Showing posts with label ความรัก. Show all posts
Showing posts with label ความรัก. Show all posts

Tuesday, October 7, 2014

5 วิธีง่าย ๆ เข้าใจผู้ชายมากขึ้น




ผู้หญิงเราเป็นเพศที่ละเอียดอ่อนและไวต่อความรู้สึก และยังจดจำทุกเรื่องสำคัญได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะเรื่องความรัก ไม่ว่าจะเป็นวันเกิด, วันครบรอบ หรือวันสำคัญต่าง ๆ จนบางครั้งเราก็คาดหวังให้ผู้ชายจำสิ่งเหล่านั้นได้เช่นกัน จนลืมไปว่าผู้ชายนั้นเป็นเพศที่ไม่ได้มาคิดเล็กคิดน้อยเหมือนอย่างเรา ๆ และถ้าหากว่าคุณกำลังหัวเสียกับเรื่องเหล่านี้ของแฟนหนุ่มอยู่ละก็ เรามีคำแนะนำดี ๆ จากเว็บไซต์ magforwomen เพื่อให้คุณเข้าใจแฟนหนุ่มมากขึ้น

1. ทำความเข้าใจว่าผู้ชายและผู้หญิงแตกต่างกัน


            ไม่เพียงแค่เรื่องรูปร่างหรือสรีระเท่านั้นที่ผู้ชายแตกต่างจากเรา แต่ในเรื่องความคิดความเห็นก็เช่นกัน เช่น หากคุณควงแขนกันไปเดท เชื่อไหมล่ะว่าผู้หญิงส่วนใหญ่เลือกร้านบรรยากาศโรแมนติก ในขณะที่ผู้ชายเลือกร้านที่มีที่จอดรถง่าย อาหารอร่อย และถ้ามีถ่ายทอดสดฟุตบอลด้วยแล้วละก็ หนุ่ม ๆ คงเลือกร้านเหล่านั้น ทางที่ดีก่อนจะมานั่งน้อยอกน้อยใจแฟนหนุ่ม ควรทำข้อตกลงกันดีกว่า เช่น ครั้งนี้คุณเป็นคนเลือกร้าน แต่ครั้งหน้าต้องให้เขาเป็นฝ่ายเลือกบ้าง แบบนี้สิถึงจะวิน-วิน ทั้งสองฝ่าย

2. ผู้ชายก็มีอารมณ์แปรปรวนได้เหมือนกัน


            อ๊ะ ๆ ช่วงเวลาที่คุณหงุดหงิดงอแงในวันนั้นของเดือน คุณอาจจะทำอะไรงี่เง่าหรืออารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ จนแฟนหนุ่มทำตัวไม่ถูก ผู้ชายก็เช่นกันหากว่าเขามีเรื่องที่ต้องคิดและต้องรับผิดชอบมากมาย บางทีเขาอาจมีมุมที่ต้องการอยู่คนเดียวหรือขัดใจคุณบ้าง ดังนั้นอย่าเพิ่งคิดว่าเขาหมดรักล่ะ เพราะบางครั้งคุณก็ต้องเข้าใจในสิ่งที่เขาเป็นเช่นกัน แล้วอย่าลืมทำตัวเป็นคนรักที่ดี คอยเป็นที่ปรึกษาเวลาที่เขามีปัญหา และอยู่เคียงข้างในเวลาที่เขาต้องการใครสักคนเพื่อรับฟังไม่ใช่ใครสักคนที่คอยสั่งเขาอย่างเดียว

3. ให้พื้นที่ส่วนตัวพวกเขาบ้าง


            ผู้ชายที่ยอมคุณแทบทุกเรื่องใช่ว่าพวกเขาจะไม่รู้เท่าทันมารยาหญิงของเราหรอกนะ เพียงแต่ว่าเขารักคุณมากต่างหากล่ะ ไม่ว่าคุณจะช้อปปิ้งนานแค่ไหนหรือชวนไปดูหนังรักโรแมนติกทั้งที่เขาอยากดูหนังบู๊เลือดสาดมากกว่าก็เถอะ ดังนั้นหากว่าคุณรักเขาเช่นกัน ก็ควรให้เวลาเขาได้ทำในสิ่งที่เขาอยากทำบ้าง เช่น ออกทริปต่างจังหวัดหรือเชียร์บอลนัดชิงกับเพื่อน ๆ ของเขา เพราะตัวคุณเองก็คงอยากมีเวลาเม้าท์มอยกับเพื่อนสาวบ้างเช่นกัน

4. อย่าพูดเรื่องปมด้อยของเขา


            บางครั้งการพูดตรงไปตรงมาของผู้ชายอาจทำให้เราเจ็บจี๊ด แต่ต้องยอมรับว่าผู้หญิงเราก็มีข้อเสียเรื่องคำพูดเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงเวลาทะเลาะกันที่คุณมักจะขุดคุ้ยปัญหาที่มีมาตั้งแต่แรกเริ่มมาพูดทุกครั้ง ยิ่งถ้าเป็นเรื่องปมด้อยหรือพูดจาดูถูกเขาด้วยละก็ ไม่มีผู้ชายคนไหนอยากทนอยู่หรอก เพราะเขาอาจจะคิดว่าคุณไม่พอใจในความสัมพันธ์หรือสิ่งที่เขาเป็น เช่น การวิจารณ์เรื่องรูปร่างหน้าตาของเขา, การพูดเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ที่เขาอาจด้อยกว่าคุณ ฯลฯ ลองคิดกลับกันสิถ้าเขาพูดในเรื่องที่คุณไม่สามารถจะทำหรือเป็นได้ คุณเองก็รู้สึกแย่เช่นกัน ดังนั้นในช่วงเวลาทะเลาะกันควรหลีกเลี่ยงการพูดจาที่ทำให้อีกฝ่ายเสียใจดีกว่านะ

5. ธรรมชาติของผู้ชาย คือ ชอบมอง


            ใจเย็น ๆ ก่อนนะคะสาว ๆ หากว่าแฟนหนุ่มของคุณมีพฤติกรรมชอบมอง โดยเฉพาะมองสาวอื่น นั่นไม่ได้แปลว่าเขารักคุณน้อยลงหรอก แต่เป็นธรรมดาของผู้ชายที่มักจะมองอะไรสวย ๆ งาม ๆ ไปซะหมด หากว่าคุณเจอหนุ่มหล่อในฝัน คุณเองก็คงต้องแอบส่องบ้างล่ะน่า แต่ใช่ว่าจะรักแฟนน้อยลงเสียเมื่อไหร่ ทั้งนี้ทั้งนั้นหากว่าเขาจดจ้องผู้หญิงคนอื่นหรือมองคนอื่นตลอดเวลาขณะคุยกับคุณล่ะก็ อันนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งนะคะ ดังนั้นสาว ๆ ก็สังเกตกันให้ดีถ้าเป็นอย่างแรกก็ถือเป็นเรื่องธรรมดา แต่ถ้าเป็นอย่างหลังเห็นทีต้องมีเคลียร์กันแล้ว

            เห็นไหมล่ะว่า ผู้ชายก็มีมุมต่าง ๆ ที่เราไม่เข้าใจเหมือนกัน ดังนั้นอย่าคาดหวังว่าเขาจะเข้าใจหรือรู้ใจคุณไปซะทุกเรื่อง ที่สำคัญอย่าลืมเอาใจเขามาใส่ใจเรา เพียงเท่านี้ก็จะเป็นคู่รักสุดหวานที่น่าอิจฉาแบบสุด ๆ แล้ว


Tuesday, July 8, 2014

12 วิธีบริหารเสน่ห์ดึงดูดใจให้สาวหลงใหลตั้งแต่แรกเห็น






      เสน่ห์ที่ใช้ดึงดูดใจให้สาว ๆ หลงใหลในตัวผู้ชายทันทีที่เจอกันครั้งแรก คงหนีไม่พ้นรูปลักษณ์ภายนอกอยู่แล้วล่ะ แต่สำหรับคนที่ยังไม่พอใจกับเสน่ห์ของตัวเองเท่าไร เลยอยากเพิ่มเสน่ห์ให้กลายเป็นผู้ชายที่ผู้หญิงเห็นแล้วแอบกรี๊ดดูบ้าง เชื่อเถอะครับว่าทำตาม 12 สูตรเพิ่มเสน่ห์น่าดึงดูดใจเหล่านี้แล้วจะดีเอง

 ดูดีไว้ก่อน

          ความประทับใจแรกเห็นที่สาว ๆ มองคุณคงไม่ได้มาจากนิสัยแสนดีและความเป็นสุภาพบุรุษของแน่นอน คุณผู้ชายทั้งหลายจึงจำเป็นต้องทำตัวให้ดูดีเอาไว้ก่อนโดยเฉพาะการดูแลตัว เอง รักษาหุ่นให้ฟิต แอนด์ เฟิร์มมีกล้ามเนื้ออวดความเซ็กซี่สักหน่อย รวมทั้งการแต่งกายและบุคลิกก็ต้องใส่ใจด้วยเหมือนกัน หรือถ้าตอนนี้คุณเป็นหนุ่มตุ้ยนุ้ย อย่างน้อยก็ต้องดูสะอาดสะอ้านและสร้างภาพให้ดูเป็นหนุ่มอบอุ่นแฝงความเท่จาก สไตล์การแต่งตัวที่ดูมีคลาส

หลังตรง อกผาย

          ไม่ว่าคุณจะเป็นหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งหรือเป็นหนุ่มไซส์มินิ ลักษณะการยืนหลังตรง อกผาย ไหล่ผึ่ง จะช่วยเสริมบุคลิกของคุณให้ดูโดดเด่นเกินใคร ที่สำคัญยังแสดงถึงความมั่นใจในตัวเองอย่างเต็มเปี่ยม เรียกความสนใจจากสาว ๆ ตั้งแต่เดินสวนกันเลยด้วยซ้ำ

เท่ด้วยสไตล์การแต่งตัว

          อย่างที่บอกว่ารูปลักษณ์ภายนอกเป็นสิ่งแรกที่จะเรียกร้องความสนใจจากผู้หญิง ได้อยู่หมัด ทว่าการแต่งกายให้ดูดีในที่นี้ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องเป็นคุณชายแบ รนด์เนม สวมใส่แต่ของมียี่ห้อราคาแพงระยับไปทั้งตัว แต่เอาแค่ให้ดูดีสมกับบุคลิกภาพและคู่ควรกับฐานะของตัวเองก็พอ

มั่นใจในตัวเอง

          ต่อให้หนุ่มคนอื่นที่อยู่รอบตัวคุณจะหล่อซะจนคุณต้องแอบชมอยู่ในใจยืน จ๋อยอยู่เงียบ ๆ ก็อย่าเพิ่งหมดกำลังใจไปเลยนะครับ เพราะเชื่อไหมว่าผู้หญิงบางคนก็ไม่ได้มองผู้ชายที่หน้าตาหรอก แต่เขาจะสนใจที่ภาพรวมมากกว่า หากคุณคิดว่ามีของดีอยู่ในตัวไม่น้อย ก็ขอให้มั่นใจในตัวเองเข้าไว้ ไม่แน่ว่าความมั่นใจที่คุณแสดงออก อาจเปล่งประกายไปกระทบสายตาของสาวคนใดคนหนึ่งบ้างก็ได้

หว่านเสน่ห์ให้ถูกเวลา

          หนุ่ม ๆ ส่วนมากชอบหว่านเสน่ห์ผ่านภาษากายและการสัมผัสอย่างแผ่วเบา ซึ่งเสน่ห์เหล่านี้จะใช้ได้ผลอย่างเต็มประสิทธิภาพก็ต่อเมื่อเกิดถูกที่ถูก เวลา เช่น จูงมือเธอข้ามถนน หรือโอบหลังเธอเบา ๆ ชั่วครู่เพื่อแสดงถึงความห่วงใยยามเดินเคียงกัน แต่ทั้งนี้ก็ควรระวังท่าทีอย่าให้เกินเลยไปถึงจุดหื่นกามหรือคิดเอาเปรียบ สาว ๆ เด็ดขาดเลยนะ

อย่าขี้อิจฉา

          ผู้ชายหลายคนไม่เพียงแต่ขาดความมั่นใจในรูปลักษณ์ของตัวเองมากพอเท่านั้น ทว่ายังแสดงความอ่อนไหวในเรื่องนี้ให้ผู้หญิงรับรู้ ด้วยการพาลยามสาวเจ้ามองผู้ชายคนอื่น เป็นต้น ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้นอกจากจะทำให้คุณดูไม่แมนเอามาก ๆ แล้ว ยังทำให้ดูเป็นผู้ชายที่ไร้ซึ่งความมั่นคงทางอารมณ์อีกต่างหาก เอาเป็นว่าเปลี่ยนมาเป็นผู้ชายที่พอใจในสิ่งที่ตัวเองมีดีกว่านะครับ

กลิ่นน้ำหอมที่ยั่วยวนใจ

          กลิ่นหอม ๆ เป็นแม่เหล็กดึงดูดที่ดีที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะขนาดเราเองยังสนใจผู้หญิงที่มีกลิ่นตัวหอมกรุ่นอยู่ตลอดเวลาเลยนี่นา ผู้หญิงเองก็ไม่ต่างกัน ดังนั้นคุณผู้ชายเองก็ควรหาน้ำหอมกลิ่นที่เหมาะกับบุคลิกตัวเองมาเพิ่ม เสน่ห์สักหน่อย เวลาเดินไปไหนพวกเธอจะได้ประทับใจกลิ่นน้ำหอมจากตัวคุณยังไงล่ะ

ห่างไกลคำว่า ซกมก

          ผู้ชายไม่มีกลิ่นน้ำหอมฟุ้งออกมาเวลาที่เดินผ่านยังไม่เลวร้ายเท่าไร แต่ถ้าตัวคุณไม่มีกลิ่นหอม แถมยังทำตัวสกปรกซกมกอีกต่างหาก แบบนี้เข้าขั้นน่ายี้แล้วล่ะครับ ใครที่ไม่ชอบอาบน้ำ ไม่โกนหนวดเคราให้เรียบร้อย ก็ควรเปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนรักสะอาด ที่แม้จะมีลุคเซอร์ก็ยังดูน่าเข้าใกล้มากกว่า

แมน ๆ อย่างสุขภาพดี

          ผู้ชายที่ดูขี้โรคหรือผอมกะหร่องเหมือนคนติดยาคงไม่มีผู้หญิงคนไหนอยาก เหลียวแล ทางที่ดีคุณควรดูแลตัวเองให้เป็นหนุ่มสุขภาพดี พวกเหล้า บุหรี่ การเที่ยวเตร่ตอนกลางคืนเป็นประจำจนขอบตาดำคล้ำเป็นหมีแพนด้าก็เพลา ๆ ลงบ้าง เท่านี้ก็เพียงพอให้ดูมีเสน่ห์เพิ่มขึ้นแล้ว

ดึงดูดด้วยภาพลักษณ์          

          เอาเข้าจริง ๆ เรื่องหน้าตาอาจเป็นประเด็นรองลงมาจากภาพลักษณ์ของหนุ่ม ๆ ก็เป็นได้ เพราะลองคิดดูสิครับว่าถ้าคุณหล่อขั้นเทพสุด ๆ แต่แต่งตัวและวางตัวไม่ต่างจากเด็กแว๊นซ์ อย่างนี้สาว ๆ จะมองหาเสน่ห์ของคุณได้จากตรงไหนกันล่ะ ฉะนั้นให้รักษาภาพลักษณ์ของตัวเองให้ดีเข้าไว้ อาจมีมุมแบดบอยบ้างนิดหน่อยก็พอไหว แต่อย่าให้มากเกินไปก็พอ

ทำตัวลึกลับบ้างก็ดี

          แม้ผู้ชายอัธยาศัยดีจะเป็นที่ถูกตาต้องใจสาว ๆ ไม่น้อย แต่ก็ปฏิเสธได้ยากว่าหนุ่มที่ดูลึกลับน่าค้นหาก็มีเสน่ห์ไม่เบาเหมือนกัน ลองเก็บตัวบ้างเป็นบางเวลา บวกกับทำตัวให้ดูเข้าถึงยากนิด ๆ บ้างก็ดีเหมือนกัน

สื่อสารความรู้สึกผ่านสายตา

          ผู้ชายที่ดูมีเสน่ห์แพรวพราวจำเป็นต้องมีความมั่นใจ และกล้าสบตากับสาว ๆ โดยไม่มีหลบ แต่ถ้าจะให้ดี คุณควรฝึกส่งสายตาเป็นการจีบไว้ด้วย เพราะถ้าใครเจอสายตาฉ่ำหวานจากหนุ่ม ๆ แล้วล่ะก็
​ร้อยทั้งร้อยแอบหวั่นไหวกันทั้งนั้น

          คราว นี้ก็ได้รู้กันไปแล้วว่าจะสามารถสร้างเสน่ห์ให้กับตัวเองได้ด้วยวิธีไหน แต่เมื่อสร้างความประทับเป็นน้ำจิ้มให้สาว ๆ ได้ชิมลางแล้ว ต่อไปก็ต้องทำตัวเป็นผู้ชายนิสัยดี และมีความพร้อมที่จะดูแลหญิงคนรักด้วยนะครับ

ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

Monday, June 23, 2014

พฤติกรรมควรเลี่ยงให้ไกล สำหรับคนมีรัก




           แม้ในที่สุดคุณจะได้พบกับคนในฝันที่ตามหามานานเสียที และตอนนี้ชีวิตของคุณก็แฮปปี้ดี๊ด๊ามาก ๆ จนความสุขมันล้นออกมาจนต้องให้คนอื่นรับรู้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะสามารถทำได้อย่างที่ต้องการเสมอไป เพราะบางเรื่องก็ไม่เหมาะนักหากจะทำกับคนรัก หรือแสดงมันออกมาให้ใครต่อใครเห็น โดยเฉพาะพฤติกรรมเหล่านี้ที่ควรเลี่ยงให้ไกลเมื่อมีรัก

          
  1. จู๋จี๋ออกสื่อ

            หากโพสต์รูปคู่หรือแชร์รูปที่ไปทำกิจกรรมด้วยกันมาในช่วงวันหยุดก็คงไม่มี ใครว่า และอาจจะมีคนเข้ามาให้กำลังใจด้วยซ้ำ แต่คงไม่ดีและเป็นที่น่ารำคาญของคนอื่นอย่างมาก หากโพสต์เรื่องส่วนตัวที่รู้กันสองคน หรือจู๋จี๋จ๊ะจ๋าด้วยถ้อยคำหวานเลี่ยนชวนแหวะบ่อย ๆ เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ หรือโซเชียลเน็ตเวิร์กอื่น ๆ และคงจะดีกว่าหากคิดก่อนโพสต์ทุกครั้งว่าอะไรควรไม่ควร แม้มันจะเป็นพื้นที่ส่วนตัวก็ตาม แต่อย่าลืมว่ายังไงสิ่งเหล่านี้ก็กลายเป็นเรื่องสาธารณะอยู่ดีหากกดโพสต์ลงไปแล้ว

         
  2. พูดจาภาษาเด็ก

           สำหรับพวกคุณการพูดแอ๊บแบ๊วทำเสียงใส หรือมีคำพูดที่ฟังแล้วดูเหมือนเด็ก ๆ พูดกัน มันให้ความรู้สึกน่ารักน่าเอ็นดู แต่เมื่อไรก็ตามที่มีคนอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน คนในครอบครัวของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง รวมไปถึงคนแปลกหน้า คำที่พวกคุณใช้มันจะกลายเป็นเรื่องน่ารำคาญสำหรับคนอื่นที่บังเอิญผ่านมาได้ยินไปโดยปริยาย ซึ่งหากไม่สามารถเลิกนิสัยนี้ได้แนะนำว่าให้เก็บไว้พูดตอนอยู่กันสองต่อสองดีกว่า

         
  3. ทำตัวเหมือนคนโสด

           ต่อให้เพื่อนของคุณจะงอน โกรธ หรือไม่พอใจ และคุณก็รักเพื่อนคนนี้มาก ๆ จนไม่อยากทำให้เสียใจ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะออกไปไหนมาไหนกับเพื่อน ๆ ได้เหมือนตอนที่ยังโสด เพราะอย่าลืมว่าตอนนี้คุณก็มีคนรู้ใจอยู่แล้ว ดังนั้น จะส่งผลดีกับทุกฝ่ายมากกว่าหากคุณรู้จักจัดสรรปันส่วนเวลาสำหรับคนรัก เพื่อน และครอบครัวได้อย่างเหมาะสม

        
  4. เผยเรื่องลับของความรักให้คนอื่นรู้

           เรื่องบางเรื่องที่เห็นว่าควรเก็บไว้เป็นความลับกันแค่สองคน ก็ควรให้มันหยุดอยู่เพียงแค่นั้น แม้จะเป็นเพื่อนหรือคนในครอบครัวที่สนิทที่สุดก็ไม่ควรจะบอกให้รู้ เพราะไม่อาจรู้ได้ว่าเรื่องของคุณจะกลายเป็นเรื่องสาธารณะเมื่อไร และแน่ใจได้อย่างไรว่าพวกเขาจะไม่เล่าให้คนอื่นฟัง ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยรูดซิปปากให้สนิทดีที่สุดแล้ว

           ทั้ง 4 เรื่องนี้หากเลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยงเอาไว้ก่อน หากอยากให้ทั้งตัวเองและคนรักมีความสุข อีกทั้งเป็นความรักที่สร้างสรรค์ ดูแล้วน่าชื่นชมมากกว่าเป็นที่น่ารำคาญของผู้คนรอบข้าง ที่รวมไปถึงคนสนิทของตัวเองทั้งเพื่อน และคนในครอบครัว

ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

Tuesday, June 17, 2014

อย่าใช้ความเงียบ เป็นการบอกลา



          การ "บอกรัก" ต้องใช้ความกล้ามากพอแล้ว แต่ใครจะรู้ว่าบางครั้ง การ "บอกเลิก" ก็เป็นสิ่งที่เอ่ยปากได้ยากไม่แพ้กัน หรืออาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ

          เพราะ หลาย ๆ คนมักเกิดภาวะน้ำท่วมปาก พูดไม่ได้ บอกไม่ถูก ไม่รู้จะเริ่มจากต้องไหน ด้วยเหตุผลอะไร ทั้ง ๆ ที่หมดรักไปตั้งนานแล้ว แต่ยังต้องเก็บงำความรู้สึกเอาไว้ ไม่อยากทำให้อีกฝ่ายต้องรู้สึกแย่ จึงตัดสอนใจใช้วิธีค่อย ๆ ถอยห่างออกมาเรื่อย ๆ ทำตัวแปลกไปจากเดิม

          พูด ง่าย ๆ คือใช้ "ความเงียบ" เป็นตัวบอกแทนทุก ๆ สิ่ง ๆ ทุก ๆ อย่าง เพราะคิดว่าหากหายไปเงียบ ๆ อีกฝ่ายจะรู้ตัว สัมผัส และยอมรับได้เอง โดยที่ไม่ต้องพูดทำลายความสัมพันธ์ดี ๆ ที่เคยมีมา 

          แต่จริง ๆ แล้ว "ความเงียบ" คือการบอกเลิกที่เสียงดังที่สุด ทำให้คนเจ็บปวดที่สุด เสียใจที่สุด ทรมานที่สุด เพราะในขณะที่อีกคนกำลังค่อย ๆ ถอยห่างโดยใช้ความเงียบเป็นตัวกลางสื่อสารแทน แต่อีกคนกลับกำลังรอคอยคำตอบอย่างมีความหวัง และสุดท้ายมันกลับกลายเป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบไปซะงั้น จนเกิดความ "คาใจ" ที่ไม่รู้ถึงเหตุผลในการเลิกรา

          ทางที่ดีเมื่อหมดรักกันแล้ว ก็ควรเผชิญหน้ากับความจริง ตัดสินใจบอกไปแบบซึ่ง ๆ หน้า มันคงเป็นวิธีที่ดีที่สุด และอาจจะเจ็บปวดน้อยกว่าความเงียบงัน...เชื่อเถอะ


Thursday, May 29, 2014

5 สัญญาณส่อแวว รักเริ่มอันตราย




      จู่ ๆ ก็บอกว่ามีธุระ ทั้ง ๆ ที่นัดกันดิบดี...จู่ ๆ ก็บอกว่าอยากมีเวลาอยู่กับตัวเองเยอะ ๆ...ปกติยอมและตามใจตลอด แต่พักหลังไม่ทำซะงั้น เอ๊ะ ๆ แบบนี้มันหมายความว่าอย่างไรกัน...คุณสาว ๆ ที่กำลังพบเจอกับปัญหาแบบนี้ ตามเราไปดูกันดีกว่า "ความรัก" ของคุณอยู่ในช่วงอันตรายหรือเปล่า

    
ทำตัวห่างเหิน : ติดงานบ้างล่ะ ติดเพื่อนบ้างล่ะ ต้องพาแม่ไปซื้อของบ้างล่ะ ฯลฯ โอ้ย! เหตุผลร้อยแปดที่เขานำมาบอก หลังจากที่ยกเลิกนัดคุณไปแบบกระทันหัน ทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนไม่ว่าจะยุ่งขนาดไหน เขาก็มักหาเวลามาให้คุณได้เสมอ เพราะคุณคือคนสำคัญ แต่ตอนนี้กลับบอกไม่มีเวลา

    
พูดคุยกันน้อยลง : จากปกติจะโทรศัพท์หาคุณเช้า กลางวัน เย็น ก่อนนอนอีก เรียกว่าโทรหาตลอดเวลาก็ได้ แต่เดี๋ยวนี้น้อยลง อย่างมากก็แค่วันละครั้ง แถมรีบวางอีก พอคุณโทรกลับไปหาก็บอกว่าไม่ว่าง ไม่ได้ยิน ทำธุระอยู่ หรือหากมีโอกาสได้คุยกัน ก็ไม่ค่อยเล่าเรื่องโน้นเรื่องนี้ให้ฟังเหมือนเคย

    
ไม่สนใจ : ไม่ว่าคุณจะพูดคุยอะไรด้วย เขาก็ทำเฉย ๆ ไม่แสดงอาการโต้ตอบ ไม่มีสัญญาณจากหมายเลขที่ท่านเรียก ทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนคอยเป็นห่วงเป็นใย ถามไถ่คุณตลอดเวลาไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม เขาอยากรับรู้หมด

    
เปลี่ยนแปลงตัวเอง : เมื่อก่อนไม่ว่าคุณจะคะยั้นคะยอ ให้เขาเปลี่ยนสไตล์การแต่งตัวเท่าไหร่ก็ไม่เคยสำเร็จ แถมยังโดนบ่นอีกว่าคุณไปยุ่งเรื่องของเขา เพราะเขาชอบแต่งตัวสไตล์แบบนี้ แต่ทำไมเดี๋ยวนี้กลับหันมาใส่ใจตัวเองมากขึ้น ลุกขึ้นมาเปลี่ยนสไตล์การแต่งตัวของตัวเองกว่าแต่ก่อน พอถามก็ไม่ยอมบอกอะไร  มันยังไงกัน

    
ทำอะไรผิดเสมอ : เขาชอบหงุดหงิดใส่ ไม่ว่าคุณจะทำอะไรก็ผิดไปหมด ขนาดเลือกร้านข้าวยังไม่ถูกใจเขาเลย แหม...ทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนยอมคุณตลอด ไม่ว่าคุณจะทำอะไรก็ถูกเสมอ แถมยังสนับสนุนอีก

      นี่เป็นเพียงแค่พฤติกรรมเพียงเล็กน้อยที่เรานำมาบอก ลองเอาไปเทียบกับ "ชีวิตรัก" ของคุณดูว่าเข้าข่ายหรือเปล่า

ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต