลดความอยากอาหาร มหาวิทยาลัยนอร์ธัมเบรียก็แสดงผลวิจัยตีคู่กันมาว่า เสียงเพลงในจังหวะเร็วขึ้นมาอีกนิดจะช่วยกระตุ้นความตื่นตัว เสริมแรงบันดาลใจที่ทำท่าว่าจะมอดดับของคุณให้กลับมามีพลังอีกครั้งได้ด้วย โดยผลลัพธ์ที่ได้ก็เกิดจากการทดสอบของกลุ่มวัยรุ่นที่เพิ่งเริ่มทำงาน ซึ่งได้รับมอบหมายให้ทำภารกิจแห่งความเครียดชิ้นหนึ่งและพบว่า เขาเหล่านี้จะทำภารกิจที่ได้รับมอบหมายได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากกว่าตอนที่ยังไม่ได้ฟังเพลง


4. ช่วยให้การสูบฉีดเลือดคล่องตัวขึ้น

          นักวิจัยชาวดัตช์ได้เผยผลวิจัยในการประชุมของสมาคมโรคหัวใจแห่งยุโรป เมื่อปี 2003 ว่า ผู้ป่วยที่ฟังเพลงโปรดวันละ 30 นาทีเป็นประจำในขณะที่ออกกำลังกาย จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด เพิ่มกรดไนตริกออกไซด์ (Nitric Oxide) ตัวช่วยขยายหลอดเลือดให้เลือดเดินสะดวกยิ่งขึ้น ส่งผลดีต่อสุขภาพหัวใจในเวลาต่อมา


5. ยิ่งร้องประสานเสียงยิ่งมีความสุขได้อีก

          ในจำนวนผู้ทดลอง 375 คน แบ่งเป็นกลุ่มนักร้องประสานเสียง นักร้องเดี่ยว และกลุ่มนักกีฬาเป็นทีม ผลวิจัยของประเทศอังกฤษก็พบว่า กิจกรรมที่ทำร่วมกันเป็นทีมจะมอบความสุขให้กลุ่มผู้ทดลองได้มากกว่า โดยเฉพาะกลุ่มนักร้องประสานเสียง ซึ่งสามารถวัดระดับความสุขได้สูงกว่ากลุ่มอื่น ๆ ทั้งนี้นักวิจัยก็อธิบายเพิ่มเติมว่า การได้ทำอะไรร่วมกันเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว ความสามัคคี ความรู้สึกว่าเราเป็นทีมเดียวกัน จะส่งเสริมให้ทุกคนมีกำลังใจและมีความสุขมากขึ้น และยิ่งมีเสียงเพลงคอยขับกล่อมด้วยแล้ว ความสุขใจก็ทบทวีคูณเป็นสองเท่าเลยจ้า


6. ลับสมองด้วยทักษะดนตรี

          วารสารประสาทวิทยาแสดงผลวิจัยที่เกี่ยวข้องกับดนตรีกับประสิทธิภาพการทำงานของสมองให้ได้รู้ทั่วกันว่า คนที่มีทักษะการเล่นดนตรีชนิดใดชนิดหนึ่งตั้งแต่ยังเด็ก หรือแม้จะเพิ่งเริ่มเล่นดนตรีในช่วงวัยรุ่นก็ตาม มีแนวโน้มคงประสิทธิภาพการทำงานของสมองได้ยาวนานกว่าคนที่ชีวิตนี้ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับดนตรีเลย อีกทั้งนักดนตรีทั้งหลายยังมีทักษะการแยกแยะและตอบสนองต่อเสียงได้ยอดเยี่ยม อีกต่างหาก


7. เสียงเพลงเรียกร้องความร่วมมือจากเด็ก ๆ ได้เป็นอย่างดี

          คุณพ่อคุณแม่คนไหนที่อยากหล่อหลอมให้ลูกรักมีจิตใจอ่อนโยน มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อเพื่อนมนุษย์ และว่านอนสอนง่าย นักวิจัยจากประเทศอังกฤษก็แนะนำให้ส่งลูก ๆ เข้าเรียนดนตรีตั้งแต่ยังเล็ก ๆ ไปเลยค่ะ เพราะเสียงเพลงจะช่วยกล่อมเกลาจิตใจให้เด็ก ๆ เกิดความอ่อนโยน มีสมาธิมากขึ้น และมีแนวโน้มเป็นเด็กเก่งที่มีน้ำใจเอื้อเฟื้อให้เพื่อน ๆ ด้วย


8. ชะลออารมณ์หงุดหงิดของคนขับรถ

          ทุกคนที่ใช้รถใช้ถนนคงทราบกันดีอยู่แล้วว่า การขับรถเป็นวิธีสร้างอารมณ์ฉุนเฉียวให้เราได้มากมายขนาดไหน ก็แหม เดี๋ยวรถคันนั้นก็ปาดหน้า เดี๋ยวก็มอเตอร์ไซค์แซงซ้ายแซงขวาฉวัดเฉวียน แค่คิดก็พาอารมณ์ขึ้นแล้วใช่ไหมล่ะคะ แต่งานวิจัยที่ถูกตีพิมพ์ในวารสารการยศาสตร์ เมื่อปี 2013 ก็ชี้แนะวิธีลดความโกรธของผู้ขับขี่โดยให้ผู้ขับขี่เปิดเพลงโปรดฟังคลอการ ขับขี่ไปเรื่อย ๆ แค่นี้ก็จะสามารถควบคุมอารมณ์และการขับขี่ของตัวเองได้อย่างชิล ๆ มากกว่าเดิมแล้ว

 
 
9.  ควบคุมโรคมะเร็งในเด็กได้อยู่หมัด

          โรงพยาบาลเพื่อการวิจัยเด็กเซนต์จูด (St. Jude Children’s Research Hospital) ได้เผยผลการทดลองว่า กลุ่มผู้ป่วยโรคมะเร็งวัยเด็กจนถึงวัยรุ่นที่ทำการรักษาด้วยดนตรี มีแนวโน้มควบคุมการขยายตัวของโรคมะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยที่กำลังอยู่ในช่วงปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ที่ได้เรียนรู้ การเขียนเพลงและการทำมิวสิควิดีโอ เนื่องจากโลกแห่งเสียงดนตรีจะช่วยเยียวยาความรู้สึก และป้องกันปัจจัยภายนอกที่จะเข้ามาบั่นทอนผู้ป่วยให้หมดกำลังใจในการรักษา ได้ และเมื่อผู้ป่วยมีจิตใจที่เข้มแข็งขึ้นก็มีโอกาสต่อสู่โรคมะเร็งได้อย่าง เต็มประสิทธิภาพขึ้นนั่นเอง

          จากข้อดีของการฟังเพลงที่ เราได้กล่าวมาทั้งหมดก็น่าจะพอยืนยันได้แล้วนะคะว่า เสียงดนตรีไม่ได้มีดีแค่ทำให้ชีวิตเราสนุกสนานครื้นเครงเท่านั้น แต่ยังพกประโยชน์ด้านสุขภาพมาให้เราเก็บเกี่ยวได้อีกเพียบเลยทีเดียว