Tuesday, May 16, 2017

13 วิธีเอาชนะอารมณ์ซึมเศร้า ทำได้ง่ายจนคุณคาดไม่ถึง




          อารมณ์ซึมเศร้าเป็นห้วงอารมณ์ที่ส่งผลต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจอย่างมาก ซึ่งถ้าหากปล่อยให้เรื้อรังก็อาจทำให้กลายเป็นโรคซึมเศร้าจนต้องได้รับการรักษาทางการแพทย์ได้ แต่ก็ใช่ว่าเราจะไม่สามารถรักษาอารมณ์ซึมเศร้าด้วยตัวเราเองได้ ที่จริงแล้วการรักษาอาการซึมเศร้านั้นง่ายแสนง่าย แค่เพียงคุณทำกิจกรรมตามที่เว็บไซต์ Reader's Digest บอกเอาไว้ นอกจากคุณจะหายซึมเศร้าแล้ว รับรองว่าจะอารมณ์ดีขึ้นแน่นอนเลยค่ะ

ใช้เวลาอยู่กับเพื่อนสนิทอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ชั่วโมง

          มีการศึกษาในสหราชอาณาจักรซึ่งทำการศึกษากับผู้หญิงที่มีอารมณ์ซึมเศร้า 86 คน โดยให้จับคู่กับเพื่อนที่เป็นอาสาสมัครแล้วพบว่า 65 % ของผู้หญิงที่ซึมเศร้ามีอาการที่ดีขึ้น นั่นก็เป็นเพราะว่าการได้มีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นเป็นยารักษาภาวะซึมเศร้าได้อย่างยอดเยี่ยม ยิ่งถ้าหากอีกฝ่ายเป็นเพื่อนสนิท ก็จะยิ่งสร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่มีอารมณ์ซึมเศร้าในการเปลี่ยนแปลงตนเองไปในทางที่ดี และฉุดตัวให้ให้หลุดพ้นจากความโศกเศร้าต่าง ๆ ได้

เล่นกับสุนัขสัก 2-3 นาที ทุกวัน

          การศึกษาจากมหาวิทยาลัยมิสซูรีได้แสดงให้เห็นว่า ผู้ที่ไม่ได้เลี้ยงสุนัขแต่เล่นสุนัขอย่างน้อยเพียงวันละ 2-3 นาที ก็สามารถทำให้ระดับของสารเคมีในสมองที่เรียกว่าเซโรโทนิน (serotonin) และออกซิโทซิน (oxytocin) ที่เป็นสารเคมีที่ช่วยทำให้อารมณ์ดีเพิ่มขึ้น และทำให้อารมณ์ซึมเศร้าลดลงได้ค่ะ

นวดอย่างน้อย 12 นาที สัปดาห์ละ 3 ครั้ง

          การได้รับการนวดจากหมอนวดที่เชี่ยวชาญหรือคนใกล้ชิด เป็นวิธีที่ทำให้อารมณ์ดีมากขึ้น มีการศึกษากับผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะซึมเศร้าพบว่า การได้รับการนวด 12 นาที เป็นเวลา 3 ครั้งต่อสัปดาห์ จะมีความซึมเศร้าลดลงมากกว่าผู้ที่ไม่ได้รับการนวด

          นอกจากนี้ยังมีการศึกษาอื่นแสดงให้เห็นอีกว่า 84% ของหญิงตั้งครรภ์ที่มีอาการซึมเศร้าที่ได้รับการนวดจากสามีเป็นเวลา 20 นาที 2 ครั้งต่อสัปดาห์จะช่วยลดอาการซึมเศร้าไปได้ถึง 70 % ซึ่งนักวิจัยก็ให้เหตุผลว่าเพราะการนวดจะทำให้ระดับเซโรโทนินเพิ่มขึ้น และลดระดับของคอร์ติซอลซึ่งเป็นฮอร์โมนความเครียดได้

ดื่มกาแฟหรือชาในทุก ๆ เช้า

          โดยปกติแล้ว ระดับคาเฟอีนเพียงเล็กน้อยก็สามารถลดระดับความซึมเศร้าได้มากกว่า 50% แล้วละค่ะ ดังนั้นถ้าไม่อยากอยู่กับอารมณ์ซึมเศร้าไปทั้งวัน ลองดื่มกาแฟหรือชาในช่วงเช้าก็จะช่วยให้อารมณ์ดีขึ้นได้

ทานอาหารที่ช่วยทำให้อารมณ์ดี

          วอลนัท กีวี กล้วย เชอร์รีเปรี้ยว สับปะรด มะเขือเทศ และลูกพลัม เป็นอาหารที่ช่วยเพิ่มการหลั่งของสารเซโรโทนินที่ทำให้เรามีอารมณ์ดีขึ้น และนอกจากอาหารพวกนี้แล้ว อาหารที่มีมีทริปโตเฟนอย่างเช่น ไก่ง่วง ปลา เนื้อไก่ เนยแข็งคอตเทจ ถั่วเปลือกแข็ง ชีส ไข่ และถั่ว ก็ช่วยเพิ่มการหลั่งของสารเซโรโทนินในร่างกายได้เช่นกัน เพราะเมื่อเรารับประทานอาหารที่มีทริปโตเฟน ซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่จำเป็น ร่างกายของเราก็จะเปลี่ยนมันให้เป็นสารเซโรโทนิน (serotonin) ได้นั่นเอง

ทานอาหารที่มีโอเมก้า 3 สูง ให้มากขึ้น

          การศึกษาในประเทศเนเธอร์แลนด์พบว่า ผู้ที่รับประทานอาหารที่มีไขมันโอเมก้า 3 สูง อย่างเช่นปลาแซลมอนและปลาแมคเคอร์เรล มีแนวโน้มที่จะมีอาการซึมเศร้าน้อยลงมากกว่าผู้ที่รับประทานอาหารที่มีกรดไขมันชนิดนี้น้อย

          และอีกการศึกษาหนึ่งที่มีขึ้นในประเทศอังกฤษ ก็ยังแสดงให้เห็นว่าผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ที่รับประทานเนื้อปลาน้อยมีระดับความซึมเศร้าที่สูงกว่าผู้หญิงที่รับประทานเนื้อปลา 10 ออนซ์ (ประมาณ 283 กรัม) ต่อวัน ซึ่งนอกจากปลาแซลมอนและปลาแมคเคอร์เรลที่มีไขมันโอเมก้า 3 สูงแล้ว ก็ยังมีเมล็ดแฟล็กซีด วอลนัท ถั่วเหลือง ถั่วแดง และถั่วดำอีกด้วยค่ะ

ทานวิตามินให้มากขึ้น

          การไดเอตโดยการลดอาหารที่มีคารโบไฮเดรตจะทำให้เกิดภาวะซึมเศร้าได้ ดังนั้นเพื่อเป็นการทดแทนทริปโตเฟนที่มีอยู่ในแป้ง ควรรับประทานอาหารหรืออาหารเสริมที่มีโฟเลทประมาณ 400 ไมโครกรัม และวิตามินบีให้มากขึ้นเพื่อลดอาการซึมเศร้าค่ะ เพราะการขาดโฟเลทก็เป็นสำคัญที่ทำให้เกิดความซึมเศร้า และวิตามินบีก็เป็นแร่ธาตุที่สำคัญในการรักษาโรคซึมเศร้าได้เช่นกันค่ะ

ยิ้มและหัวเราะให้มากขึ้น

          มีการวิจัยหนึ่งแสดงให้เห็นว่าการยิ้มจะช่วยทำให้คุณรู้สึกมีความสุขมากขึ้น และการหัวเราะก็จะช่วยกระตุ้นการผลิตสารเซโรโทนิน (Serotonin) ได้ ดังนั้นถ้าหากคุณรู้สึกเศร้าลองหาหนังตลก หรือการแสดงตลก ๆ ดู ก็จะช่วยทำให้ความเศร้านั้นบรรเทาลงได้

ปลดปล่อยมันออกมา

          มีการวิจัยหนึ่งพบว่าพนักงานที่เข้าร่วมคลาสเรียนตีกลองจะรู้สึกมีชีวิตชีวาและซึมเศร้าน้อยลงเมื่อเรียนไปแล้ว 6 สัปดาห์ นั่นก็เป็นเพราะว่า การตีกลองจะทำให้พวกเขาได้ปลดปล่อยความเครียดและความซึมเศร้า โดยการปลดปล่อยอารมณ์ซึมเศร้าออกมาผ่านการกระทำบางอย่างสามารถทำให้อาการดีขึ้นได้ ดังนั้นถ้าใครเกิดความรู้สึกซึมเศร้าลองสมัครเรียนตีกลอง หรือไปออกกำลังกาย อย่างเช่น ตีแบดมินตัน เทนนิส ก็ดีนะคะ

เปลี่ยนที่นอน

          มีผู้คนจำนวนหนึ่งที่มีอาการซึมเศร้าและมีอาการนอนไม่หลับ นั่นเป็นเพราะเราตกอยู่ในกิจวัตรและสถานที่เดิม ๆ ทุกวัน การเปลี่ยนที่นอนก็เป็นทางหนึ่งที่สามารถช่วยได้ โดยอาจจะย้ายเตียงนอน หรือย้ายไปนอนห้องอื่นสักระยะหนึ่งก็จะช่วยทำให้นอนหลับได้ดีขึ้น แต่ถ้าหากไม่สะดวกก็ลองใช้วิธีตื่นให้ตรงเวลา หลีกเลี่ยงการงีบหลับในตอนกลางวันเกิน 20 นาที งดดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนหลังเวลาบ่าย 3 โมง หรือเลิกใช้เวลาบนเตียงมากเกินไปก็สามารถช่วยลดอาการนอนไม่หลับได้ค่ะ

ใจเย็นกับตัวเองลงหน่อย

          หากคุณทำอะไรผิดพลาดแทนที่จะโกรธตัวเองก็ควรจะใจเย็นลงและให้อภัยตัวเองซะ และคิดเสียว่า "ตัวเองได้ทำดีที่สุดในสิ่งที่ควรจะทำแล้ว และในอนาคตถ้าหากฉันคิดว่าฉันสามารถทำได้ดีกว่านี้ ฉันจะทำมันอีกครั้ง"

หยุดทำในสิ่งที่เป็นกิจวัตรประจำวัน

          กิจวัตรประจำวันเป็นสิ่งที่สามารถทำให้เราเกิดภาวะซึมเศร้าได้ ดังนั้นควรจะเลิกทำมันซะแล้วหากิจกรรมใหม่ ๆ ทำ อย่างเช่น ขับรถไปเที่ยวนอกเมืองในวันหยุดแทนที่จะอยู่บ้าน เปลี่ยนเส้นทางในการเดินทางไปทำงาน ออกไปทานมื้อเย็นที่ร้านอาหารแทนที่จะอยู่ที่บ้าน หรือแม้แต่ลาพักร้อน กิจกรรมใหม่ ๆ จะทำให้อารมณ์ที่ขุ่นมัวของผู้ป่วยดีขึ้นได้

ออกกำลังกาย

          มีการศึกษามากมายแสดงให้เห็นว่าการออกกำลังกายสามารถทำให้ร่างกายผลิตและหลั่งสารเซโรโทนินมากขึ้น ลองหากีฬาหรือการออกกำลังกายที่คุณชอบ และใช้เวลากับมันก็จะช่วยทำให้อารมณ์ดีขึ้น อาจจะเป็นการเต้นแอโรบิก หรือ เล่นโยคะ ก็ดีทั้งนั้นค่ะ

          อาการซึมเศร้าสามารถแก้ไขได้ด้วยการทำกิจกรรมต่าง ๆ เหมือนที่ได้ทราบกันไปแล้ว แต่นอกจากนี้สิ่งที่ง่ายที่สุดที่สามารถทำได้ก็คือการมองโลกในแง่ดี เพราะถ้าหากเรามองโลกในแง่ดีแล้ว ไม่มีวันที่อาการซึมเศร้าจะทำอะไรเราได้อย่างแน่นอน แต่ถ้าหากรู้สึกว่าอาการซึมเศร้านั้นเรื้อรังเกินไป ก็ควรจะไปพบจิตแพทย์เพื่อทำการปรึกษาก่อนที่จะกลายเป็นโรคซึมเศร้านะคะ

https://health.kapook.com/view98426.html

Monday, May 1, 2017

10 วิธีระงับใจร้อน




Take it Easy ! Clam dome ! Cool Man!

          โลกร้อน อากาศร้อน ความร้อนในใจของคนเราก็พุ่งสูงขึ้นด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นบับนี้ ผมจะพาไปหาวิธีคลายร้อนในใจแบบง่ายๆ สำหรับใครที่กำลังมีปัญหารุ่มร้อนใจเพราะจิตใจของคนเรานั้น บางครั้งก็แข็งแกร่งดังหินผา บางครั้งก็อ่อนแอราวปุยนุ่น ดังนั้นเราจึงควรบริหารจิตใจของเราทุกวันให้รับสิ่งที่จะเข้ามากระทบจิตใจได้ เพราะปัญหาที่ผ่านเข้ามาในวันนี้ วันหนึ่งข้างหน้าก็จะถอยห่างออกไป ลองย้อนกลับไปมองเรื่องราวที่ผ่านมา  จะเห็นว่าบางเรื่องที่ตอนนั้นคิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ก็กลับกลายเป็นเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น อากาศร้อนอย่างเดียวก็พอแล้ว อย่าปล่อยให้ใจร้อนตามไปด้วยเลยครับ

นับหนึ่งให้ถึงสิบ

          เริ่มจากวิธีพื้นฐานอย่างนับเลขในใจ เวลาที่เราโกรธใครให้ลองนับหนึ่งถึงสิบ หรือจะนับถึงร้อยถึงพันก็คงไม่มีใครว่า เพราะการนับเลขจะส่งผลให้เรามีสมาธิ และยังได้มีเวลาไตร่ตรองคิดถึงสิ่งที่ผู้อื่นทำกับเรา และสิ่งที่เรากำลังคิดจะทำด้วย

ปล่อยวาง ไม่ยึดติด

          ปัญหาที่เกิดขึ้นนทุกวันนี้ ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะคนเรามีอัตตามากเกินไป หากเราลองเปลี่ยนความคิด ไม่ยึดติดกับตัวตน แล้วลองคิดว่าสุดท้ายวันหนึ่งเราก็ต้องแตกดับ และสลายไป วนเวียนเป็นวัฏจักรเช่นนี้เรื่อยไป เพราะฉะนั้นถ้าเรายอมรับกับวัฏจักรแห่งการเกิด-ดับนี้แล้ว ไม่ว่าเรื่องใดๆ ก็คงเป็นเพียงเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น

เข้าหูซ้ายทะลุหุขวา

          อย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะครับ เพราะปกติแล้ว คำว่า "ฟังหูซ้ายทะลุหูขวา" นั้นเขาใช้เปรียบเปรยคนที่ฟังอะไรแล้วไม่สนใจ ไม่ใส่ใจ ไม่รับความคิดใหม่ๆ เข้ามา แต่ตอนนี้ผมกำลังหมายถึง ถ้าเป็นเรื่องไม่เป็นเรื่องแล้ว การฟังแบบเข้าหูซ้ายทะลุหูขวานั้นนับเป็นเรื่องที่ดี เพราะจะทำให้เราไม่ใส่ใจกับสิ่งที่ใครกล่าวมา

คิดมากไปหรือเปล่า

          อาการคิดมากเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคเครียดได้ ยิ่งอากาศร้อนๆ ยิ่งเหตุการณ์อะไรๆ ก็ไม่เป็นใจด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ร้อนรน เมื่อเกิดเรื่องก็จะยิ่งเก็บมาคิด จนไม่เป็นอันกินอันนอน ลองเปลี่ยนจากความคิดเรื่องแย่ ๆ เปลี่ยนเป็นคิดเรื่องดีๆ บ้างสิครับ เพราะความคิดนั้นเป็นตัวกำหนดวิถีชีวิตของเรา ไม่เชื่อลองทำดู คิดดี ทำดี เท่านี้พอ

ฝึกสมาธิ

          การฝึกสมาธิให้ใจสงบนั้นมีหลายรูปแบบ จะนั่งสมาธิหรือเดินสมาธิก็ได้ อย่างที่ผมเคยเขียนในเล่มก่อนๆ ว่าเมื่อมีสมาธิก็มีสติ เมื่อมีสติก็เกิดปัญญา เวลาเกิดปัญหาก็จะมีทางแก้ไข

รู้เขารู้เรา

          บางครั้งแค่เราลองมองใส่ใจนิสัยของคนรอบข้างบ้าง ก็สามารถที่จะทำให้เราอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างไม่ยากเย็น แต่เราจะต้องรู้จักระงับสติอารมณ์ของเราด้วย เพราะเมื่อเราทราบแล้วว่าเขาเป็นคนแบบนี้ หากเรารับนิสัยเขาไม่ได้ ก็ให้อยู่ห่างๆ เข้าไว้เป็นดีที่สุด จะได้ไม่ต้องมีเรื่องมีราวกัน

ขอโทษ คำนี้พูดได้ตาย

          หากเราทำผิด การใช้คำว่าขอโทษนั้นถือเป็นเรื่องธรรมดาที่สุด ไม่ใช่เรื่องยากเลย ถ้าเราจะต้องเอ่ยคำขอโทษ เพราะคำๆ นี้ไม่ได้ทำให้ศักดิ์ศรีของเราตกต่ำลงหากแต่เป็นการรู้จักยอมรับในสิ่งที่ตนเองผิดต่างหาก  อีกทั้งยังจะทำให้สถานการณ์ที่เลวร้ายคลี่คลายลงได้อย่างไรก็ตาม เราไม่ควรใช้คำขอโทษอย่างพร่ำเพรื่อเพราะจะทำให้ติดเป็นนิสัยที่ไม่ดี ทำอะไรก็ไม่ระมัดระวัง

ยิ้มแห่งสยาม

          รอยยิ้มสร้างโลกนี้ให้สดใสได้ เหมือนดังคำที่บอกว่า "ถ้าคุณยิ้ม โลกก็จะยิ้มให้คุณ" เพียงแค่คุณไปไหนแล้วมีแต่รอยยิ้มให้คนรอบข้าง คนรอบข้างก็จะอารมณ์ดีขึ้นไปด้วย

หายใจเข้า-ออกลึกๆ

          การหายใจเข้าออกลึกๆ นานๆ จะทำให้เราได้มีสติยั้งคิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น และทำให้ร่างกายเราได้รับการผ่อนคลายจากลมหายใจที่รับเข้าและส่งออก ดังนั้นก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไรลงไปในช่วงเวลาที่มีอารมณ์โกรธ ลองหายใจลึกๆ เข้า ออก อย่างช้าๆ จะช่วยให้สถานการณ์รอบข้างดีขึ้น

ไม่หนีแต่ไม่ประทะ

          หากเราไม่สามารถจะทำอะไรกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าได้ แต่จะเก็บเอาไว้ก็กลัวจะกลายเป็นคนเก็บกดจะเดินหนีก็จะกลายเป็นคนไม่ยอมรับความจริง หากเกิดเหตุการณ์แบบนี้ คงต้องใช้สติที่รอบคอบตัดสินใจในการแก้ปัญหา รับฟังสิ่งที่ผู้อื่นว่ามา แล้วก็นำไปปรับปรุงในส่วนที่ไม่ดี หากแต่เป็นสิ่งที่เขาพูดพร่ำเพรื่อก็ไม่ต้องกังวลให้เสียเวลา เลิกคิดไปเลย ไม่จำเป็นต้องไปต่อปากต่อคำด้วย เพราะการทำเช่นนั้น ไม่ได้ส่งผลดีอะไรขึ้นมาเลย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก MIX MAGAZINE
https://hilight.kapook.com/view/30662

Saturday, April 22, 2017

อะโวคาโด สรรพคุณล้น ลดอ้วนลงพุง ปราบไขมันในเลือดอยู่หมัด




         อะโวคาโด สรรพคุณเปี่ยมล้น ช่วยทั้งลดเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกาย ลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด แถมยังป้องกันอ้วนลงพุงได้อีก

          แค่อ้วนลงพุงก็เสี่ยงต่อโรคเรื้อรังหลายโรค ทั้งเบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ เพราะสาเหตุของการอ้วนลงพุงเกิดมาจากไขมันที่สะสมในร่างกาย ซึ่งเป็นไขมันชนิดไม่ดีต่อสุขภาพซะด้วย ดังนั้นหากเราลดเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกายลงได้ ปริมาณคอเลสเตอรอลในเลือดก็คงจะลดลง เช่นเดียวกับปัญหาโรคอ้วนลงพุงที่ก็คงจะลดลงด้วยเช่นกัน แต่วิธีที่จะทำให้เราลดความเสี่ยงต่อโรคและความอ้วนลงพุงได้ทั้งหมดที่กล่าวมานั้น ควรทำอะไรบ้าง บอกเลยว่าไม่ยาก แค่กินอะโวคาโดเท่านั้นเอง

          ข้อมูลนี้ไม่ได้มาลอย ๆ ค่ะ การันตีสรรพคุณอะโวคาโดจากนักวิจัยชาวอิหร่านที่ทำการวิจัยและบันทึกผลไว้ที่วารสาร Phytotherapy Research กันเลย โดยนักวิจัยได้รีวิวข้อมูลจากงานวิจัยเกี่ยวกับสรรพคุณอะโวคาโดถึง 129 งานวิจัย เพื่อเปรียบเทียบและศึกษาความเกี่ยวข้องของอะโวคาโดกับการลดปัญหาอ้วนลงพุง ทั้งในส่วนการทดลองที่ใช้เนื้ออะโวคาโดล้วน ๆ รวมไปถึงงานวิจัยที่ทำการทดลองทั้งใบอะโวคาโด เปลือกอะโวคาโด น้ำมันอะโวคาโดสกัด และเมล็ดอะโวคาโดด้วย

          ซึ่งจากการเก็บข้อมูลงานวิจัยทั้งหมดทั้งมวล นักวิจัยก็พบว่า อะโวคาโดมีสรรพคุณเด่นในการช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด และการกินผลไม้รสมันชนิดนี้ก็ดันมีผลต่อระดับไขมันชนิดเลวในเลือด (LDL) ไขมันชนิดดีในเลือด (HDL) ระดับไตรกลีเซอไรด์ เปอร์เซ็นต์ไขมันรวมในเลือด และกรดไขมันรวมทั้งหมดในร่างกาย...ในทางที่ดีซะด้วย

           เพราะผลการวิจัยที่ผ่าน ๆ มาแสดงให้เห็นอย่างเด่นชัดแล้วว่า การกินอะโวคาโดทุกวันมีส่วนช่วยลดไขมัน ลดความดันโลหิต ลดความเสี่ยงโรคเบาหวาน ความเสี่ยงโรคอ้วน ความเสี่ยงโรคหัวใจหลอดเลือด และโรคเรื้อรังต่าง ๆ ที่เกิดจากภาวะอ้วนลงพุง ที่สำคัญการทดลองกับกลุ่มตัวอย่าง 30 คนที่มีระดับไขมันในเลือดปกติ กับกลุ่มตัวอย่าง 37 คนที่มีไขมันในเลือดสูงกว่าปกติเล็กน้อย เมื่อไดเอตร่วมกับการทานอะโวคาโด 1 สัปดาห์ก็พบว่า ค่า LDL คอเลสเตอรอล และไตรกลีเซอไรด์ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

          ซึ่งนักวิจัยได้อธิบายกลไกการลดไขมันในร่างกายของอะโวคาโดไว้ว่า ผลไม้ชนิดนี้มีส่วนในการควบคุมการย่อยสลายกรดไขมันในร่างกาย และควบคุมการทำงานของตับและตับอ่อนในส่วนของการเลือกดูดซึมไขมันและการเผาผลาญไขมัน อีกทั้งยังมีส่วนช่วยสร้างเซลล์ในตับที่ส่งผลให้เอนไซม์สำหรับสังเคราะห์ไขมันในร่างกายมีจำนวนเพิ่มขึ้น เกิดการเผาผลาญไขมันได้ดีขึ้นด้วย

          นอกจากนี้งานวิจัยยังเผยข้อมูลสำคัญมาด้วยว่า อะโวคาโดมีส่วนในการช่วยลดน้ำหนัก ยืนยันจากผลการทดลองในผู้ใหญ่ที่มีน้ำหนักตัวเกินและเป็นโรคอ้วน กินอะโวคาโดวันละ 1 ผล ติดต่อกัน 6 สัปดาห์ ซึ่งพบว่าน้ำหนักตัวของกลุ่มอาสาลดลง รวมไปถึงดัชนีมวลรวม (BMI) และเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกายก็ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน อีกทั้งยังมีอีกงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่า คนที่กินอะโวคาโดเป็นประจำจะมีน้ำหนักตัวและรอบเอวต่ำกว่าคนที่ไม่ได้กินอะโวคาโดเลย แม้กลุ่มที่กินอะโวคาโดจะไม่ได้กินอาหารไขมันสูงน้อยลงก็ตาม

           นั่นแสดงให้เห็นว่า อะโวคาโดสามารถช่วยเราป้องกันภาวะอ้วนลงพุง ภาวะพุงปลิ้น และช่วยลดเปอร์เซ็นต์ไขมันชนิดไม่ดีในร่างกายได้จริง ๆ เพราะผลไม้ชนิดนี้อุดมไปด้วยกรดไขมันอิ่มตัวเชิงเดี่ยว ซึ่งเป็นไขมันชนิดที่ดีต่อร่างกาย เมื่อรับประทานเข้าไปแล้ว ไขมันชนิดนี้จะเข้าไปเพิ่มระดับคอเลสเตอรอลชนิดที่ดีในร่างกายและทำให้ไขมันชนิดที่ไม่ดีอย่างคอเลสเตอรอล LDL และไตรกลีเซอไรด์ในเลือดลดลง

          อีกทั้งกรดไขมันอิ่มตัวเชิงเดี่ยวในอะโวคาโดยังจะช่วยชะลอการไหลเวียนของน้ำตาลในเลือด พร้อมกับลดภาวะต้านอินซูลินในร่างกาย และกรดไขมันอิ่มตัวเชิงเดี่ยวยังช่วยเพิ่มความรู้สึกอิ่มหลังมื้ออาหาร แถมยังดีต่อความดันโลหิต และระบบป้องกันการอักเสบได้อีกต่างหากนะ

          เห็นชัดแล้วใช่ไหมคะว่าสรรพคุณของอะโวคาโดเด็ดดวงขนาดไหน ดังนั้นใครยังไม่เคยคิดจะลิ้มลองอะโวคาโดเลยสักครั้งในชีวิต ตอนนี้เปลี่ยนความคิดก็ยังทัน มากินอะโวคาโดวันละ 1 ผลกันเถอะ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
time
medicalnewstoday
sciencetimes
เครดิตภาพ  https://health.kapook.com/view169836.html

Thursday, April 20, 2017

วิธีคลายร้อนให้นอนหลับสบาย เอาตัวรอดได้แม้ปรอทแทบแตก




 วิธีคลายร้อนตอนนอน สารพัดวิธีคลายร้อนทั้งแบบไฮโซและวิธีคลายร้อนแบบบ้าน ๆ เพื่อช่วยคุณหาวิธีเอาตัวรอดจากอากาศร้อนปรอทแทบแตกได้ชิล ๆ

          นี่สินะที่เขาเรียกกันว่าสภาวะโลกร้อน อากาศในแต่ละวันมันถึงได้ร้อนทะลุปรอทจนเกือบจะทนไม่ไหว ก็เล่นแดดแรงตั้งแต่เช้าลากยาวอุณหภูมิเดือดปุด ๆ มาถึงกลางคืน โอย ! อกอีแป้นจะแตก ตับก็เกือบระเบิด อย่างนี้ต้องคลายร้อนด้วยวิธีคลายร้อนที่ใช้ได้ผลตลอดกาลตามนี้­­

เปิดแอร์คลาสสิกสุด

          บ้านไหนมีแอร์อย่าไปกลัวเปลืองไฟ ร้อนแบบนี้เปิดใช้งานแอร์ที่อุตส่าห์ซื้อมาติดไว้ซะเลย แต่ถ้าจะให้ดีอย่าเปิดต่ำกว่า 25 องศานะคะ ไม่อย่างนั้นมิเตอร์ไฟฟ้าของคุณจะหมุนเร็วกว่าที่ควรจะเป็น บิลค่าไฟตอนสิ้นเดือนอาจทำให้สะดุ้งกันได้

เช็กแอร์หน่อยก็ดี

          จริง ๆ แล้วก่อนเข้าสู่หน้าร้อนสุดหรรษา เราควรตรวจเช็กสภาพเครื่องปรับอากาศเตรียมไว้ให้พร้อม ไม่ว่าจะล้างแอร์ เติมน้ำยาแอร์ หรือตรวจเช็กระบบอื่น ๆ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อคลายร้อนและเพิ่มความเย็นฉ่ำชื่นใจในสภาวะอาก­­าศที่ร้อนแทบบ้าตายกันไปข้างหนึ่ง

ระบายอากาศก่อน

          หากบ้านคุณตั้งอยู่ในเขตที่ปลอดภัยต่อโจรขโมย หรือมีคนอยู่ติดบ้านตลอดเวลาก็ควรเปิดประตูหน้าต่างไว้บ้างเพื่­­อให้อากาศได้ระบาย ทว่าหากต้องทิ้งบ้านไว้เพื่อมาทำงาน เอาเป็นว่ากลับไปถึงบ้านปุ๊บก็รีบเปิดประตูหน้าต่างทันทีเลยก็ไ­­ด้ อ้อ ! หรือถ้ามีพัดลมระบายอากาศจะเปิดช่วยอีกแรงก็เริดเลย

รูดม่านบังแดดแรง

          สำหรับส่วนไหนของบ้านที่ปะทะกับแสงแดดยามบ่ายโดยตรง อาจต้องหาม่านสีทึบมาช่วยลดทอนความร้อนจากไอแดดเข้าสู่ตัวบ้านด­­่วน ๆ ยิ่งหากห้องที่ถูกแดดเผาเป็นห้องนอนแล้วด้วยละก็ งานนี้ไม่ติดม่านกันแดดไว้ก็เตรียมตัวนอนแบบสุก ๆ ได้เลย

ติดผ้าใบกันความร้อน

          อีกวิธีคลายร้อนที่ช่วยได้ในระดับหนึ่งคงไม่พ้นการติดผ้าใบกันค­­วามร้อน ซึ่งจะช่วยบังแสงแดดและลดทอนอุณหภูมิร้อนแรงจากแสงแดดเข้าสู่ตัว­บ้านได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังเหมือนเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ฤดูฝนที่จะต­­ามมาอีกในไม่กี่เดือนหลังจากนี้ด้วยนะคะ

ใส่ใจเครื่องนอน

          เริ่มตั้งแต่ที่นอน ผ้าปูที่นอน และผ้าห่ม ควรทำมาจากวัสดุที่โปร่งพ่วงด้วยคุณสมบัติระบายอากาศ พร้อมกับผิวสัมผัสที่เบาสบายอย่างผ้าซาติน คอตตอน หรือลินิน นอกจากนี้สีสันของเครื่องนอนก็ควรเป็นสีอ่อน ๆ อย่างน้อยก็ช่วยสะกดจิตใจของเราให้สงบเยือกเย็นขึ้นได้นิดหน่อย­­

 อย่าอาบน้ำอุ่น

          แม้จะเป็นคนที่ติดน้ำอุ่น แต่การอาบน้ำอุ่นในหน้าร้อนแบบนี้ไมใช่เรื่องที่ดีต่อสุขภาพเลย­­สักนิด ฉะนั้นหากคุณอยากหาวิธีคลายร้อนก็ต้องเริ่มจากฝึกอาบน้ำเย็นให้­­ได้ก่อน

 แป้งเย็นซาบซ่า

          แป้งเย็นเป็นตัวช่วยคลายร้อนที่มีมานานแถมใช้ได้ผลดีอีกต่างหาก­­ ดังนั้นหลังจากอาบน้ำคลายร้อนแล้ว ก็อย่าลืมชโลมแป้งเย็นให้ทั่วทั้งตัวด้วยนะ

ยืมวิธีคลายร้อนของชาวอียิปต์

          ชาวอียิปต์ต้องใช้ชีวิตท่ามกลางทะเลทรายที่ร้อนระอุ เขาจึงมีวิธีคลายร้อนที่หลากหลาย หนึ่งในนั้นก็คือ แช่ผ้าขนหนูไว้ในน้ำเย็นจัด แล้วใช้ผ้าขนหนูเหล่านั้นมาห่อหุ้มตัวตอนนอน แต่หากคุณไม่ได้ร้อนจัดถึงขั้นนั้น จะนำผ้าขนหนูแช่น้ำเย็นมาเช็ดถูตัวก่อนนอน เสร็จแล้วประแป้งเย็นหอม ๆ อีกหน่อยก็น่าจะช่วยคลายร้อนได้เยอะ

 สวมใส่เสื้อผ้าโปร่งสบาย

          ชุดที่ใส่นอนของคุณควรเป็นชุดที่ทำจากผ้าคอตตอน ผ้าฝ้าย หรือผ้าซาติน ซึ่งเป็นผ้าที่ระบายอากาศได้ง่าย น้ำหนักเบา ใส่นอนสบายคลายร้อนได้อีกทางหนึ่ง

วางพัดลมใกล้หน้าต่าง

          วิธีคลายร้อนอีกทางหนึ่งที่อาจทำให้คุณแปลกใจนั่นก็คือ วางพัดลมใกล้หน้าต่างหรือช่องระบายอากาศ โดยหันด้านมอเตอร์พัดลมไปทางหน้าต่าง ซึ่งจะช่วยให้ลมร้อนที่พัดลมสร้างขึ้นมาถูกระบายออกไปด้านนอก ในขณะเดียวกันก็เพิ่มอากาศสบาย ๆ จากด้านนอกให้หมุนเวียนเข้ามาด้านในมากยิ่งขึ้น

 แอร์ทำมือช่วยได้

          หากไม่ได้ติดแอร์ก็ลองใช้วิธีคลายร้อนแบบบ้าน ๆ โดยนำน้ำแข็งก้อนใส่ภาชนะมาวางไว้หน้าพัดลม ให้ลมจากพัดลมพัดเอาไอเย็นจากน้ำแข็งมาปะทะตัวคุณ แค่นี้ก็เหมือนมีแอร์ไอน้ำสุดเก๋ไว้คลายร้อนแล้วล่ะ

 DIY เครื่องทำความเย็นจากผ้าขนหนู

          ผ้าขนหนูที่ชุบน้ำเย็นชุ่ม ๆ พาดตากระหว่างเก้าอี้ 2 ตัวหรือราวตากผ้าก็ได้ จากนั้นเปิดพัดลมเบอร์แรงที่สุดเป่าทะลวงผ้าขนหนูมาเลย แล้วคุณจะสัมผัสได้ถึงอากาศเย็น ๆ แถมไอน้ำที่ชุ่มฉ่ำ หรือไม่ก็แขวนผ้าขนหนูชุ่มน้ำเย็นไว้ที่หน้าต่างห้องนอน เมื่อลมด้านนอกพัดมา ความเย็นก็เข้าสู่ตัวบ้านได้ด้วยเช่นกัน

ห่างกันสักพักกับคนรัก

          นอนคนเดียวอาจเหงา แต่เชื่อเถอะว่าจะรู้สึกเย็นสบายกว่านอนกอดกันเป็นไหน ๆ ดังนั้นหากคุณเป็นคนขี้ร้อนจัด ๆ ลองนอนห่างจากคนรักดูสัก 1-2 คืน อาจจะแยกห้องนอนหรือแยกเตียงนอนกันก็ได้ แต่เอาเป็นว่าคุยกันให้เข้าใจก่อนล่ะ ไม่อย่างนั้นบ้านแตกแล้วจะร้อนแรงกว่าเดิม

 พกน้ำเย็นไว้ข้างเตียง

          ปกติเราควรดื่มน้ำมากพอกับที่ร่างกายต้องการอยู่แล้ว ทว่าเพื่อดับร้อนให้ร่างกายรู้สึกเย็นขึ้นก็ควรดื่มน้ำเย็นก่อน­­นอนสักแก้วใหญ่ ๆ ภายในร่างกายของเราจะได้ฉ่ำน้ำและลดอุณหภูมิร้อน ๆ ในตัวไปด้วย

ลงมานอนบนพื้น

          ถ้าบนเตียงมันร้อนเกินไป ลองลงมานอนบนพื้นกระเบื้องก็ได้คลายร้อนไปอีกแบบ หนำซ้ำยังได้สัมผัสอรรถรสในการนอนที่ต่างไปจากเดิม นับเป็นอีกหนึ่งสีสันของชีวิตที่น่าสนใจไม่เบา

 ปิดไฟทุกดวง

          ไม่ใช่แค่แสงแดดเท่านั้นที่แผ่ความร้อนให้เราสัมผัสได้ แต่แสงไฟนีออนและหลอดไฟก็นับเป็นความร้อนชนิดหนึ่งที่เพิ่มอุณหภ­ูมิให้บ้านด้วยเช่นกัน ดังนั้นก่อนนอนคุณควรไล่ปิดไฟทุกดวงภายในบ้านให้หมด ลดการใช้พลังงานไฟฟ้าไปได้อีกหน่อยด้วย

 อยู่ห่างจากแหล่งผลิตความร้อน

          เครื่องไฟฟ้าทุกชนิดผลิตความร้อนได้หมด ฉะนั้นคุณควรเช็กให้แน่ใจด้วยว่า ภายในห้องนอนของคุณไม่มีแหล่งผลิตความร้อนเหล่านี้อยู่ใกล้ ๆ ไม่ว่าจะเป็นตู้เย็น คอมพิวเตอร์ หรือเครื่องเสียงและทีวี หากปิดการใช้งานได้ให้ปิดไปซะ ส่วนตู้เย็นที่ต้องเปิดให้ทำงานอยู่ตลอด อาจต้องขนย้ายออกจากห้องนอนไปก่อนชั่วคราว

แช่เท้าในน้ำเย็น

          เท้าเป็นจุดศูนย์รวมของเส้นประสาททั้งหมดในร่างกายเรา ดังนั้นเท้าจึงมีความรู้สึกไวพอสมควร ด้วยเหตุนี้จึงแนะนำให้คุณแช่เท้าในอ่างน้ำเย็นจัด (อาจใส่น้ำแข็งลงไปด้วยถ้าร้อนมาก ๆ) แช่เท้าทิ้งไว้สักพัก ร่างกายจะลดอุณหภูมิลงเองโดยอัตโนมัติ

กางเต็นท์นอนนอกบ้าน

          ในเวลากลางคืนอากาศข้างนอกมักจะเย็นสบายกว่าอากาศภายในบ้าน ซึ่งคุณสามารถแหวกแนวออกมากางเต็นท์นอนรับลมชิล ๆ นอกบ้านได้สบาย ๆ ยิ่งหากยกครอบครัวมานอนเต็นท์ด้วยกันคงสนุกพิลึกเชียวล่ะ

          ขอยืนยันอีกสักครั้งว่า หลากหลายวิธีคลายร้อนเหล่านี้ใช้ได้ผลจริง ๆ นะคะ หากคุณอยากคลายร้อนให้ตัวเองและบ้านลองพิสูจน์เคล็ดลับที่เราจั­­ดให้ก็ตามสบายเลย    
   
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
greatist.com 
Sleep Foundation 
เครดิตภาพ  https://health.kapook.com/view116586.html