Friday, July 24, 2015

เสาวรส ผลไม้ลดไขมันในเลือด บำรุงสายตา ต้านอนุมูลอิสระก็ได้




เสาวรส สรรพคุณของผลไม้รสเปรี้ยวจี๊ดที่มากไปด้วยคุณค่า การันตีความคู่ควรกับคนทุกวัย
 

          ผลไม้อย่างเสาวรสหรือกะทกรกที่เรียกกัน ทุกคนคงรู้ประโยชน์ของเสาวรสกันมาบ้าง แต่ด้วยรสชาติที่เปรี้ยวจัดบวกกับกลิ่นเฉพาะตัวของเสาวรส อาจทำให้หลายคนส่ายหน้าและไม่ยอมเปิดใจลองชิมเสาวรสเลยสักครั้ง ซึ่งนั่นไม่ต่างอะไรจากการปฏิเสธผลไม้เพื่อสุขภาพสรรพคุณเด็ดดวงกันเลยทีเดียว

เสาวรส ผลไม้ชนิดนี้ควรรู้จัก

          เสาวรส จริง ๆ แล้วถูกเรียกในหลายชื่อ ทั้งเสาวรส กะทกรก หรือภาษาอังกฤษที่เรียกกันว่า แพสชั่นฟรุต (Passion fruit) ลักษณะต้นของเสาวรสเป็นไม้เถา ใบเป็นใบเดี่ยว มีขอบหยัก ส่วนลูกเสาวรสนั้นมีลักษณะเป็นรูปไข่ ผลอาจมีสีม่วง สีเหลือง สีส้มอมน้ำตาล แล้วแต่สายพันธุ์ โดยด้านในผลเสาวรสจะประกอบไปด้วยเนื้อและเมล็ดเสาวรสจำนวนมาก ส่วนรสชาติก็มีทั้งเปรี้ยวจัดและเปรี้ยวอมหวาน ขึ้นอยู่กับแต่ละสายพันธุ์เช่นเดียวกันค่ะ

เสาวรส สรรพคุณที่ทุกคนคู่ควร

          ประโยชน์ของเสาวรสมีนับไม่ถ้วนพอสมควร โดยเฉพาะใครที่อยากลดไขมันในเลือด บำรุงสายตา และผิวพรรณ ไม่ควรพลาดเสาวรสด้วยประการทั้งปวง ทว่าสรรพคุณเสาวรสไม่ได้หยุดอยู่แค่นี้ แต่ยังมีประโยชน์ตามบรรทัดข้างล่างนี้ด้วย

         
เสาวรสอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ แร่ธาตุ วิตามิน และไฟเบอร์ ในขณะที่เสาวรส 100 กรัม ให้พลังงานเพียงแค่ 97 แคลอรีเท่านั้น

         
เสาวรสดีต่อการขับถ่าย ด้วยความที่มีไฟเบอร์สูง จึงสามารถช่วยขจัดคอเลสเตอรอลในร่างกายได้ อีกทั้งยังช่วยขับสารพิษในลำไส้ ป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ไปได้ในตัว

         
ห่างไกลจากไข้หวัด เพราะเสาวรส 100 กรัม พกวิตามินซีมาด้วยถึง 30 มิลลิกรัม การันตีได้ว่า กินเสาวรสเป็นประจำแล้วจะห่างไกลจากไข้หวัด แถมมีภูมิคุ้มกันโรคที่แข็งแรงแน่นอน

         
บำรุงสายตาได้ดีเยี่ยม เพราะไม่เพียงแต่อุดมไปด้วยวิตามินเอเท่านั้น ทว่าเสาวรสยังพ่วงสารฟลาโวนอยด์อย่างเบต้าแคโรทีนและคริบโทแซนทินเบต้า (cryptoxanthin-ß) ซึ่งผ่านการศึกษามาแล้วว่า สารเหล่านี้มีคุณสมบัติของสารต้านอนุมูลอิสระ ควบคู่ไปกับวิตามินเอที่ช่วยบำรุงสายตาได้เป็นอย่างดี

         
บำรุงหัวใจและความดันโลหิต เพราะเสาวรสอุดมไปด้วยโพแทสเซียมถึง 384 มิลลิกรัมต่อเสาวรส 100 กรัม ซึ่งโพแทสเซียมมีความสำคัญต่อเซลล์และของเหลวในร่างกายของเรา รวมทั้งช่วยควบคุมการทำงานของหัวใจและความดันโลหิตให้เป็นปกติได้ด้วย

         
ป้องกันมะเร็งปอดและมะเร็งช่องปาก ผลไม้ที่อุดมไปด้วยฟลาโวนอยด์และวิตามินเอมีส่วนช่วยป้องกันความเสี่ยงมะเร็งทั้ง 2 ชนิดนี้ได้

  
เสาวรส กินยังไง ?

          เห็นหน้าตาประหลาด ๆ สีสันก็แซ่บได้ใจ แถมยังมีกลิ่นเฉพาะตัวอีกต่างหาก หลายคนจึงเกิดข้อสงสัยว่า เจ้าเสาวรส หรือกระทกรกนี้กินยังไงกันละเนี่ย ต้องบอกตรงนี้ค่ะว่า ส่วนมากแล้วคนจะนิยมคั้นน้ำเสาวรสกัน โดยวิธีทำน้ำเสาวรสที่อร่อยและคงคุณประโยชน์ได้ครบสามารถทำได้ตามนี้ (น้ำเสาวรส เครื่องดื่มมหัศจรรย์ แก้วนี้เพื่อผู้สูงวัย !) ซึ่งประโยชน์ของน้ำเสาวรสก็ยืนยันได้จากงานวิจัยของ ดร.ศุภวัชร สิงห์ทอง คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมคณะ ที่พบว่า การดื่มน้ำเสาวรสมีส่วนทำให้ปริมาณวิตามินเอและวิตามินอีในร่างกายเพิ่มสูงขึ้น และยังทำให้ปริมาณไซโตไคน์ ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นการอักเสบลดลง นอกจากนี้การดื่มน้ำเสาวรสยังช่วยเพิ่มปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระ จึงช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรคได้ดี โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่ควรดื่มน้ำเสาวรสเป็นประจำเพื่อกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน

          ประโยชน์ของน้ำเสาวรสเด็ดสมคำร่ำลือจริง ๆ และนอกจากผลที่นำมาคั้นน้ำดื่มแล้ว ส่วนอื่น ๆ ของเสาวรสก็นำมากินได้เช่นกัน โดยเฉพาะสรรพคุณด้านสมุนไพรของเสาวรสที่นิยมกินกันตามนี้

         
ยอด สามารถรับประทานเป็นผักสด แต่จะมีรสขมเล็กน้อย อาจนำมาจิ้มน้ำพริกหรือนำไปแกงยอดเสาวรสก็ได้

         
เนื้อไม้ ตำรับสมุนไพรใช้เป็นยาควบคุมธาตุ ถอนพิษ และใช้รักษาบาดแผล

         
ราก แก้ไข้ รักษาผื่นคัน และรักษาโรคกามโรค โดยนำรากไปต้มน้ำ

         
ใบ นำมาตำแล้วคั้นเอาแต่น้ำ กินเป็นยาถ่ายพยาธิได้

         
ดอก ขับเสมหะ แก้ไอ

 
เมล็ดเสาวรส กินได้ไหม

          แนะนำเมนูเสาวรสไว้ซะเยอะแยะ แต่ก็เชื่อว่าหลายคนคงมีข้อสงสัยกันพอสมควรในเรื่องเมล็ดของเสาวรสที่มีอยู่ เยอะเหลือเกิน แล้วสรุปเจ้าเมล็ดเสาวรสนี้กินได้ไหม ตอบตรงนี้ชัด ๆ เลยค่ะว่า เมล็ดเสาวรสกินได้ ทว่าควรจะนำเมล็ดไปปั่นละเอียดหรือนำไปตำให้แหลกพอประมาณ เพื่อช่วยให้ลำไส้ย่อยเมล็ดเสาวรสได้สะดวกขึ้นนั่นเอง

กินเสาวรสทุกวันดีไหม

          แม้ประโยชน์ของเสาวรสจะดีต่อสุขภาพ แต่นายแพทย์วัลลภ พรเรืองวงศ์ จากโรงพยาบาลห้างฉัตร จังหวัดลำปาง ได้นำผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเซาธ์แคลิฟอร์เนียและฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกา มาเตือนกันว่า เสาวรสมีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ตับ ซึ่งอาจทำให้ฮอร์โมนเพศหญิง (เอสโตรเจน) เพิ่มสูงขึ้น จนกระตุ้นเซลล์มะเร็งที่ตอบสนองต่อโกรทฮอร์โมนให้แบ่งตัวเร็วขึ้นได้ โดยอ้างอิงจากผลวิจัยที่พบว่า ผู้หญิงที่กินเสาวรส 1 ใน 4 ผลขึ้นไปทุกวัน อาจมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมเพิ่มขึ้นราว 30% ได้
   
          ทว่านายแพทย์วัลลภ พรเรืองวงศ์ ก็ได้ทิ้งท้ายไว้ว่า การศึกษานี้เป็นการศึกษาที่ทำในประชากรหมู่มาก และเป็นเพียงการศึกษาแรกเริ่มซึ่งจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม เพื่อสนับสนุนหรือคัดค้านต่อไปในอนาคต แต่เพื่อสุขภาพที่ดี ควรกินเสาวรสสับเปลี่ยนกับผักและผลไม้อื่น ๆ เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารจากอาหารหลาย ๆ ชนิดอย่างครบถ้วน

โทษของการกินน้ำเสาวรส ?

          ในเมื่อกินเสาวรสทุกวันอาจเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมได้ แล้วหากกินน้ำเสาวรสเป็นประจำอย่างนี้จะมีโทษหรือเปล่า คำถามนี้อาจตอบได้ว่า เราควรกินน้ำเสาวรสสลับกับการบริโภคผักผลไม้และอาหารเพื่อสุขภาพอื่น ๆ หมุนเวียนกันไป อีกทั้งหากจะดื่มน้ำเสาวรสก็ควรดื่มที่คั้นสด ๆ ไม่เติมน้ำตาลหรือน้ำเชื่อมเพิ่มความหวานลงไปอีก หรือถ้าไม่ชอบรสเปรี้ยวจริง ๆ ก็ให้เติมน้ำตาลลงไปได้เล็กน้อย เพื่อจะได้รับประโยชน์จากเสาวรสอย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกลัวว่าจะมีโรคจากน้ำตาลที่เติมมาในแก้วเป็นของแถมนะคะ ที่สำคัญผู้ที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงอยู่แล้ว ควรดื่มน้ำเสาวรสพอประมาณด้วย

          ไม่ว่าผักและผลไม้จะมีประโยชน์บวกกับสรรพคุณมากมายแค่ไหน เราก็ควรเลือกกินอย่างพอเหมาะเพื่อให้ร่างกายได้รับคุณประโยชน์ทางโภชนาการ อย่างพอดิบพอดีนะคะ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
nutrition-and-you.com
gotoknow.org
ไทยสมุนไพร
โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.)
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

Wednesday, July 22, 2015

คลายสายตาเมื่อยล้า จากการดูทีวี ทำตามนี้สิสบายตา




คลายอาการปวดล้าสายตา จากการดูทีวี จ้องจอทีวีได้สบายตาเพราะทำตาม 5 วิธีนี้นะจะบอกให้

        เมื่อยล้าสายตาจากการจ้องคอมพิวเตอร์ยังไม่พอ กลับบ้านมายังรู้สึกปวดตาเวลาดูทีวีเพิ่มเข้าไปอีกอาการ ตอกย้ำพฤติกรรมทำร้ายสายตาไปกันใหญ่ ถ้าอย่างนั้นลองทำตามวิธีคลายสายตาเมื่อยล้าที่ Health me up แนะนำมาสิคะ ต่อไปนี้จะดูทีวีก็คงสบายตาหายห่วง


1. เปิดไฟให้สว่างพอดีกับแสงจากทีวี

          คงไม่มีอะไรจะสุขไปกว่าการได้นอนดูทีวีอยู่บนเตียงนอน และถ้าจะให้ฟินขึ้นอีกต้องหรี่แสงไฟในห้องให้มืด ๆ หรือบางคนถึงขั้นปิดไฟห้องไปเลยก็มี โถ ! นี่ล่ะค่ะสาเหตุที่ทำให้คุณรู้สึกเมื่อยล้าสายตาระหว่างดูทีวี ดังนั้นต่อไปนี้ถ้าจะดูทีวีก็เปิดไฟห้องให้สว่างไว้ด้วย

 

2. พักเบรกบ้าง

          รายการทีวียังต้องมีช่วงพักเบรกโฆษณา สายตาเราเองก็ต้องการช่วงเวลานี้ด้วยเช่นกัน ถ้าไม่อยากปวดตาตอนดูทีวี พยายามกะพริบตาบ่อย ๆ ระหว่างมีโฆษณาก็เดินไปไหนมาไหนบ้าง รวมทั้งพยายามเบนสายตาไปมองจุดไกลสายตาทุก ๆ 20 นาทีระหว่างที่ดูทีวีด้วย วิธีเหล่านี้จะช่วยคลายความเมื่อยล้าของสายตาได้เป็นอย่างดีเลยล่ะ


3. อยู่ห่างทีวีในระยะที่เหมาะสม

          ระยะห่างในการดูทีวีที่เหมาะสมควรอยู่ห่างจากทีวีอย่างน้อยที่สุด 1 เมตร อีกทั้งตำแหน่งของทีวีควรอยู่ในระดับสายตา ไม่ต้องเงยหน้าหรือก้มต่ำในการรับชม เพื่อปกป้องสายตาไม่ให้เมื่อยล้านะคะ

 
4. ปรับแสงหน้าจอให้พอเหมาะกับสายตา

          แสงหน้าจอทีวีไม่ควรมีสีจัดจ้านและสว่างจนคุณต้องหยีตาดูทีวี และถ้าจะให้ดีต่อสุขภาพสายตา ทีวีควรทำมุม 90 องศากับแหล่งแสงไฟในห้องนั้น ๆ ด้วย หรือคุณอาจใส่แว่นตัดแสงระหว่างดูทีวีเพื่อถนอมสายตาอีกชั้นก็ได้


5. ออกกำลังสายตา

          ถ้ารู้สึกปวดและล้าสายตาระหว่างดูทีวี คุณอาจต้องออกกำลังสายตาเพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้าด้วยการกรอกตาไปทางซ้าย ขวา บน และด้านล่าง อย่างละ 30 ครั้ง หรือจะประคบร้อนกับดวงตาด้วยผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นก็เข้าท่าไม่เบา

 

6. อาจจะถึงเวลาต้องเปลี่ยนทีวีใหม่

        สำหรับจอทีวีรุ่นเก่ากึ้กที่เริ่มจะให้ภาพไม่คมชัดแล้ว คุณอาจจะต้องปลดระวางทีวีเหล่านี้แล้วซื้อทีวีเครื่องใหม่ที่ให้ภาพคมชัด มากกว่า โดยเฉพาะจอทีวีที่ฉายแต่ภาพแตก ๆ และมีภาพเบลอภาพซ้อน กรณีนี้แนะนำให้รีบเปลี่ยนทีวีเครื่องใหม่ด่วนเลย

 
        ชีวิตประจำวันของเราอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ จอมือถือ และจอทีวีมาแทบจะทั้งวัน ฉะนั้นเพื่อถนอมสายตาก็อย่าลืมทำตามเคล็ดลับคลายความเมื่อยล้าสายตาตามนี้ ด้วยนะคะ


แหล่งที่มา  http://health.kapook.com/view124659.html
เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/pin/334321972315537887/

Tuesday, July 21, 2015

เหมียวมือใหม่ให้นมลูกครั้งแรก ยังไม่เป็นงานเลยออกมาแบบนี้




          โถ ดูทำท่าเข้า แม่เหมียวป้ายแดงเกร็งสุดชีวิต นอนแผ่หราให้นมลูกครั้งแรก จัดไปให้เต็มที่เลยลูก

          คุณแม่ที่มีลูกมาแล้วคงพอจดจำได้ว่าโมเม้นท์ที่ลูกน้อยเข้ามาดูดนมจากอกเป็น ครั้งแรก เหมือนสัญชาตญาณความเป็นแม่มันหลั่งไหลออกมาโดยอัตโนมัติ สิ่งนี้ไม่ได้เกิดแค่กับคน มันเกิดเป็นกับสัตว์ด้วยเหมือนกัน แต่ดูท่า..อาจจะยกเว้นเจ้าเหมียวตัวนี้มั้ง ก็ดูมันทำท่าทางเข้า แม่แมวที่ไหนเขานอนให้นมลูกกันแบบนี้บ้างเล่า เจ้าเหมียวเอ๊ย

          เว็บไซต์ร็อกเกตนิวส์  หยิบภาพน่ารัก ๆ เจ้าของแมวชาวญี่ปุ่น ที่โพสต์ภาพแม่เหมียวนอนแผ่หรา กางขาชี้สี่ทิศ ให้กองทัพลูกเหมียวจับจองดูดนมกันหนุบหนับคนละเต้า ลงในทวิตเตอร์  พร้อมแคปชั่นว่า "ดูดกันเข้าไป !"

           ดูจากหน้าตาก็ไม่ค่อยแน่ใจว่าเจ้าเหมียวตัวนี้จะตื่นเต้น เซ็ง เกร็ง จั๊กจี้ หรือว่าอะไร แต่เอาเป็นว่าอีกหน่อยเดี๋ยวก็ชินนะเหมียวนะ อิอิ :P


ภาพจาก hamusoku.com
http://pet.kapook.com/view124663.html

Monday, July 20, 2015

อาหารคลายเครียดที่น่าทาน มาผ่อนคลายง่าย ๆ ด้วยการกิน


 
         เคยมีคำถามว่า ทุกวันนี้เรากินเพื่ออยู่หรืออยู่เพื่อกินกันแน่ แต่ถ้าให้นึกจริง ๆ เวลาที่รู้สึกเครียด วิธีคลายเครียดที่ดีและง่ายที่สุดก็ไม่น่าจะพ้นการออกไปหาอะไรอร่อย ๆ กินให้หนำใจ ซึ่ง สสส. เองก็เห็นด้วยกับวิธีคลายเครียดด้วยการกินด้วยเช่นกัน

          ทุกวันนี้เรามักพบเห็นข่าวเกี่ยวกับผู้ป่วยโรคซึมเศร้า โรคเครียดเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่า สังคมไทยในปัจจุบันกลายเป็นสังคมที่มีความกดดัน ผู้คนต้องการการยอมรับ และมีการแข่งขันกันค่อนข้างสูง โดยสิ่งเหล่านี้ส่งผลทำให้เกิดความเครียดและความกดดันภายในจิตใจได้มากเลยที เดียว

          และนอกจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลด้านอารมณ์ จิตใจ ให้ห่างไกลจากโรคซึมเศร้าหรือโรคเครียดแล้ว การปรับเปลี่ยนและดูแลพฤติกรรมด้านการกินเพื่อทำให้ร่างกาย อารมณ์ และจิตใจสมดุล ผ่อนคลาย ก็มีส่วนสำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน

          อาจารย์ชินริณี วีระวุฒิวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมจึงให้คำแนะนำว่า คนแต่ละช่วงวัยก็มีความเครียดแตกต่างกันไป การเลือกกินอาหารให้เหมาะสมกับช่วงวัยจึงสำคัญมาก ดังนั้นตนจึงอยากแนะนำอาหารที่กินแล้วอารมณ์ดีและช่วยคลายเครียด ซึ่งเป็นเมนูง่าย ๆ


          เริ่มจากวัยเด็ก ในเมนูอาหารควรมีมะเขือเทศเป็นส่วนประกอบ เพราะมะเขือเทศมีกาบาสูง ช่วยให้สมองรู้สึกผ่อนคลาย ช่วยคลายเครียด เมนูก็จะทำง่ายกินง่าย อย่างเช่น ไข่เจียวมะเขือเทศ ซุปไก่ใส่มะเขือเทศ เป็นต้น

  
            ส่วนคนวัยทำงานมักมีความเครียดบ่อย ทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำให้เกิดความรู้สึกด้านลบกับร่างกาย และหากมีระดับฮอร์โมนนี้สูงขึ้นเรื่อย ๆ ก็เป็นปัญหาต่อสุขภาพได้ อาหารที่กินแล้วอารมณ์ดี อาจจะเป็นพวกสลัดผักน้ำใสหรือน้ำมันงาใส่มะเขือเทศ ผสมข้าวโพดต้ม หรือจะกินข้าวโพดต้มอย่างเดียวก็ได้ อีกหนึ่งเมนูแนะนำก็จะเป็นข้าวเหนียวเปียกข้าวโพด แต่ต้องกินในปริมาณที่พอเหมาะด้วย

 
           ข้าวโพดเป็นธัญพืชที่มีสารเซโรโทนิน ที่ช่วยให้อารมณ์ดี รู้สึกผ่อนคลาย สงบ และสามารถรับมือต่อความเครียดได้ดี แต่ถ้าเครียดปั๊บ ระดับฮอร์โมนเซโรโทนินจะลดลง ส่งผลให้รู้สึกหงุดหงิด ขาดสมาธิ และนอนไม่หลับ หรือจะกินกล้วยหอม 1 ลูก ในตอนเช้าก่อนทำงานจะช่วยให้อารมณ์ดีเพราะในกล้วยหอมก็มีเซโรโทนินอยู่ด้วย เหมือนกัน


             ทั้งนี้อาจารย์ชินริณีให้คำแนะนำในผู้สูงอายุว่า การดื่มโสมจะช่วยลดความเครียด เพราะโสมมีวิตามินบี 12 ทำให้ระบบประสาททำงานได้ดี และช่วยลดความเครียดได้ หรือจะเป็นสมุนไพรไทยอย่างโสมกระชายดำ ซึ่งช่วยปรับสมดุลร่างกายด้วยก็ได้ หรือจะเป็นผลไม้รสเปรี้ยว อย่างการดื่มน้ำมะนาวก็ช่วยได้ เพราะทำให้ร่างกายตื่นตัว และเลือดไหลเวียนได้ดี อีกหนึ่งอย่างที่เหมาะกับผู้สูงอายุคือ น้ำผึ้ง เพราะการกินน้ำผึ้งครึ่งช้อนชาก่อนนอน จะช่วยให้หลับง่ายและสนิท ตื่นเช้ามาจะรู้สึกสดชื่น


              ส่วนผักสมุนไพรจำพวกโหระพา กะเพรา พริก ตะไคร้ เครื่องต้มยำต่าง ๆ จะช่วยต้านการอักเสบระดับเซลล์ เนื่องจากความเครียดจะทำให้เซลล์อักเสบ การกินสมุนไพรเหล่านี้ ก็จะช่วยคลายเครียดได้ นอกจากนี้เครื่องดื่มสมุนไพรต่าง ๆ อย่างน้ำอัญชัน น้ำกระเจี๊ยบที่มีรสเปรี้ยว จะมีสรรพคุณช่วยบำรุงเลือด ทำให้เลือดไหลเวียนได้ดี หรือจะเป็นน้ำมะตูมก็ได้ ซึ่งช่วยปรับฮอร์โมนและรักษาสมดุลในร่างกายด้วย

 
          นอกจากนี้อาจารย์ชินริณียังพูดถึงการดูแลสุขภาพการกินของผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าด้วยว่า ภาวะซึมเศร้าส่วนใหญ่เป็นอาการที่ฮอร์โมนในร่างกายไม่เท่ากัน มีเซโรโทนินน้อยเกินไป นั่นก็หมายถึง ร่างกายไม่มีความสมดุลนั่นเอง หากต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน จึงควรกินเนื้อสัตว์ เพราะในเนื้อสัตว์มีสารโดพามีน ไม่ว่าจะเป็น ไก่ หมู เนื้อ ปลา รวมทั้ง ไข่ และนมด้วย

 
            อีกหนึ่งสิ่งสำคัญคือ ผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าหรือผู้ที่มีความเครียด ควรหมั่นออกกำลังกายบ่อยๆ และออกมาทำกิจกรรมกลางแจ้งบ้าง ให้ร่างกายและจิตใจได้สัมผัสกับแสงแดด สายลม ก็จะช่วยให้ผ่อนคลายร่างกายและจิตใจได้มากขึ้นด้วย

          รู้สึกเครียดและซึมเศร้าขึ้นมาเมื่อไรลองรับประทานอาหารตามลิสต์ที่คุณหมอแนะนำมานะคะ วิธีคลายเครียดง่ายและอิ่มท้องแบบนี้ คงน่าจะถูกอกถูกใจใครหลายคนไม่น้อยเลยทีเดียวใช่ไหมล่ะ


แหล่งที่มา  สสส. , http://health.kapook.com/view124209.html
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต