Tuesday, March 22, 2016

วิธีคลายร้อนง่าย ๆ รับมือซัมเมอร์สุดฮอต โอ๊ย...จะทนไม่ไหวแล้ว




วิธีคลายร้อนสุดง่ายที่ทำได้ด้วยตัวคุณเอง ไม่อยากร้อนจนเหงื่อออกท่วมตัวต้องลองทำ รับรองว่าเด็ดจริงอะไรจริง

         หน้าร้อนทีไร อากาศร้อน ๆ ทำให้รู้สึกอารมณ์เสียไปเสียทุกที ยิ่งนับวันโลกก็ยิ่งร้อนขึ้น พาลทำให้อากาศนั้นร้อนมากขึ้นจนแทบจะไหม้ จะไปเที่ยวทะเลให้สบายใจก็ร้อนแสบผิว บางวันเดินออกไปหน้าบ้านก็ร้อนจนหมดแรง แบบนี้ก็ต้องมาหาวิธีคลายร้อนมาช่วยบรรเทาความร้อนที่คุกคามแล้­­­วล่ะ ถ้าอย่างนั้นลองไปดูวิธีคลายร้อนเหล่านี้ ที่รับรองว่าช่วยได้ ใครที่กำลังนั่งเหงื่อตกกับอากาศแบบนี้ ลองนำวิธีเหล่านี้ไปลองทำดูกันเลย


ดื่มน้ำเยอะ ๆ

         หมั่นจิบน้ำบ่อย ๆ ตลอดทั้งวัน หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน รวมทั้งเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง แม้แต่น้ำผลไม้ที่หวานมาก ๆ ก็ควรจะเลี่ยงให้ไกล และถ้าอยากให้รู้สึกสดชื่นกว่าเดิมลองหยดน้ำยาอุทัยลงไปสักหยดส­­­องหยด รับรองเย็นแน่นอน
 
ลดกิจกรรมกลางแจ้ง

         หากไม่มีความจำเป็นก็ควรจะอยู่ในที่ร่มที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดว­­­ก แต่ถ้าหากต้องอยู่กลางแจ้งก็ควรจะสวมหมวก และแว่นกันแดดหรือกางร่มค่ะ


ใช้ม่านบังแดด

         หากอยู่ในห้องที่แดดส่องจัด ควรจะใช้ม่านบังตาหรือดึงผ้าม่านลงเพื่อป้องกันแสง แต่ไม่ต้องปิดหน้าต่าง เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก
 
อาบน้ำบ่อย ๆ

         ในช่วงฤดูร้อน การอาบน้ำบ่อย ๆ นี่ล่ะจะช่วยคลายร้อนได้ หรือจะว่ายน้ำก็ช่วยให้หายร้อน ๆ ได้เหมือนกันค่ะ และถ้าอยากให้เย็นสดชื่นถึงใจไปยิ่งกว่าเดิมก็ลองหาแป้งเย็นมาท­­­าดูค่ะ รับรองเลยเย็นสุดขั้วแน่นอน
 
รับประทานอาหารเบา ๆ

         หลีกเลี่ยงอาหารที่ย่อยยาก เปลี่ยนมารับประทานอาหารที่มีน้ำเยอะ ๆ เช่น แตงโม แคนตาลูป จะทำให่ร่างกายไม่ต้องทำงานหนักและช่วยให้ร่างกายไม่ขาดน้ำอีกด­­­้วย
 
สวมเสื้อผ้าสีอ่อนและระบายอากาศได้สะดวก

         เสื้อผ้าสีอ่อนจะดูดซับความร้อนจากแสงแดดน้อยกว่าเสื้อผ้าสีเข้­­­ม และควรเน้นสวมเสื้อผ้าคอนตอนที่โปร่งและระบายอากาศได้ง่าย


ออกไปเดินเล่นตามห้าง

         ถ้าไม่อยากเสียค่าไฟไปกับการเปิดเครื่องปรับอากาศละก็ ลองออกไปเดินเล่นตามห้างหรือไม่ก็เดินตามสวนสาธารณะที่ร่มรื่­น แม้ในสวนสาธารณะจะไม่เย็นเท่าในห้างสรรพสินค้า แต่ก็อากาศถ่ายเทกว่าการอยู่แต่ในบ้านแน่นอนค่ะ


ใช้สเปรย์พ่นน้ำ

         ถ้าอยากให้เย็น ๆ แบบไม่ต้องพึ่งพาเครื่องปรับอากาศ ก็ลองนำน้ำใส่ในขวดสเปรย์เล็ก ๆ แล้วนำไปแช่ไว้ในตู้เย็น เวลาร้อนก็นำออกมาฉีดหน้าเหมือนเวลาใช้สเปรย์น้ำแร่ก็ทำให้รู้ส­­­ึกสดชื่น ได้เหมือนกันนะ
 
ใช้คูลแพ็กประคบที่ข้อมือ

         คูลแพ็กนอกจากจะช่วยบรรเทาอาการบาดเจ็บได้แล้ว เวลาร้อน ๆ ลองนำคูลแพ็กมาประคบที่ข้อมือเป็นการลดอุณหภูมิให้เลือดในร่างกายสามารถทำ ให้รู้สึกเย็นขึ้นได้ค่­­­ะ
 
ลดการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า

         เครื่องใช้ไฟฟ้านอกจากจะกินไฟทำให้ค่าไฟเพิ่มขึ้นแล้ว ยังสร้างความร้อนให้เราอีกด้วย ยิ่งถ้าอยู่ในห้องเล็ก ๆ ละก็ แค่เปิดทีวี เปิดไฟ เปิดคอมพิวเตอร์พร้อมกัน ก็รู้สึกร้อนได้แล้วล่ะค่ะ ดังนั้นถ้าหากไม่ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นไหนก็ควรปิดและถอดปลั๊ก­­­ให้เรียบร้อย


เปิดเครื่องปรับอากาศ

         วิธีง่ายสุด ๆ ในการคลายร้อนก็คือการเปิดเครื่องปรับอากาศนี่ล่ะค่ะ แต่ก็ควรหมั่นเช็กไส้กรองอากาศบ่อย ๆ นะคะ เพราะไส้กรองที่สกปรกก็ทำให้แอร์ไม่เย็น แถมกินไฟอีกด้วย


ใช้พัดลมมือถือ

         หากคุณต้องออกไปกลางแจ้ง ลองพกพัดลมมือถือเอาไปใช้งานด้วย ร้อนตรงไหนก็เปิดตรงนั้น แม้จะไม่ช่วยให้เย็นสบายเท่าพัดลมหรือแอร์ที่้บ้าน แต่ก็ช่วยคลายร้อนได้นะ
 
รับประทานสมุนไพรที่มีฤทธิ์เย็น

          สมุนไพรไทยหลายชนิดมีฤทธิ์เย็นช่วยลดความร้อนในร่างกายได้เช่น ฟ้าทะลายโจร หรือจะเป็นเครื่องดื่มจากสมุนไพรเย็น ๆ อย่างน้ำเก็กฮวย ซึ่งถ้าใครสะดวกแบบไหนก็ลองหามารับประทาน แต่ถ้าใครอยากลองฟ้าทะลายโจรก็ลองหาที่เป็นแบบเม็ดแคปซูลก็จะรั­­­บประทาน ง่ายขึ้นนะคะ
 
รับประทานอาหารเผ็ด

         หลายคนอาจจะแปลกใจว่าวิธีนี้จะได้ผลแน่เหรอ ไม่ทำให้ท้องเสียใช่ไหม ขอบอกเลยค่ะว่าการกินของเผ็ดเนี่ยล่ะช่วยคลายร้อนได้ เพราะเมื่อเรารับประทานของเผ็ด เราก็จะมีเหงื่อออกมากขึ้น เมื่อเหงื่อออกมากขึ้นเราก็จะรู้สึกเย็นสบายตัว แต่ก็อย่ากินเผ็ดเกินไปล่ะไม่อย่างนั้นท้องเสียแน่นอนเลย


ทานไอศกรีม

         วิธีนี้ล่ะง่ายสุด ๆ เพราะไอศกรีมนอกจากจะช่วยให้เราเย็นลงแล้วก็ยังช่วยทำให้สดชื่น­­­มากขึ้น อีกด้วยล่ะ แต่ก็อย่าทานเยอะเกินไปนะไม่อย่างนั้นอาจจะอ้วนได้ค่ะ
 
ออกกำลังกายเบา ๆ

         เวลาที่อากาศร้อน ๆ อาจจะทำให้หลายคนรู้สึกหงุดหงิด ถ้าอย่างนั้นลุกขึ้นมาออกกำลังกายเบา ๆ ดูสิ นอกจากจะช่วยให้เหงื่อออกแล้วก็ยังทำให้ผ่อนคลายอีกด้วย แล้วอย่าลืมจิบน้ำตามไปด้วยนะ


เปิดหน้าต่างในตอนกลางคืน

         ในหน้าร้อน เวลากลางคืนมักจะเย็นกว่าตอนกลางวัน ดังนั้นเพื่อระบายความร้อนที่มาจากตอนกลางวัน ขณะที่นอนหลับก็ควรเปิดหน้าต่างให้กว้างเพื่อให้อากาศถ่ายเท จะช่วยให้ในบ้านเย็นขึ้นค่ะ
 
สวมหมวกปิดต้นคอด้านหลัง หรือใช้ผ้าเย็นประคบ

         บริเวณต้นคอด้านหลังเป็นบริเวณควบคุมอุณหภูมิในร่างกาย หากบริเวณต้นคอด้านหลังร้อนมาก ๆ ก็จะทำให้เรารู้สึกร้อนได้เช่นกัน
 
รับประทานผลไม้

         ผลไม้บางชนิด เช่น แตงโม มะพร้าว หรือแม้แต่สัปปะรด ก็สามารถช่วยทำให้เรารู้สึกเย็นขึ้นได้ แถมยังทำให้สดชื่นอีกด้วย หากรู้สึกร้อนเมื่อไรลองรับประทานผลไม้ดูนะได้ผลแน่นอน


ไปว่ายน้ำ

         การว่ายน้ำเป็นกิจกรรมคลายร้อนที่ดีและง่ายสุด ๆ เลย ไม่จำเป็นต้องว่ายเก่งค่ะ แค่เพียงคุณลงไปแช่ตัวอยู่ในสระว่ายน้ำก็ทำให้รู้สึกเย็นได้ หรือถ้าจะออกกำลังกายในน้ำไปด้วยก็เก๋ไปอีกแบบเลยล่ะ
 
สวมรองเท้าที่โปร่งและเลี่ยงการสวมถุงเท้า

         เท้าถือเป็นอีกอวัยวะหนึ่งที่มีส่วนในการระบายความร้อนในร่างกา­­­ย ดังนั้นในช่วงหน้าร้อน ถ้าไม่จำเป็นอย่าสวมถุงเท้าและควรสวมรองเท้าที่โปร่งระบายอากา­ศได้ เพราะจะทำให้เท้าไม่อับ และช่วยให้ร่างกายระบายความร้อนผ่านทางเท้าได้ดีขึ้น


นวดด้วยน้ำมัน

         น้ำมันอาจจะทำให้รู้สึกเหนอะหนะแต่ถ้าหากนวดด้วยน้ำมันสำหรับนว­­­ดโดยเฉพาะ ไม่เพียงแต่ทำให้รู้สึกสบายยังช่วยให้ร่างกายเย็นลงไ­­ด­้ด้วยล่ะ
 
ดื่มน้ำมะนาว

         น้ำมะนาวมีฤทธิ์ช่วยให้ร่างกายสดชื่น กลิ่นเปรี้ยว ๆ ของมะนาวจะช่วยให้สมองปลอดโปร่งมากขึ้น ไม่รู้สึกหงุดหงิดกับอากาศร้อน ๆ แถมยังช่วยในเรื่องระบบขับถ่ายอีกด้วย
 
รับประทานน้ำแข็ง

         หน้าร้อน อะไรจะดีไปกว่าเครื่องดื่มใส่น้ำแข็งเย็น ๆ อีกล่ะ แต่ก็ควรระมัดระวังความสะอาดของน้ำแข็งด้วย ทางที่ดีทำน้ำแข็งเองนี่ล่ะค่ะดีที่สุดเลย


นอนกับพื้น

         วิธีนี้เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดแล้วค่ะที่จะทำให้คลายร้อนได้ เพราะตามหลักวิทยาศาสตร์แล้วอากาศร้อนมักจะลอยตัวสูง และอากาศที่เย็นกว่าจะลอยต่ำ การนอนลงกับพื้นจะช่วยให้เราได้สัมผัสอากาศที่เย็นนั่นเอง และถ้านอนในห้องทีเป็นพื้นกระเบื้องก็จะยิ่งเย็นกว่าเดิมเลยล่ะ
 
         เป็นยังไงคะกับ 25 วิธีคลายร้อนแบบง่าย ๆ ที่ไม่ต้องคิดให้เสียเวลา ใครสะดวกวิธีไหนก็ลองหยิบไปใช้นะคะ และที่สำคัญหน้าร้อนแบบนี้ก็อย่าใจร้อนเป็นดีที่สุด ใจเย็น ๆ ทำอะไรให้ช้าลงบ้าง เพราะหากเราใจเย็นและอารมณ์ดี ต่อให้อากาศร้อนยังไง เราก็จะรู้สึกร้อนน้อยกว่าปกติแน่นอนค่ะ


http://health.kapook.com/view116813.html

Saturday, March 19, 2016

8 วิธีกำจัดเสมหะ เคลียร์กันจะจะให้หายใจสะดวกขึ้น



วิธีกำจัดเสมหะ เคลียร์ลำคอให้โล่ง เพิ่มพื้นที่ในการหายใจให้คล่อง ไม่อยากรำคาญเพราะเสมหะต้องลองจัดวิธีเหล่านี้
   
          อาการมีเสมหะในลำคอสร้างความรำคาญและทำให้หายใจไม่ค่อยสะดวก ใครมีเสมหะข้นเหนียวอยู่ในลำคอแบบนี้คงไม่ค่อยแฮปปี้กันเท่าไร งั้นมากำจัดเสมหะกันดีกว่า และสำหรับเคสที่ขับเสมหะไม่ออก นอกเหนือจากการทานยาละลายเสมหะแล้ว อาจลองวิธีเหล่านี้เป็นตัวช่วยดู

1. ดื่มน้ำเยอะขึ้น

          ในกรณีที่รู้ว่ามีเสมหะในลำคอเพราะอาการป่วย เคสนี้อาจจะลองบรรเทาด้วยการดื่มน้ำให้เยอะขึ้นก่อน โดยเลือกดื่มน้ำอุณหภูมิห้อง หรือน้ำอุ่น เพื่อให้น้ำช่วยละลายเสมหะ พร้อมทั้งกระตุ้นการทำงานของภูมิคุ้มกันร่างกายไปด้วย

2. ดื่มเครื่องดื่มอุ่น ๆ
   
          ไม่ว่าจะเป็นน้ำอุ่น น้ำซุป หรือเครื่องดื่มอุ่น ๆ ชนิดอื่นก็สามารถดื่มเพื่อขจัดเสมหะได้ เพราะน้ำอุณหภูมิสูงกว่าปกติจะช่วยละลายเสมหะในลำคอได้ไม่มากก็น้อย

3. กินอาหารรสชาติเผ็ดร้อน

          ถ้าไม่มีปัญหากับรสชาติเผ็ด ให้ลองกินอาหารรสชาติจัดจ้าน อย่างต้มยำ แกงเลียง ยำ หรือน้ำพริกก็ได้ สมุนไพรที่เป็นส่วนประกอบของอาหารเหล่านี้ รวมทั้งน้ำซุปร้อน ๆ จะช่วยขับเสมหะและช่วยเปิดทางให้ระบบหายใจคล่องตัวมากขึ้น
   
ทว่าสำหรับคนที่กินเผ็ดไม่ค่อยเก่ง แนะนำเป็นต้มจืดร้อน ๆ สักถ้วยก็ได้ค่ะ

4.  กลั้วคอด้วยน้ำเกลือ

          ผสมเกลือ 1/4 ช้อนชากับน้ำอุ่น 1 แก้วใหญ่ จากนั้นนำมากลั้วคอ โดยให้เงยหน้าขึ้นระหว่างที่กลั้วคอด้วย เกลือจะช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดอาการอักเสบในลำคอ รวมทั้งน้ำอุ่นก็จะช่วยละลายเสมหะไปด้วยในตัว

5. กลั้วคอด้วยน้ำโซดาแช่เย็น

          หากไม่สะดวกจะใช้น้ำเกลือกลั้วคอ จะใช้โซดาเปล่าแช่เย็นแทนก็ได้ ความซ่าของโซดาจะทำให้เสมหะลดน้อยลง โดยเฉพาะช่วยลดการกระแอมไอในคนที่รู้สึกว่ามีเสมหะค้างอยู่ในลำคอตลอดเวลา

6. ไอให้เสมหะออก

          กรณีนี้แนะนำสำหรับผู้ที่มีเสมหะในลำคอเท่านั้นนะคะ เพราะหากมีเสมหะค้างอยู่ในปอดจะกระแอมไอแบบนี้ไม่ได้ และการไอเพื่อกำจัดเสมหะก็ควรต้องไออย่างมีประสิทธิภาพ คือ สูดลมหายใจเข้าทางจมูกให้มากที่สุด เพื่อให้ลมหายใจเข้าไปอยู่หลังเสมหะ สังเกตได้จากทรวงอกจะขยายโดยที่ไหล่ไม่ยก และคอไม่ยืด กลั้นหายใจไว้สักครู่แล้วไอให้แรงพอสมควร ซึ่งต้องคำนึงถึงว่าลมที่อยู่หลังเสมหะจะกระแทกเสมหะให้ขึ้นมาตามหลอดลม จากนั้นก็จัดการบ้วนเสมหะทิ้งให้เรียบร้อย

7. หายใจเข้า-ออกลึก ๆ
    
          พยายามหายใจเข้า-ออกลึก ๆ ติดต่อกันเซตละ 5-7 ลมหายใจ วิธีนี้จะช่วยให้ถุงลมขยายใหญ่และฟีบสลับกันโดยไม่กระทบต่อการเปลี่ยนแปลง ของระดับก๊าซออกซิเจนและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ แต่จะช่วยให้ถุงลมที่มีเสมหะเกาะอยู่เคลื่อนตัวจากการพองและแฟบของถุงลม ซึ่งอาจทำให้เสมหะหลุดออกจากถุงลม และง่ายต่อการระบายสู่หลอดลมใหญ่

8. กำจัดเสมหะด้วยสมุนไพร

          แค่สมุนไพรจากอาหารรสจัดจ้านก็สามารถช่วยละลายเสมหะให้เราได้บ้างแล้ว ซึ่งก็แน่นอนว่าหากต้องการใช้สมุนไพรกำจัดเสมหะลเพียว ๆ ก็ไม่ใช่เรื่องยาก โดยสามารถใช้ทั้งมะนาว มะแว้ง มะขามป้อม และสมุนไพรกำจัดเสมหะตามนี้เลย

          - สมุนไพรแก้ไอ ขจัดเสมหะ 

          ได้รู้วิธีกำจัดเสมหะที่ทำตามไม่ยากเย็นแบบนี้แล้วก็อย่าปล่อยให้เสมหะลอย นวลกันอีกเลย จัดการเคลียร์ทางเดินหายใจให้คล่องตัวโดยเร็วกันดีกว่า


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
หมอชาวบ้าน
ราชวิทยาลัย โศต ศอ นาสิกแพทย์แห่งประเทศไทย
wikihow
top10homeremedies
http://health.kapook.com/view143961.html

Friday, March 18, 2016

10 เครื่องดื่มดับร้อน แคลอรีต่ำ ดื่มด่ำแบบไม่ต้องกลัวอ้วน




         เครื่องดื่มคลายร้อน หนึ่งวิธีคลายร้อน ที่มอบความสดชื่นให้ทันทีที่ยกแก้วดื่ม แถมไม่ต้องห่วงเรื่องน้ำหนักจะขึ้น เพราะนี่คือเครื่องดื่มแคลอรีต่ำ ดื่มด่ำแบบเพลิน ๆ ให้ชื่นใจ ไม่ต้องกลัวอ้วน !

          อากาศชักจะร้อนขึ้นทุกวัน ๆ พาลให้รู้สึกอยากดับกระหายด้วยเครื่องดื่มคลายร้อนกันสักหน่อย แต่ร่างกายเจ้ากรรมกลับอยากจะดื่มแต่น้ำหวานเย็น ๆ ไม่แคร์กันเลยว่าตอนนี้กำลังเคร่งครัดกับการลดน้ำหนักอย่างแรง งั้นเอาเป็นว่ามาลองพิจารณาเครื่องดื่มดับร้อน แคลอรีน้อย ๆ เอาไว้เป็นตัวเลือกดื่มคลายร้อนอย่างสบายใจ ไม่ต้องกลัวอ้วนกันอีกต่อไปกันเถอะ


1. น้ำเปล่า

          ไดเอตหนักมากก็เลือกดื่มน้ำเปล่ากันไปก่อน โดยอาจจะดื่มน้ำเย็นบ่อย ๆ ช่วยทั้งดับกระหายคลายร้อน แถมยังช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญได้อีกทางด้วย

 

2. น้ำส้มคั้น 100%

          ต่อ ให้น้ำส้มแก้วนั้นเปรี้ยวแค่ไหนก็แข็งใจดื่มไปอย่างสตรอง หรืออาจจะเติมเกลือเพิ่มไปเล็กน้อยพอให้รสชาติกลมกล่อมมากขึ้นก็ไม่ว่ากัน ซึ่งแก้วนี้จะได้พลังงานประมาณ 122 แคลอรีเบา ๆ เท่านั้นเอง


3. น้ำมะเขือเทศ

          น้ำมะเขือเทศสด รินใส่น้ำแข็งเกล็ดเต็มแก้ว แค่มโนตามก็ชื่นใจเล็ก ๆ แล้วใช่ไหมคะ และแก้วนี้ยังให้พลังงานแค่ 41 กิโลแคลอรีอีกต่างหาก เลิฟแรง !


4. สมูทตี้

          ร้อนมากนักก็จัดการทำสมูทตี้ดื่มที่บ้านซะเลย โดยเลือกใช้ผลไม้สดอย่างสตรอว์เบอร์รี แอปเปิล กีวี่ ส้ม ผสมกับโยเกิร์ต และนมไขมันต่ำ ควบคุมแคลอรีให้เด็ดขาดด้วยสองมือเราเอง


5. นมปั่น

          ถ้าไม่ชอบแบบปั่นจะใส่น้ำแข็งดื่มเพียว ๆ เลยก็ได้ อ๊ะ ! แต่มีข้อแม้ว่าต้องเป็นนมไขมันต่ำเท่านั้นนะจ๊ะ


6. กาแฟดำ

          กาแฟ ดำเพียว ๆ เป็นเครื่องดื่มปราศจากแคลอรี และหากต้องการความสดชื่นก็เพียงแค่เติมน้ำแข็งเข้าไปสักหน่อย แล้วก็ดื่มให้ชื่นใจกันไปเลย อ้อ...แต่ขอสักนิดว่าอย่าดื่มหลังบ่ายสามนะคะ ไม่งั้นอาจมีตาค้างข้ามคืนกันบ้างล่ะงานนี้


7. แตงโมปั่น

          แตงโม 100 กรัมให้พลังงานประมาณ 30 กิโลแคลอรี แถมยังเป็นผลไม้ฉ่ำน้ำที่ให้ความสดชื่นได้ง่าย ๆ แม้จะไม่แช่เย็น ดังนั้นในวันที่ร่างกายต้องการเครื่องดื่มคลายร้อนสุดพลัง ลองนำเนื้อแตงโม 100 กรัม มาปั่นกับน้ำแข็งเกล็ด 1 แก้วน้ำดื่ม ส่วนจะเติมน้ำหวานหรือไซรัปเพิ่มไปอีกไหม ประเด็นนี้ขึ้นอยู่กับความพอใจของแต่ละคนจ้า

  
8. น้ำทับทิม+ส้มเขียวหวาน

          ส้ม เขียวหวาน 3 ลูกคั้นสด ๆ นำมาผสมกับน้ำทับทิมคั้นสด 1 ลูกเพียว ๆ จากนั้นเติมน้ำแข็งเข้าไป แก้วนี้นอกจากจะได้ความสดชื่นจากน้ำทับทิมและน้ำส้มแล้ว สูตรเครื่องดื่มที่ว่ายังช่วยดีท็อกซ์ลำไส้อีกด้วยนะ


9. น้ำมะนาวผสมน้ำผึ้ง

          มะนาวคั้นสดประมาณ 1- 1 1/2 ลูก ผสมน้ำอุ่นครึ่งแก้วกาแฟ จากนั้นใส่น้ำผึ้งแท้เพิ่มความหวาน กับเกลืออีกปลาย ๆ ช้อนชา คนให้เข้ากันแล้วนำไปเติมน้ำแข็ง ดื่มคลายร้อนให้ชื่นใจ แถมได้ความชุ่มคออีกต่างหาก


10. มะนาวโซดา+น้ำผึ้ง

          แค่เปลี่ยนจากผสมน้ำอุ่นเป็นโซดาแทน แค่นี้ก็ได้ชื่นใจกับน้ำมะนาวโซดาผสมน้ำผึ้งกันแล้วล่ะ

          สาว ๆ ที่กลัวอ้วนไม่ต้องเกรงใจกันอีกต่อไป จัดไปเลยกับเมนูเครื่องดื่มดับกระหายคลายร้อนที่ให้แคลอรีน้อยทั้ง 10 เมนูนี้

       
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
LISA, GURU, แม่บ้าน
Bembu
http://health.kapook.com/view144122.html
เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/juicersbest/watermelon-juice-recipes/

Thursday, March 17, 2016

โรคตับ 15 อาการชี้ชัด บ่งบอกว่าตับไม่สบายอยู่




โรคตับ อาการแสดงชัดว่าเราเสี่ยงที่ตับจะไม่สบาย เช็กไว้ให้รู้ก่อนสาย โอกาสหายจากโรคก็มากกว่า

          ความเสี่ยงโรคตับมีอยู่ในตัวเราทุกคนค่ะ ไม่ได้จำกัดเฉพาะคนที่ดื่มเหล้าเป็นประจำเท่านั้น เพราะหน้าที่ของตับคือช่วยคัดกรองทั้งสารอาหารและช่วยกำจัดของเสียไปในคราว เดียวกัน ซึ่งภาระนี้ก็หนักหนาสาหัสใช่ย่อย แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าตับของเรายังสบายดีอยู่ หรือมีความผิดปกติเกิดขึ้นกับเครื่องในส่วนสำคัญส่วนนี้ซะแล้ว เอาเป็นว่ามาเช็กอาการโรคตับเบื้องต้นจาก 15 สัญญาณเหล่านี้กันเลย

1. ตาเหลือง

          เพราะเลือดมีปริมาณบิลิรูบิน (Bilirubin) มากเกินไป จากการที่ตับทำงานได้ไม่สมบูรณ์ ทำให้บิลิรูบินคั่งอยู่ในกระแสเลือด และมีโอกาสเข้าไปจับตัวกับเนื้อเยื่อต่าง ๆ ก่อให้เกิดอาการตาขาวกลายเป็นสีเหลือง หรือหากอาการหนักมากตัวก็อาจเป็นสีเหลืองไปด้วย

2. ตาขาวมีเส้นเลือดปรากฏ


          เมื่อตับทำงานบกพร่อง หรือทำงานหนักเงินไป อาจส่งสัญญาณมาถึงร่างกาย ทำให้มีอาการตาแดง มีเส้นเลือดขึ้นในตาขาวอย่างชัดเจน แม้จะไม่ได้ใช้งานสายตามากเลยก็ตาม

3. น้ำตาคลอตลอดเวลา

          ตามศาสตร์แพทย์แผนจีน จะถือเอาว่าตับเป็นหน้าต่างของดวงตา ฉะนั้นหากเกิดความผิดปกติต่อดวงตา เช่น จู่ ๆ ก็มีน้ำตาคลอตลอดเวลา โดยที่ไม่ได้เกิดจากความรู้สึกใด ๆ หรือไม่มีปัจจัยเร้าอย่างฝุ่นมาทำให้ดวงตาระคายเคือง แบบนี้อาจแปลได้ว่าตับกำลังส่งสัญญาณร้องขอความช่วยเหลือจากคุณอยู่

4. หน้าคล้ำ หมอง


          หากตับทำงานได้ไม่เป็นปกติ ไม่สามารถขับสารพิษออกจากร่างกายได้อย่างที่ควรจะเป็น อาจมีอาการใบหน้าหมองคล้ำไม่ผ่องใสให้เห็นกันบ้าง โดยเฉพาะหากมีเส้นเลือดปูดโปนขึ้นมาระหว่างคิ้วหรือขมับ อาการนี้ค่อนข้างชัดว่าใช่

5. หลอดเลือดดำใต้โคนลิ้นขอด

          หากหลอดเลือดดำ 2 เส้นบริเวณใต้โคนลิ้นมีลักษณะคล้ำผิดปกติ โป่งพอง หรือคดงอผิดรูป อาจเป็นไปได้ว่าระบบหมุนเวียนเลือดกำลังมีปัญหา ที่อาจมีต้นตอมาจากการทำงานบกพร่องของตับ

6. เล็บเปราะหักง่าย

          เมื่อตับทำงานได้ไม่เต็มที่ แสดงว่าร่างกายเราอาจได้รับสารอาหารที่ไม่เพียงพอไปด้วย เพราะอย่าลืมว่าตับจะช่วยคัดกรองสารอาหารเพื่อป้อนเข้าสู่ร่างกายอีกที ด้วยเหตุนี้ในผู้ป่วยโรคตับอาจมีอาการเล็บเปราะ หักง่ายด้วย

7. ผิวบอบช้ำง่าย

          ตับทำงานได้ไม่ดี การหมุนเวียนของเลือดก็ย่อมมีปัญหา ซึ่งจุดนี้อาจทำให้เส้นเลือดเปราะบางไม่แข็งแรง จนกลายเป็นคนที่มีผิวบอบบางช้ำง่าย โดนอะไรนิดหน่อยก็เป็นรอยช้ำ หรือมีเลือดออกง่ายผิดปกติ

8. เลือดออกที่เหงือก

          ดูคล้าย ๆ โรคเหงือกที่เกิดจากปัญหาสุขภาพฟัน แต่หากพบทันตแพทย์แล้วยังรักษาไม่หาย นั่นอาจแปลได้ว่าตับกำลังมีปัญหา โดยอาจมีภาวะตับอักเสบหรือเป็นโรคตับแข็ง

9. อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย

          หากมีอาการอ่อนเพลียเป็นประจำ ทำอะไรก็เหนื่อยง่าย ทั้งยังมีอาการเบื่ออาหาร น้ำหนักลด และอาเจียนร่วมด้วย อย่างนี้ควรไปตรวจเลือดเพื่อหาสาเหตุของความผิดปกติที่แน่ชัด เพราะคุณอาจเสี่ยงเป็นโรคตับหรือมะเร็งตับได้

10. ปวดท้องโดยไม่ทราบสาเหตุ

          อาการปวดท้องแบบระบุตำแหน่งได้ไม่ชัด หรือมีอาการปวดท้องบ่อย ๆ โดยไม่ทราบสาเหตุ อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าตับกำลังมีปัญหา มีความเสี่ยงโรคมะเร็งในท่อน้ำดีและมะเร็งตับได้

11. ปัสสาวะเป็นสีคล้ำ


          แม้จะดื่มน้ำมากแล้วแต่ปัสสาวะก็ยังมีสีคล้ำ แบบนี้ให้สังเกตตัวเองให้ดีว่ามีอาการบ่งชี้อื่น ๆ เช่น ตาเหลือง ผิวเหลือง ร่วมด้วยหรือเปล่า

12. ผิวแห้ง คันตามเนื้อตามตัว

          เมื่อผิวขาดความชุ่มชื้นและสารอาหารจากการที่ตับทำงานได้ไม่เต็มที่ ก็อาจทำให้เกิดอาการผิวแห้งตึง นำมาซึ่งอาการคันตามเนื้อตามตัวเป็นลำดับต่อไป

13. ท้องอืด ท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย

          เมื่อตับมีประสิทธิภาพการทำงานลดลง ระบบเผาผลาญของเราจะลดลงไปด้วย ส่งผลให้อาหารที่กินเข้าไปไม่ย่อย ก่อให้เกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อได้

14. ท้องโต เท้าบวม

          เพราะการดูดซึมของตับลดประสิทธิภาพลง จึงทำให้มีอาการท้องบวม ขาบวม และหากมีไข้เรื้อรังร่วมด้วย อันนี้ส่อสัญญาณอันตรายมากขึ้น ให้รีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยให้ชัดเจน

15. บุคลิกภาพหรือไลฟ์สไตล์เปลี่ยนไป


          ในบางรายอาจมีอาการขี้หลงขี้ลืมง่ายขึ้น ไม่มีสติ เปลี่ยนเวลานอน หรือดูไม่เหมือนคนเดิมได้ นั่นเพราะมีสารพิษตกค้างอยู่ในร่างกายจนเลือดไหลเวียนไม่ดี ออกซิเจนที่มีในร่างกายก็น้อยลง ส่งผลให้เกิดความผิดปกติต่อบุคลิกภาพและการดำเนินชีวิตในบางส่วน

          อาการส่อสัญญาณโรคตับดังกล่าวอาจเป็นเพียงข้อสังเกตในเบื้องต้นเท่านั้น แต่หากไม่แน่ใจว่าตัวเองมีความเสี่ยงโรคตับมากน้อยแค่ไหน แนะนำให้ไปตรวจกับแพทย์โดยตรงจะดีกว่านะคะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
ชมรมฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วยโรคมะเร็ง
RM Healthy
healthliving.today
active beat
http://health.kapook.com/view143665.html