Wednesday, October 21, 2015

8 ประโยชน์เจ๋ง ๆ จากเปลือกผักและผลไม้





       เศรษฐกิจแบบนี้จะขยับตัวทำอะไรก็ ต้องรัดเข็มขัดกระเป๋าสตางค์กันให้ดี ๆ ฟุ่มเฟือยไปเรื่อยอาจจะกระเป๋าฉีกเอาได้ง่าย ๆ เนอะ แต่ถึงแม้จะประหยัดกันแค่ไหน บางครั้งก็ยังเผลอกินอาหารเหลือกันบ้างล่ะ ไม่เป็นไรค่ะ เพราะเราสามารถนำอาหารที่กินเหลือมาทำประโยชน์ต่อไปได้อีก อย่างผลไม้หรือแม้กระทั่งเปลือกของผักและผลไม้เองก็สามารถนำมาทำประโยชน์ได้ อีกหลายอย่างเลย เอาล่ะ ! มาดูกันดีกว่า ว่าเราจะนำเปลือกผักและเปลือกผลไม้ไปทำอะไรได้บ้างน้า


1. กำจัดคราบสกปรก

          หลังจากบีบมะนาวปรุงรสอาหารกันไปเรียบร้อยแล้ว อย่าเพิ่งทิ้งซีกมะนาวลงถังขยะนะคะ เพราะเราจะนำมาขัดทำความสะอาดคราบเปื้อนในครัวกัน เริ่มแรกก็โรยเกลือหรือเบกกิ้งโซดาลงไปบนคราบก่อน จากนั้นก็ใช้เปลือกมะนาวครึ่งซีกขัดถูคราบสกปรกได้เลย ขัดจนคราบสกปรกหลุดออกจนหมด แล้วก็ใช้ฟองน้ำชุบน้ำเช็ดทำความสะอาดอีกที แต่วิธีนี้มีข้อแม้ว่าห้ามใช้กับพื้นผิวอ่อนบาง เช่น พื้นหินอ่อนเด็ดขาดเลยนะจ๊ะ
 

2. ทำความสะอาดหม้อต้มกาแฟ

          หม้อต้มกาแฟที่ผ่านการใช้งานมายาวนาน คงจะมีคราบกาแฟติดอยู่ไม่น้อย และคราบกาแฟเหล่านี้ก็กำจัดออกยากด้วยสิ แต่ถึงจะยากแค่ไหนก็ยังพอมีวิธีทำความสะอาดค่ะ เพียงแค่ใส่ก้อนน้ำแข็งลงไปในหม้อต้มกาแฟ ตามด้วยเกลือ และเปลือกมะนาวหลาย ๆ ซีก ครบถ้วนแล้วก็จัดการเขย่าหม้อต้มกาแฟให้สนุกไปเลย วนไปวนมาให้ส่วนผสมที่ใส่ลงไปกลั้วหม้อต้มกาแฟให้ทั่วก็ดี เท่านี้หม้อต้มกาแฟก็จะกลับมาสะอาดใสไร้คราบแล้วล่ะ
 

3. ขจัดคราบชา

          กาต้มชาที่มีคราบชาติดอยู่เต็มไปหมดก็กำจัดคราบเหล่านี้ได้ไม่ยาก เริ่มแรกให้เติมน้ำสะอาดลงไปในกาต้มชาให้เต็ม ตามด้วยเปลือกมะนาว 1 กำมือ เสร็จแล้วก็จัดการต้มให้น้ำเดือด พอเดือดจัดก็ถอดปลั๊ก ปล่อยให้เย็นอีก 1 ชั่วโมง เสร็จแล้วเทน้ำออก แล้วก็นำไปล้างให้สะอาดด้วยวิธีปกติ
 

4. ย้อมผ้า

          หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าเปลือกทับทิมเป็นส่วนประกอบสำคัญของการย้อมผ้าอย่าง หนึ่งเลย วิธีทำก็ไม่ยาก แค่หาหม้อต้มขนาดใหญ่พอที่จะใส่ผ้าได้ทั้งตัว นำมาตั้งไฟ ต้มน้ำให้เดือด ใส่เปลือกทับทิมลงไปเยอะ ๆ หน่อย ต้มจนเดือดอีกครั้งแล้วก็ทิ้งไว้ข้ามคืน วันต่อมาให้เคี่ยวน้ำที่ต้มเอาไว้อีกรอบ จนได้สีที่ต้องการ ก็ช้อนกากเปลือกทับทิมออก แล้วใส่ผ้าที่ต้องการย้อมเข้าไปแทน ก่อนจะใส่ผ้าลงไปให้นำไปชุบน้ำให้ชื้นด้วย จากนั้นก็ตั้งเคี่ยวต่อไปอีก 1 ชั่วโมง แล้วก็ปิดไฟ ตั้งทิ้งไว้อีก 1 คืน วันรุ่งขึ้นค่อยนำผ้าออกมาซักด้วยน้ำเย็น ช่วงแรก ๆ อาจจะมีสีตกอยู่บ้าง ฉะนั้นควรจะแยกผ้าซักด้วยนะคะ


5. ทำน้ำสต็อกผัก

          เราสามารถทำน้ำสต็อกจากเปลือกผลไม้ได้ด้วย โดยนำเปลือกมันฝรั่ง หอมใหญ่ เปลือกแครอท และเปลือกผลไม้อื่นๆ มาต้มจนเดือด เท่านี้ก็จะได้น้ำสต็อกผักเอาไว้ปรุงอาหารกันแล้ว เหมาะกับช่วงกินเจสุด ๆ เลยเนอะ

6. เพิ่มความกรอบให้มันฝรั่งอบ

          ถ้าอยากกินมันฝรั่งอบแบบกรอบนอกนุ่มในให้ผสมน้ำมะนาวกับน้ำมันมะกอกเข้าด้วย กัน แล้วก็นำมาราดเปลือกมันฝรั่งให้ทั่ว ใช้มีดปาดมันฝรั่งออกเล็กน้อย แล้วก็นำไปอบในเตาอบที่อุณภูมิ 400 องศา รอจนมันฝรั่งสุกจนมีสีน้ำตาลอ่อน ๆ ก็นำออกมารับประทานได้เลยจ้า
 

7. ป้องกันความชื้นในโหลน้ำตาล

          คุณแม่บ้านคงเจอปัญหาน้ำตาลติดก้นขวดเพราะความชื้นกันบ่อย ๆ แต่ต่อไปนี้ไม่ต้องทนหงุดหงิดกับปัญหานี้อีกต่อไปแล้วล่ะ เพราะเพียงแค่ใส่เปลือกมะนาวลงไปในโหลน้ำตาล เท่านี้ก็จะช่วยไล่ความชื้นในโหลน้ำตาลได้หมดจด
 

8. ทำผงสกัดจากมะนาวหรือส้ม

          เปลือกส้มหรือเปลือกมะนาวที่เหลืออยู่ในครัว ให้นำไปตากแห้งประมาณ 3-4 วัน จากนั้นก็นำมาบดหรือปั่นให้เป็นผงละเอียด แล้วก็เก็บเอาไว้ในขวดสะอาด เอาไว้โรยอาหารที่อยากได้กลิ่นส้ม กลิ่นมะนาว หรือจะเอาใส่ถุงแล้วไปเก็บในตู้เสื้อผ้า เพื่อลดกลิ่นอับก็ได้ค่ะ


          นอกจากประโยชน์เหล่านี้แล้ว ผลไม้และเปลือกผลไม้ชนิดอื่น รวมไปถึงเศษอาหารต่าง ๆ ก็สามารถนำมาทำปุ๋ยหมัก เอาไว้บำรุงต้นไม้ ดอกไม้ และพืชผักในสวนของเราให้งอกงามได้อีกด้วยนะคะ เห็นไหมล่ะว่ายังมีอีกตั้งหลายวิธีที่จะนำของเหลือใช้มาเพิ่มประโยชน์ให้ คุ้มค่าได้อีกครั้ง

เครดิตภาพ   http://beautyinbirmingham.com/2015/10/13/how-to-eat-fruit-what-you-never-knew/

Tuesday, October 20, 2015

15 สิ่งที่ควรทิ้งซะ ก่อนสุขภาพพังแบบไม่รู้ตัว




        ไม่เพียงแค่พฤติกรรมทำลายสุขภาพ เท่านั้นที่อาจะทำร้ายสุขภาพเราได้ แต่สิ่งของใกล้ตัวที่เราใช้เป็นประจำก็อาจจะทำให้สุขภาพพังได้แบบไม่รู้ตัวเหมือนกัน

          หลายคนมักจะคิดว่าสาเหตุที่ทำให้สุขภาพของเราเสียต้องมาจากพฤติกรรมการใช้ ชีวิตที่ผิด ๆ อย่างเดียวเท่านั้น โดยหลงลืมไปอย่างสนิทใจเลยว่า นอกจากวิถีการใช้ชีวิตแล้ว สิ่งของรอบกายเราก็นำพาปัญหาสุขภาพมาให้เราได้หนักใจเช่นเดียวกัน ลองมาดูสิ่งของ 15 อย่างที่ควรจะหยิบทิ้งไปซะเพื่อสุขภาพที่ดี ไม่อยากป่วยให้ลำบากใจรู้ไว้สักนิดก็ดีไม่น้อย

ใครว่าน้ำอัดลมไดเอตดีเสมอไป เลี่ยงให้ไกลดีกว่า

          น้ำอัดลมแบบไดเอต ชื่ออาจจะดูดี แต่มีโทษอันตรายกว่าน้ำอัดลมทั่วไปมากเลยเชียวล่ะ เพราะถึงแม้ว่าน้ำอัดลมแบบไดเอตจะไม่ใส่น้ำตาลแต่ก็ใส่สารให้ความหวานแทน น้ำตาลลงไป ซึ่งเจ้าสารเหล่านี้แม้จะทำให้เรารู้สึกว่ามีรสชาติหวานแบบไม่ต้องพึ่ง น้ำตาล แต่ก็จะทำให้เรารู้สึกอยากกินของหวานมากขึ้น แถมยังเพิ่มความเสี่ยงโรคเบาหวาน โรคอ้วน ที่ล้วนแต่อันตรายทั้งนั้น ซึ่งถ้าอยากให้ดีกับสุขภาพจริง ๆ เลิกดื่มน้ำอัดลมไปเลยดีกว่า

บอกลาสักทีกับภาชนะพลาสติกเก่าเก็บ

          ใครที่มีภาชนะพลาสติกที่ใช้มาหลายปี ได้เวลาโละแล้วซื้อใหม่ได้แล้วค่ะ เพราะภาชนะแบบเก่าเก็บที่คุณใช้อาจจะไม่มีสารเคลือบเพื่อป้องกันสารเคมีจาก พลาสติก ยิ่งถ้าเป็นภาชนะพลาสติกที่ใช้กับความร้อนด้วยละก็ ยิ่งอันตรายเข้าไปใหญ่ เพราะสารที่อยู่ในพลาสติกเก่าเก็บนั้นอาจจะละลายลงไปเจือปนในอาหารจนเป็น อันตรายได้ค่ะ

รองเท้ากีฬาคู่เก่า ทิ้งไปซะ ถ้าไม่อยากร่างกายพัง

          สำหรับคนที่ชอบออกกำลังกายเป็นประจำ รองเท้ากีฬาถือเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ยิ่งถ้าหากเป็นคนที่ออกกำลังกายหนัก ๆ ทุกวันด้วยละก็ ควรเปลี่ยนรองเท้าบ้างนะคะ เนื่องจากรองเท้ากีฬาที่ผ่านการใช้งานทุกวันอย่างหนักจะเสื่อมสภาพลง และการใช้รองเท้าที่เสื่อมสภาพจะส่งผลกระทบต่อกระดูก และกล้ามเนื้อ รวมทั้งทำให้เสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บได้มากขึ้นด้วย สังเกตง่าย ๆ เลย ถ้าหากคุณรู้สึกเมื่อยเวลาที่สวมรองเท้ากีฬาคู่โปรด หรือดูแล้วยางของรองเท้าเริ่มสึกแล้ว แปลว่ารองเท้าเริ่มจะเสื่อมสภาพแล้ว มองหารองเท้าคู่ใหม่เถอะ

แปรงสีฟันเก่า แหล่งรวมเชื้อโรค เปลี่ยนเถอะ

          เรื่องนี้หลาย ๆ คนคงทราบอยู่แล้วว่า แปรงสีฟันที่เราใช้ทุกวันนี้มีอายุการใช้งานเพียง 2 เดือน มากที่สุดก็ 2 เดือนครึ่งเท่านั้น การใช้แปรงสีฟันเก่านานกว่านั้นไม่ใช่เรื่องดีเลย เพราะเชื้อโรคต่าง ๆ ที่อยู่ในแปรงสีฟันอาจจะให้ผลเสียไม่ต่างจากการไม่แปรงฟันหรือแปรงฟันไม่ สะอาดเลยล่ะค่ะ ทราบแบบนี้แล้วก็เปลี่ยนบ่อย ๆ ดีกว่าเนอะ

อาหารเก่าเก็บในตู้เย็น ทิ้งซะอย่ามัวเสียดาย

          หลายบ้านเวลาที่รับประทานอาหารไม่หมดก็มักจะใส่ภาชนะแล้วนำเข้าไปแช่ไว้ใน ตู้เย็น เพื่อไว้รับประทานในวันหลัง โดยที่อาจจะลืมไปว่าอาหารบางชนิดนั้นเสื่อมสภาพไว และอาจจะเสียได้ง่ายแม้จะอยู่ในตู้เย็นก็ตาม ซึ่งถ้าเผลอเอากลับมารับประทาน แทนที่จะได้อิ่มท้องแบบสบาย ๆ อาจจะได้วิ่งเข้าห้องน้ำเพราะท้องเสียแทน ฉะนั้นเปลี่ยนจากทำอาหารครั้งละเยอะ ๆ แล้วนำมาแช่ในตู้เย็นไว้มาเป็นทำอาหารแบบพอดี ๆ ให้รับประทานหมดไปเป็นมื้อ ๆ ดีกว่านะ

ตลับคอนแทคเลนส์เก่า เปลี่ยนบ้างก็ดีนะ

          คอนแทคเลนส์ เป็นอีกหนึ่งอย่างที่ต้องรักษาความสะอาดอย่างมาก เพราะเป็นสิ่งที่ต้องสัมผัสกับดวงตาโดยตรง การเก็บคอนแทคเลนส์ไว้ในตลับคอนแทคเลนส์ที่มีการใช้ซ้ำมานาน ก็อาจจะทำให้คอนแทคเลนส์ของเราสกปรกได้แม้เราจะทำความสะอาดดีแล้วก็ตาม ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วอายุการใช้งานของตลับคอนแทคเลนส์นั้นอยู่ที่เพียง 3 เดือนเท่านั้น ถ้าไม่อยากให้ดวงตาเสี่ยงติดเชื้อละก็ เปลี่ยนบ่อย ๆ ก็ดีนะ

เครื่องสำอางเก่า ๆ ใช้ไปมีแต่ผลเสีย

          เครื่องสำอางที่ใช้มานานแล้วก็ยังไม่หมดเสียที อย่าไปเสียดายเลยค่ะ โดยเฉพาะมาสคาร่า ลิปสติก หรือลิปกลอส เพราะอย่าลืมว่าเจ้าเครื่องสำอางเหล่านี้จะต้องสัมผัสกับร่างกายของเรา และเราไม่สามารถทำความสะอาดเจ้าของเหล่านี้ได้ ดังนั้นสิ่งที่ตามมาอาจเป็นเชื้อโรคและความสกปรกที่ี่ตกค้างอยู่บนใบหน้าเรา ซึ่งอาจไปเจริญเติบโตในเครื่องสำอางที่เราใช้ซ้ำ ๆ ทุกวัน ยิ่งถ้าหากเป็นคนที่มักให้คนอื่นยืมเครื่องสำอางด้วยแล้ว เปลี่ยนบ่อย ๆ เถอะค่ะ อย่าเสียดายเลย สวยแต่ได้ของแถมเป็นโรคภัยไข้เจ็บก็ไม่คุ้มนะ

เครื่องเทศเก่าเก็บ โละบ้างก็ดี

          เครื่องเทศบางอย่างที่เราซื้อมาเพื่อปรุงอาหารอาจจะได้ใช้เพียงแค่ครั้ง เดียว แล้วก็ถูกเก็บเอาไว้ในครัวโดยไม่ได้รับความสนใจอีก ขอบอกว่าถึงแม้เจ้าเครื่องเทศนั้นจะไม่ได้ส่งผลเสียต่อสุขภาพเท่าไร แต่การเก็บเครื่องเทศเอาไว้นาน ๆ โดยไม่ได้ใช้ก็อาจจะทำให้รสชาติ และคุณประโยชน์เพื่อสุขภาพลดลง ที่สำคัญเครื่องเทศบางชนิดอาจมีเชื้อราหรือจุลินทรีย์จากการหมักหมมบางอย่าง เกิดขึ้นก็เป็นได้ ดังนั้นไปค้นตู้แล้วเอาเครื่องเทศที่ก้นตู้ออกมาทิ้งเถอะ จะใช้เมื่อไรก็ซื้อใหม่ดีกว่าค่ะ

เขียงพลาสติกที่ใช้มานาน แหล่งสะสมเชื้อโรค

          เขียงที่เราใช้หั่นผัก และเนื้อสัตว์ แม้ว่าจะทำความสะอาดแล้ว แต่ก็คงไม่สะอาดเต็มร้อยเหมือนเดิม เนื่องจากทุกครั้งที่เราหั่นหรือสับ ก็จะเกิดรอยบนเขียงพลาสติกและเชื้อโรคก็จะเข้าไปสะสมตามรอยบิ่นเหล่านั้น แม้ว่าจะทำความสะอาดอย่างดีแต่เชื้อโรคที่หลบอยู่ตามร่องเหล่านั้นก็ยังจะ ไม่หมดไป ทำให้อายุการใช้งานของเขียงพลาสติกอยู่ได้ไม่นานเท่าที่ควร ลองเปลี่ยนมาใช้เป็นเขียงไม้จะดีกว่า เพราะไม้มีสารป้องกันเชื้อโรคอยู่แล้วตามธรรมชาติ แถมยังใช้ได้นานกว่าอีกด้วยค่ะ

แผ่นกรองอากาศใช้ซ้ำนาน ๆ อาจะได้ของแถม

          แผ่นกรองอากาศที่ติดอยู่ในเครื่องปรับอากาศทั้งหลายมีอายุการใช้งานสั้นกว่า ที่คิด เนื่องจากต้องคอยดักกรองสิ่งสกปรกและเชื้อโรคต่าง ๆ ที่ผ่านเข้าเครื่องปรับอากาศ แม้จะนำมาปัดฝุ่นทำความสะอาดแล้ว แต่ก็บอกได้เลยว่ายังไงก็ยังสกปรกอยู่ดี ทางที่ดีคุณควรจะเช็กกับทางผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศหรือตรวจสอบคู่มือสัก หน่อยจะดีกว่าว่า แผ่นกรองอากาศเหล่านี้มีอายุการใช้งานนานเท่าใด และควรเปลี่ยนตามรอบที่กำหนดเพื่อสุขอนามัยที่ดีค่ะ

ครีมกันแดดเก่า ๆ ทิ้งเสียที ของแบบนี้มีวันหมดอายุ

          หลายคนอาจจะยังไม่เคยรู้ว่าครีมกันแดดที่เราใช้กันนั้นมีวันหมดอายุ ที่ต้องมีวันหมดอายุก็เพราะว่าสารเคมีที่นำมาใช้เพื่อปกป้องผิวจากแสงแดด นั้นมีอายุการใช้งาน ซึ่งเมื่อถึงกำหนดแล้วก็จะทำให้ครีมกันแดดนั้นเสื่อมประสิทธิภาพลงจนทำให้ ไม่สามารถป้องกันแสงแดดได้ ซึ่งถ้านำมาใช้นอกจากจะไม่ช่วยป้องกันผิวจากรังสียูวีแล้ว ยังอาจจะทำให้เสี่ยงกับโรคมะเร็งผิวหนังได้อีกด้วย ฉะนั้นหากรู้ตัวว่าไม่ค่อยได้ใช้ครีมกันแดดควรซื้อหลอดเล็ก ๆ พอ และควรเช็กวันหมดอายุให้ดีก่อนนำมาใช้ค่ะ

ชุดชั้นในที่ยืดแล้ว ใส่สบายแต่ได้ผลเสีย

          ชุดชั้นในของสาว ๆ เกือบทั้งหมดก็ล้วนแต่มีส่วนประกอบจากยางอิลาสติก ซึ่งเจ้ายางอิลาสติกนี้ก็มีอายุการใช้งานจำกัด การซักด้วยผงซักฟอกหรือปั่นในเครื่องซักผ้าจะทำให้ยางเหล่านี้เสื่อมสภาพลง ซึ่งการสวมชุดชั้นในที่เสื่อมสภาพนั้นจะทำให้คุณสาว ๆ เกิดปวดหลังอีกทั้งยังส่งผลเสียให้ต่อหน้าอกหน้าใจ ทำให้หย่อนคล้อยก่อนวัยด้วย หมั่นเปลี่ยนชุดชั้นในบ่อย ๆ จะดีกว่านะคุณสาว ๆ

ฟองน้ำในห้องครัว ไม่เปลี่ยนบ้างระวังเชื้อโรค

          ฟองน้ำที่ใช้ในห้องครัวเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคต่าง ๆ แบบมากมายมหาศาลอีกแหล่งหนึ่งเลย เนื่องจากเราต้องใช้ฟองน้ำทำความสะอาดอุปกรณ์ในครัวต่าง ๆ และถึงแม้ว่าจะทำความสะอาดฟองน้ำอย่างไร แต่จะมั่นใจได้แค่ไหนว่าเชื้อโรคจากฟองน้ำจะไม่ตกค้างอยู่ และเมื่ออยู่ในอุณหภูมิที่เหมาะสม เจ้าเชื้อโรคเหล่านี้ก็จะเจริญเติบโตออกลูกออกหลาน ลองคิดดูสิว่าถ้าไม่เปลี่ยนฟองน้ำ แล้วเราจะต้องอยู่กับเจ้าเชื้อโรคเหล่านี้ จะน่ากลัวขนาดไหน

เสื้อผ้าที่คุณไม่เคยใส่ เก็บไว้ก็รก แถมสะสมฝุ่น

          เรื่องเสื้อผ้ากับคุณสาว ๆ นี่เป็นของคู่กัน โดยเฉพาะนักช้อปที่ชอบซื้อเสื้อผ้ามาแต่กลับไม่ค่อยได้ใส่ บางตัวซื้อมาแล้วไม่เคยใส่เลยก็มี ขอบอกว่าถ้าหากมีเสื้อผ้าที่ไม่ได้ใช้ก็เก็บไปบริจาคหรือเอาไปขายจะดีกว่า ค่ะ เพราะเก็บเอาไว้นาน ๆ อาจจะทำให้เสื้อผ้าเสื่อมสภาพลงไปเปล่า ๆ แถมถ้าบ้านไหนมีฝุ่นเยอะ ๆ เสื้อผ้าเหล่านี้ก็จะกลายสภาพเป็นรังสะสมฝุ่นไปเลยล่ะ

อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

          อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าให้โยนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้ทิ้งไปนะ แค่เพียงใช้ให้น้อยลงก็เท่านั้นเอง เพราะการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มากเกินไปอาจจะส่งผลเสียต่อสุขภาพทั้งร่าง กายและและจิตใจ ลดการใช้ลงและใช้เท่าที่จำเป็นก็พอ จะได้ไม่ต้องมาหนักอกหนักใจกับปัญหาสุขภาพทีหลัง

          การมีสุขภาพดีไม่ใช่เรื่องยาก และมีเพียงแต่เราเท่านั้นที่ทำได้ เพราะคงไม่มีใครมาดูแลสุขภาพของเราได้ดีเท่ากับตัวเราเอง ฉะนั้นก็อย่ามัวละเลยและคิดว่าสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ไม่สำคัญเลยดีกว่าค่ะ เพราะถ้าหากป่วยขึ้นมา จะได้ไม่คุ้มเสียนะ
 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
health.com
health24hours.com
mercola.com
http://health.kapook.com/view131050.html

Monday, October 19, 2015

12 เคล็ดลับกินอยู่อย่างพอดี แค่นี้ก็มีเงินเหลือ





ประหยัดเงินไม่ยากอย่างที่คิด ด้วย 12 วิธีกินอยู่อย่างประหยัด ถ้าทำได้ก็ลืมไปได้เลยกับตัวเลขติดลบ

         เงิน สิ่งสำคัญล้ำค่าที่กว่าจะหามาได้แต่ละบาทก็เหนื่อยกันแทบขาดใจ แต่กลับร่อยหรอไปได้อย่างรวดเร็วราวกับน้ำซึมลงในทราย บางคนได้รับเงินเดือนมาไม่กี่วันก็หมด แทบจะต้องต้มมาม่ากินกันไปทั้งเดือนก็ยังมี นั่นก็เพราะการจัดสรรเงินที่ไม่ถูกต้อง และการใช้เงินอย่างขาดการวางแผนที่ดี ปัญหาเหล่านี้ต้องยอมรับว่าเกิดขึ้นเพราะตัวเราเองทั้งนั้น แต่ ก็ใช่ว่าจะไม่สามารถแก้ไขได้ การรัดเข็มขัด และการกินอยู่อย่างประหยัด เป็นวิธีที่จะช่วยให้ตัวเลขที่ติดลบต่อเดือนหายไปได้ด้วยวินัยการเงินที่ เคร่งครัด ถ้าในวันนี้อยากจะเปลี่ยนแปลงวิธีการใช้เงินของตัวเองละก็ ลองมาดู 12 วิธีใช้เงินอย่างประหยัด กินอยู่อย่างไรไม่ให้เงินหมดก่อนสิ้นเดือน วิธีเหล่านี้ช่วยคุณได้

1. ทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย

         วิธีการประหยัดเงินสุดคลาสสิกที่ได้ผลเสมอ การทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย เป็นวิธีที่จะทำให้เรารู้ว่าในแต่ละเดือนเราได้รับเงินมาเท่าไร และจ่ายเงินไปเท่าไร มีค่าใช้จ่ายใดที่เกินความจำเป็นบ้าง นอกจากจะช่วยเพลา ๆ การใช้เงินของเราลงได้แล้ว ยังสามารถช่วยให้เราประมาณการใช้เงินของเราในเดือนถัดไปได้อีกด้วย ได้ประโยชน์หลายต่ออย่างนี้ไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมวิธีประหยัดเงินนี้จึง ได้รับความนิยมที่สุด

2. เศษเหรียญมีค่าต้องใช้ให้คุ้ม

         ยอมรับมาซะดี ๆ เถอะว่าต้องมีหลาย ๆ คนไม่ชอบการพกเหรียญให้หนักกระเป๋า แต่อย่าลืมนะว่าเหรียญเหล่านั้นก็คือเงินเหมือนกัน ดังนั้นอย่าปล่อยเหรียญทิ้งไว้โดยไม่ได้ใช้ค่ะ เหรียญทุกเหรียญมีค่า ไม่ว่าจะเหรียญบาท เหรียญสลึง ถ้าไม่อยากหนักกระเป๋าก็แค่นำไปแลกที่ธนาคารแค่นี้ก็ได้ธนบัตรออกมาใช้สบาย ใจแล้ว

3. งดค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย

         ค่ากาแฟ ขนม หรือเสื้อผ้าที่ซื้อมาแต่ไม่มีทางได้ใส่ ค่าใช้จ่ายพวกนี้เป็นความฟุ่มเฟือยที่ควรจะตัดทิ้งอย่างยิ่ง ลองคิดดูสิว่าวัน ๆ หนึ่ง คุณดื่มกาแฟแก้วละ 50 บาท รวมทั้งเดือนจะเป็นเท่าไร แล้วเราต้องเสียเงินไปเท่าไร หรือโดยเฉพาะคุณผู้หญิงที่ชอบช้อปปิ้งเป็นชีวิตจิตใจ หันกลับมาดูสิว่า สิ่งที่คุณซื้อมาจำเป็นหรือเปล่า คุ้มค่าหรือไม่ หรือแค่เพียงสนองความต้องการของตัวเองเท่านั้น แม้นั่นจะเป็นความสุขที่คุณได้รับจากการซื้อของที่ถูกใจ แต่ก็ต้องยอมรับว่ายังไงการมีเงินเหลือใช้มากขึ้นก็ดีกว่าใช่ไหมล่ะ

4. อย่าอายกับการซื้อของลดราคา

         ป้ายลดราคาคือสวรรค์ของใครหลาย ๆ คน แต่สำหรับบางคนก็ยังแอบรู้สึกอายที่ต้องไปซื้อของลดราคา ทั้ง ๆ ที่จริงแล้วเป็นวิธีการประหยัดเงินที่ดีอย่างหนึ่ง แต่ก็ไม่ใช่ว่าเห็นป้ายลดราคาแล้วจะพุ่งเข้าใส่อย่างเดียวนะ ตั้งสติและซื้อเฉพาะของที่จำเป็นเท่านั้น ถ้าทำได้ก็ลดค่าใช้จ่ายได้เยอะเลยเชียวล่ะ

5. เลือกซื้อของที่คุณภาพไม่ใช่ราคา

         บางคนอาจจะคิดว่าการเลือกซื้อของที่ราคาถูกกว่าและคุณภาพน้อยลงหน่อยน่าจะ ช่วยเซฟเงินได้บ้าง แต่ถ้ามาเทียบกันจริง ๆ แล้ว การซื้อของที่มีคุณภาพดีแต่ราคาเพิ่มขึ้นอีกนิดหน่อยย่อมคุ้มค่ากว่านะ ไม่ว่าจะเป็นอาหารหรือของใช้ต่าง ๆ เมื่อมีคุณภาพที่ดีกว่าย่อมมีอายุการใช้งานที่นานกว่าอยู่แล้ว ฉะนั้นแทนที่จะมองเรื่องราคา หันมามองที่คุณภาพจะดีกว่า จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจทีหลังหากของใช้ที่ซื้อมาเกิดพังแล้วค่าซ่อมแซม แพงกว่าตอนที่ซื้อมา

6. ต่อราคาบ้างก็ได้

         รู้หรือไม่ว่าแม่ค้าบางร้านก็ตั้งราคาเผื่อต่อให้กับลูกค้าเอาไว้แล้ว ของบางชิ้นที่เราเห็นว่าแพงที่จริงแล้วอาจจะลดราคาลงได้อีก ยิ่งถ้าหากเป็นแม่ค้าบางคนที่กล้าได้กล้าเสียยอมลดราคาให้คุณแบบแทบไม่เอา กำไรด้วยละก็ ถ้าไม่ลองต่อราคาสักหน่อยแล้วจะเสียดายนะจะบอกให้

7. หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารนอกบ้าน

         การรับประทานอาหารนอกบ้าน ถึงจะสะดวกแต่ก็เป็นค่าใช้จ่ายที่สูงไม่เบา เพราะนอกจากราคาอาหารแล้ว ร้านอาหารก็ต้องบวกค่าภาษี บวกค่าบริการ บวกค่าแก๊ส ค่าแอร์ในร้าน โอ้ย...อีกสารพัดอย่างที่นึกได้ แล้วเราจะยอมเสียค่าใช้จ่ายเหล่านั้นไปทำไมในเมื่อเราสามารถเก็บออมส่วนนั้น ไว้ได้ ลองห่อข้าวกล่องไปรับประทานตอนกลางวัน หรือรีบกลับบ้านมารับประทานอาหารเย็นที่บ้านทุกวันดูสิ รับรองว่าเหลือเงินเก็บมากขึ้นแบบเห็น ๆ

8. จำกัดการใช้เงินของตัวเองในแต่ละวัน

         อาจจะเป็นวิธีที่เคร่งครัดไปนิด แต่ก็เป็นการฝึกวินัยการใช้เงินที่ดี กำหนดไปเลยว่าเราต้องจะใช้วันละเท่าไร โดยในเงินจำนวนนั้นอาจจะรวมค่าเดินทาง ค่าอาหาร และอาจจะพอให้มีเหลือกินขนมนมเนยอีกนิด แบ่งเงินที่ต้องใช้ในแต่ละวันใส่ถุงหรือใส่ซองเอาไว้ หยิบไปวันละซอง และไม่ว่าอย่างไรก็ห้ามใช้เกินกว่านี้ ถ้าทำติดต่อกันได้สัก 1 เดือน นิสัยในการใช้เงินของคุณเปลี่ยนแน่นอน

9. เช็กราคาก่อนซื้อ

         สิ่งของที่เราคิดว่าซื้อมาในราคาย่อมเยาบางครั้งอาจจะแพงกว่าบางที่โดยที่ ไม่รู้ตัว ฉะนั้นถ้าไม่อยากจะเสียส่วนต่างของราคาไปง่าย ๆ ควรเช็กราคาให้ดีก่อนที่จะซื้อ โดยเลือกที่ดูแล้วการซื้อครั้งนั้นจะคุ้มค่าที่สุด แม้ว่าอาจจะไม่ถูกที่สุด แต่ถ้าหากเมื่อเทียบกับค่าเดินทาง หรือค่าขนส่งแล้วประหยัดได้มากกว่าก็เลือกซื้ออันนั้นเลย ที่สำคัญ อย่าลืมดูที่คุณภาพด้วยนะ

10. ทำอาหารรับประทานเองสิ

         สำหรับคนที่พอจะมีฝีมือปลายจวักอยู่บ้าง การทำอาหารรับประทานเองก็เป็นความคิดที่ดี นอกจากเราจะได้รสชาติอาหารที่ถูกปากเราแล้ว ก็ยังสามารถเลือกวัตถุดิบดี ๆ มาปรุงอาหาร แถมยังไงก็ถูกกว่าการไปซื้ออาหารสำเร็จรูปรับประทานข้างนอกแน่ ๆ แต่ถ้าใครทำอาหารไม่เป็น จะลองฝึกทำก็ถือเป็นการเพิ่มพูนทักษะไปในตัว นอกเสียจากว่าคุณเป็นคนที่ไม่ถนัดทำอาหารจริง ๆ ทำแล้วต้องเททิ้งตลอด แบบนี้อย่าทำเองเลยดีกว่า เดี๋ยวจะพาลทำให้เสียของเสียเงินยิ่งกว่าเดิม

11. ปลูกสวนครัวไว้ข้างบ้านก็ดีนะ

         ข้อดีของการอยู่ในบ้านที่มีบริเวณก็คือสามารถปลูกผักสวนครัวเอาไว้รับประทาน เองได้ ไม่จำเป็นต้องปลูกทุกอย่างที่คุณกิน เลือกปลูกในสิ่งที่คิดว่าคุณจะต้องได้ใช้อยู่บ่อย ๆ เช่น ใบกะเพรา พริก ใบมะกรูด มะนาว โหระพา หรือผักที่ปลูกง่าย ไม่ต้องดูแลเอาใจใส่มาก แต่ถ้าใครอยู่คอนโดหรือหอพักก็ไม่ต้องเสียใจไป เดี๋ยวนี้มีวิธีสอนการปลูกผักแบบคอนโดให้ได้ลองไปทำตามอีกเพียบ ลองนำไปใช้ดู รับรองว่าลดค่าใช้จ่ายเรื่องอาหารการกินลงได้ แถมถ้าเหลือจากการเก็บไปรับประทานจะนำไปขายก็ได้รายได้เสริมอีกด้วยนะ

12. แบ่งเงินออมทันทีหลังได้รับเงินเดือน

         แม้จะไม่ใช่การใช้เงินอย่างประหยัดโดยตรงเสียทีเดียว แต่ก็เป็นวิธีที่ช่วยให้เราออมเงินได้ ไม่ต้องแบ่งเก็บคราวละมาก ๆ ออมเงินในปริมาณที่เราสามารถทำได้โดยที่ไม่กระทบค่าใช้จ่ายของตนเองมากนัก โดยอย่างน้อยก็ควรจะแบ่งไว้ออมประมาณ 5-10% ของเงินที่ได้รับในแต่ละเดือน ซึ่งเงินก้อนนี้หากคุณไม่ตบะแตกหยิบออกมาใช้เสียก่อนก็จะกลายเป็นเงินเก็บ ที่คุณภาคภูมิใจในอนาคต อีกทั้งถ้าหากเกิดเรื่องฉุกเฉินอะไรจะได้ไม่ต้องไปหยิบยืมใครให้ลำบากใจยัง ไงล่ะ

         วิธีที่ว่า มาทั้งหมดนี้ต่างก็เป็นวิธีที่หลาย ๆ คนทราบดีอยู่แล้ว ดังนั้นการสร้างวินัยในการใช้เงินก็คงจะไม่ยากหากคุณเริ่มต้นรัดเข็มขัดและ ใข้เงินอย่างประหยัดกันตั้งแต่วันนี้ ลำบากวันนี้แต่สบายในวันหน้านะ

http://money.kapook.com/view131886.html

Sunday, October 18, 2015

เลขท้ายบัตรประชาชนบ่งบอกความเป็นคุณ




เลขท้ายสองตัวบอกความเป็นคุณ ลองตรวจจากเลขท้ายบัตรประชาชน จริงไม่จริงบอกด้วยคร้า..♡♥
หยิบบัตรประขาชนของคุณขึ้นมาดูแล้วมุ่งตรงไปที่ 2 ตัวท้ายของเลขบัตรประชาชน แอบกระซิบให้นิดนึงว่าแม่นมากๆ

เลข 2 ตัวท้ายของบัตรประชาชนของคุณคือ 01, 10, 19, 28, 37, 46, 55, 64, 73, 82, 91

ตัวจริงของคุณ : เป็นคนที่มีความเชื่อมั่นในตนเองสูง มีคุณธรรมและเมตตาธรรม จิตใจดีมีความรับผิดชอบสูง ชอบช่วยเหลือผู้อื่น เฉลียวฉลาด ปราดเปรื่อง มีปฏิภาณในไหวพริบอันยอดเยี่ยม เต็มเปี่ยมไปด้วยความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ปรารถนาการเป็นบุคคลแถวหน้า และการได้รับความยอมรับนับถือจากผู้คนรอบข้าง

รักร้อนๆ : ชอบเพศตรงข้ามที่มีความเป็นผู้นำ แต่ขณะเดียวกันก็ยังหลงไหล ในความอ่อนโยน อ่อนหวาน และอ่อนไหวของใครบางคน

จุดอ่อน : คุณเป็นคนที่มีโอกาส แต่ต้องพลาดจังหวะดีๆในชีวิตไปหลายครั้ง ก็เพราะเกิดอาการลังเล กล้าๆ กลัวๆ และไม่ชอบเสี่ยง

เลข 2 ตัวท้ายของบัตรประชาชนของคุณคือ 02, 11, 20, 29, 38, 47, 56, 65, 74, 83, 92

ตัวจริงของคุณ : เป็นคนอ่อนหวาน นุ่มนวลกริยามารยาทเรียบร้อย มีความประนีประนอมสูง รักสันติ อ่อนน้อมถ่อมตน เป็นคนที่ปากตรงกับใจ คิดอย่างไรก็พูดอย่างนั้น ซื่อสัตย์ ซื่อตรง และมีอุดมการณ์ รักเพื่อนฝูง รักครอบครัว และรักบ้าน มีจิตใจละเอียดอ่อน มีพรสวรรค์และชั้นเชิงในงานศิลปะทุกรูปแบบ

รักร้อนๆ : คุณต้องการใครสักคน ที่ทำให้คุณรู้สึกอบอุ่น มั่นคง และเป็นตัวของตัวเอง

จุดอ่อน : คุณเป็นคนหูเบา เชื่อคนง่าย ไม่รู้จักแยกแยะผิดถูก มักเดือดร้อน และเสียชื่อเสียงเพราะตกเป็นเหยื่อของผู้ที่มีเล่ห์เหลื่ยมแพรวพราว

เลข 2 ตัวท้ายของบัตรประชาชนของคุณคือ 03, 12, 21, 30, 39, 48, 57, 66, 75, 84, 93

ตัวจริงของคุณ : เป็นคนมีมนุษย์สัมพันธ์ดี มีความประนีประนอมสูง ปรับตัวเก่ง ช่างเอาอกเอาใจ และแคร์ความรู้สึกของคนชิดใกล้ ร่ำรวยรอยยิ้มและอารมณ์ขัน มองโลกในแง่ดี ไม่มีพิษสงอะไรกับใครเขา ปรารถนาให้ทุกๆ คนในชีวิตมีแต่ความสงบสุข เป็นคนที่ไม่ชอบย่ำอยู่กับที่ จึงขวนขวายศึกษาหาความรู้ใหม่ๆใส่ตัวอยู่เสมอ

รักร้อนๆ : เก่งมาจากไหน ก็แพ้หัวใจใครสักคนที่อยู่ด้วยแล้วอบอุ่น คอยดูแลเอาใจใส่ยามอยู่ใกล้ และคอยห่วงใยยามอยู่ไกลกัน

จุดอ่อน : เป็นคนที่มีจุดมุ่งหมายในชีวิตไม่ชัดเจน เปลื่ยนแปลงบ่อยตามสภาพแวดล้อม

เลข 2 ตัวท้ายของบัตรประชาชนของคุณคือ 04, 13, 22, 31, 40, 49, 58, 67, 76, 85, 94

ตัวจริงของคุณ : เป็นคนเก็บเนื้อเก็บตัว พูดน้อย ชอบทำอะไรเงียบๆ คนเดียว โดดเดี่ยวและรักอิสระ เป็นคนฉลาดคิดและฉลาดทำ ช่างเลือก และชอบการวางแผนล่วงหน้า เชื่อมั่นในความคิดของตัวเองเสมอ ไม่ว่าจะเป็นแนวความคิดที่แปลกพิสดารเพียงไร

รักร้อนๆ : เป็นคนชอบทดลอง ชอบความแปลกใหม่ที่ไม่ซ้ำแบบใคร ดังนั้นใครบางคนที่มากับเรื่องเซอร์ไพร์ส จะสร้างความประทับใจให้คุณอยู่เสมอ

จุดอ่อน : คุณเป็นคนอารมณ์ร้อน โมโหร้าย และเผลอทำอะไรไป โดยไม่ได้ยั้งคิด แต่ยังดีที่เป็นคนโกรธง่ายหายเร็ว

เลข 2 ตัวท้ายของบัตรประชาชนของคุณคือ 05, 14, 23, 32, 41, 50, 59, 68, 77, 86, 95

ตัวจริงของคุณ : เป็นคนที่ทำอะไรรวดเร็ว กระตือรือร้น และไม่ชอบหยุดนิ่งอยู่กับที่ เสาะแสวงหาสิ่งแปลกใหม่อยู่ร่ำไป ร่าเริงแจ่มใส ไม่เคร่งเครียด มองทุกอย่างเป็นเรื่องง่าย หากตั้งใจและลงมือทำ ย่อมประสบผลสำเร็จได้ไม่ยาก รอบคอบและถี่ถ้วน ใส่ใจในทุกรายละเอียด ไม่ประมาท ถือหลักปลอดภัยไว้ก่อน

รักร้อนๆ : คุณไม่ชอบเดินทางไกล ไม่ชอบการผจญภัย ไม่ชอบสถานที่แคบๆ และไม่ชอบคนใจแคบ คุณจึงชอบความรักที่เรียบง่าย ไม่ยุ่งยาก ไม่วุ่นวายสับสน ขณะเดียวกันก็มีอิสระเสรี มีความเชื่อมั่นในกันและกัน

จุดอ่อน : คุณเป็นคนที่ชอบสัญญาหรือรับปากใครต่อใครไว้ก่อน ทั้งที่ไม่รู้ว่าจะทำได้จริงหรือเปล่า เมื่อทำไม่ได้ (ทั้งที่ได้พยายามแล้ว) จึงทำให้คุณดูเหมือนเป็นคนที่ไม่น่าเชื่อถือและไว้วางใจ

เลข 2 ตัวท้ายของบัตรประชาชนของคุณคือ 06, 15, 24, 33, 42, 51, 60, 69, 78, 87, 96

ตัวจริงของคุณ : เป็นคนสุภาพเรียบร้อย กริยามารยาทนุ่มนวล อ่อนช้อย พูดจาไพเราะมักมีอุดมการณ์ และทัศนคติส่วนตัวที่ไม่เหมือนใคร และพร้อมที่จะโดดเดี่ยวตามลำพังเพื่อความฝันของตัวเอง มีเหตุผล และเป็นคนช่างคิด

รักร้อนๆ : คุณเสาะแสวงหาใครสักคนที่ซื่อสัตย์ จงรักภักดี เสมอต้นเสมอปลาย และไว้วางใจได้

จุดอ่อน : เป็นคนที่เห็นแก่พวกพ้องมากกว่าสิ่งอื่นใด ใจอ่อน และไม่เป็นตัวของตัวเอง

เลข 2 ตัวท้ายของบัตรประชาชนของคุณคือ 07, 16, 25, 34, 43, 52, 61, 70, 79, 88, 97

ตัวจริงของคุณ : เป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตัว พูดน้อย พูดจริง ไม่ชอบการคุยโม้โอ้อวด หรือการยกตนข่มท่าน สติปัญญาดี มีความเจริญก้าวหน้าในการศึกษาและอาชีพ รู้ว่าตัวเองมีข้อดีข้อด้อยที่ตรงไหน และพร้อมที่จะปรับปรุง เป็นคนที่ดูแลและรักษาสุขภาพของตัวเองพิถีพิถัน และเฉลียวฉลาดในการดำเนินชีวิต

รักร้อนๆ : คุณหลงใหลใครสักคนที่เดิมไปด้วยจินตนาการ แรงบันดาลใจ และเอกสักษณ์เฉพาะตัว

จุดอ่อน : เป็นคนมุ่งมั่นและเอาจริงเอาจังกับหน้าที่การงาน และความสำเร็จ จนละเลยเรื่องรักและความรู้สึกลึกๆข้างใน

เลข 2 ตัวท้ายของบัตรประชาชนของคุณคือ 08, 17, 26, 35, 44, 53, 62, 71, 80, 89, 98

ตัวจริงของคุณ : เป็นคนที่ใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ ตรงไปตรงมา กล้าในส่งที่ควรกล้า และเป็นคนที่กล้าทำก็กล้ารับ หนักแน่นอดทนเข็มแข็งและมั่นคง สุขุมและเยือกเย็น รอบคอบ และพิถีพิถันในทุกขั้นตอนของการดำเนินชีวิต

รักร้อนๆ : คุณชอบความหรูหราเป็นที่สุด และคุณเชื่อเสมอมาและจะเชื่อตลอดไปว่า ในโลกนีไม่มีของดีราคาถูก และความรักของคุณก็คือการลงทุนชนิดหนึ่ง

จุดอ่อน : รักงานมากกว่าสุขภาพ หรือคนรัก

เลข 2 ตัวท้ายของบัตรประชาชนของคุณคือ 09, 18, 27, 36, 45, 54, 63, 72, 81, 90, 99

ตัวจริงของคุณ : เป็นคนหัวโบราณ เคร่งครัดต่อกฏเกณฑ์ และประเพณีนิยม ซื่อสัตย์ และมีความยุติธรรมประจำหัวใจ ดื้อรั้น มุ่งมั่นและมีความฝันเป็นของตัวเอง อดทนและทานทนต่อทุกสภาวการณ์ ทะเยอทะยานเป็นระยะ ตามจังหวะของแรงขวัญและกำลังใจ เคร่งเครียด เอาจริงเอาจังกับการดำเนินชีวิต เมื่อพลาดและผิดมักไม่ยอมให้อภัยตัวเอง ชอบมองโลกในแง่ร้าย แต่ไม่เคยคิดร้ายใคร

รักร้อนๆ : คุณต้องการใครสักคนที่พร้อมจะอยู่เคียงค้างคุณอย่างเชื่อมั่น ด้วยแนวคิดและทัศนคติที่สอดคล้องต้องกัน

จุดอ่อน : วู่วามและออกจะหุนหันพลันแล่นไปบ้าง ในยามที่ไม่สบอารมณ์ หรือมีบางสิ่งบางอย่างผิดพลาดไปจากความคาดหมาย

แหล่งที่มา  http://www.tko.in.th/?p=521