Sunday, May 24, 2015

รู้ไว้สักนิด 10 ข้อควรเลี่ยงในการสร้างบ้าน



       ถ้ามีโอกาสได้สร้างบ้านสักหลัง เราคงอยากได้บ้านที่ออกแบบมาได้ตรงใจ เหมาะกับไลฟ์สไตล์เราที่สุด และมีโครงสร้างการออกแบบที่ค่อนข้างสมบูรณ์แบบ อยู่แล้วสะดวกสบาย ไม่มีปัญหาหนักใจใด ๆ ภายหลังใช่ไหมคะ และถ้าคุณกำลังเตรียมตัวสร้างบ้าน กันอยู่ล่ะก็ เราอยากให้เก็บ 10 ข้อควรเลี่ยงในการสร้างบ้านต่อไปนี้ไว้พิจารณากันด้วย จะได้มีบ้านหลังงามที่สมบูรณ์แบบที่สุดค่ะ

1. กะขนาดพื้นที่ไม่เหมาะกับแอร์

          อาจจะเป็นเพราะอากาศที่ร้อนขึ้นทุกวัน จึงทำให้คนที่กำลังจะสร้างบ้านใหม่ คิดเรื่องการติดเครื่องปรับอากาศกันเป็นอันดับต้น ๆ แต่สิ่งที่มักทำพลาดกันบ่อย ๆ ก็คือ การกะขนาดห้องกับเครื่องปรับอากาศได้ไม่พอดีกัน โดยส่วนมากจะเป็นปัญหาเรื่องโครงสร้างของห้องหรือขนาดพื้นที่ที่กว้างมาก เกินไป ทำให้เวลาติดเครื่องปรับอากาศก็จะให้ความเย็นได้ไม่ทั่วถึง จนต้องปรับอุณหภูมิให้ต่ำลง หรือต้องติดเครื่องปรับอากาศหลายเครื่อง เป็นเหตุเปลืองไฟไปเปล่า ๆ ดังนั้นอย่าลืมดูค่า BTU ให้เหมาะสมกับขนาดห้องด้วยนะคะ

2. ออกแบบพื้นที่ไม่เหมาะสม

          หลัก ๆ แล้วพื้นที่ภายในบ้านหลังหนึ่งจะประกอบไปด้วยห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว ห้องโถง ห้องเก็บของ แต่บางบ้านที่มีพื้นที่กว้างพออาจจะเพิ่มห้องแต่งตัว ห้องทำงาน ห้องพระ ห้องออกกำลังกาย ห้องอาหารเข้าไปด้วย ซึ่งประเด็นก็คือ หลายบ้านออกแบบพื้นที่ต่าง ๆ เหล่านี้ไม่เหมาะสมกับการใช้งาน เช่น สร้างห้องแต่งตัวใหญ่ไป จนกินพื้นที่ห้องนอน ห้องน้ำ หรือห้องรับแขก หรือประหยัดพื้นที่ห้องต่าง ๆ เกินไปจนห้องโถงกว้างโล่งดูไม่สมดุล ดังนั้นก่อนจะลงมือสร้างก็ควรคำนึงถึงความพอดี และการใช้งานของแต่ละห้องด้วย หรือแบ่งพื้นที่ว่างโล่งไว้บ้าง เผื่อวันข้างหน้าหากมีโครงการต่อเติมพื้นที่ในบ้านขึ้นมาจะได้ไม่วุ่นวาย

3. สร้างบ้านโดยไม่คำนึงถึงอนาคต

          อย่างที่บอกไปว่าการออกแบบบ้านค่อนข้างต้องใช้ความรอบคอบ และสายตาที่กว้างไกล มองให้ไกลไปถึงอนาคต ในขณะที่ก็คำนึงถึงประโยชน์และความสะดวกสบายของทุกคนในบ้านด้วย อย่างเช่นบ้านที่มีเด็กเล็ก หรือคนชราก็ควรจะเลือกสร้างห้องหรือโครงสร้างบ้านที่ดูปลอดภัย ไม่ต้องมีพื้นต่างระดับให้เสี่ยงอุบัติเหตุ หรือมีห้องนอนชั้นล่างเพื่อความสะดวก รวมไปถึงต้องมองยาวไปถึงอนาคต ว่าอาจจะต้องต่อเติมบ้าน หรือเราจะต้องการอะไรเพิ่มเติมอีกหรือเปล่า คิดเผื่อไว้ก่อนวันข้างหน้าหากเกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอะไรจะได้ไม่ ลำบากจ้า

4. บ้านทึบเกินไป

          ถ้าต้องการสร้างบ้านให้ประหยัดพลังงาน อย่างแรกที่เราไม่ควรพลาดเลยก็คือการออกแบบให้บ้านมีหน้าต่าง หรือติดกระจกที่กำแพงบ้าน ให้แสงส่องเข้ามาได้ เพราะนอกจากพลังงานแสงจากธรรมชาติอย่างแสงแดดจะช่วยให้เราประหยัดไฟแล้ว ยังสามารถช่วยฆ่าเชื้อโรคและเชื้อแบคทีเรียในบ้านได้ด้วย และหากบ้านมีกระจกหรือหน้าต่างเยอะ ก็จะได้ถือโอกาสเปิดรับลมให้บ้านในช่วงกลางวัน ให้บ้านได้ระบายอากาศ และความอับชื้นได้อีกทาง แต่ต้องไม่ลืมดูทิศทางของลมและแสงแดดให้ดีด้วย

5. ห้องที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน

          สำหรับบ้านที่มีพื้นที่มากพอจะทำห้องต่าง ๆ ได้หลายห้อง ก็อาจจะเผลอออกแบบห้องด้วยความเพลิดเพลิน จนทำให้มีห้องเกินความจำเป็นต่อการใช้งาน ฉะนั้นจึงอยากแนะนำให้ใคร่ครวญให้ดี และเลือกสร้างบ้านตามความจำเป็นดีกว่า ห้องไหนที่ไม่คิดว่าจะได้ใช้งาน หรือไม่ค่อยมีความจำเป็นสักเท่าไร ก็ระงับการสร้างไว้ก่อน แล้วเปลี่ยนใจมาสร้างห้องที่สามารถเปลี่ยนใช้งานได้ตามความเหมาะสมเถอะ จะได้ไม่เกิดเหตุประเภทห้องออกกำลังกายกลายเป็นห้องตากผ้า หรือที่แขวนเสื้อผ้านะคะ และหากตัดห้องไม่สำคัญออกไปบ้าง อาจทำให้พื้นที่ในห้องอื่น ๆ ขยายกว้างขึ้นได้ด้วย

6. จัดวางระบบน้ำไม่ถูกต้อง

          ระบบน้ำหลัก ๆ ของบ้านอย่างก็อกน้ำต่าง ๆ คงไม่มีปัญหา แต่สิ่งที่ต้องระวังเพราะมักจะพลาดกันเป็นส่วนใหญ่ก็คือการจัดวางตำแหน่ง เครื่องซักผ้า และท่อน้ำทิ้ง ซึ่งถ้าวางระบบไม่ดีก็อาจจะเกิดปัญหาท่ออุดตัน น้ำล้น หรือน้ำท่วมบ้านในภายหลัง ดังนั้นจึงอยากให้ศึกษาตำแหน่งจัดวางเครื่องซักผ้าโดยปรึกษากับวิศวกรหรือ ผู้รับเหมาให้ดี ว่าควรจะวางระบบซักล้างไว้ในตำแหน่งไหนของบ้านได้บ้าง เพื่อป้องกันปัญหาจุกจิกที่อาจเกิดขึ้นได้ในภายหลัง
 
7. เลือกตำแหน่งห้องนอนไม่เหมาะสม

          ห้องนอนควรจะต้องอยู่ในจุดที่ห่างไกลจากเสียงรบกวน ไม่อยู่ใกล้โรงจอดรถ และไม่มีผนังติดกันกับห้องนั่งเล่นในกรณีที่มีสมาชิกอยู่กันหลายคน หรือถ้าบ้านเป็นแบบบ้าน 2 ชั้น ก็เลือกห้องนอนให้อยู่ชั้นบน แต่ถ้าเป็นแบบบ้านชั้นเดียวควรเลือกตำแหน่งห้องนอนให้อยู่ลึกสุด เพื่อกันไม่ให้มีเสียงดังเล็ดลอดเข้ามารบกวนในขณะที่นอนหลับได้ แต่อย่าลืมว่าต้องไม่อยู่ติดกับห้องครัวด้วยค่ะ เพราะกลิ่นรบกวนและความร้อนจากการทำอาหารจะทำให้นอนไม่สบาย หลับไม่สนิท และอาจเกิดอันตรายจากไฟไหม้ได้

8. ห้องครัวอยู่ผิดที่ผิดทาง

          ห้องครัวเป็นห้องที่ถือว่าถูกใช้งานมากที่สุดห้องหนึ่งในบ้าน อีกทั้งยังมีความวุ่นวายจากการลงมือประกอบอาหาร รวมถึงของข้าวของเครื่องใช้ของมีคมต่าง ๆ อีกมากมาย ดังนั้นตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดของห้องครัวควรจะเป็นพื้นที่ด้านหลังที่ติด กับโรงจอดรถ และอยู่ใกล้กับห้องรับประทานอาหาร เวลาที่ซื้อของเข้าบ้าน จะได้เดินเข้าทางหลังบ้าน วางของทุกอย่างไว้ในครัวก่อน แล้วค่อยแยกเก็บให้เป็นที่เป็นทาง สะดวกสบาย และเป็นการเลี่ยงการเดินหิ้วของเข้าออกผ่านห้องรับแขกด้วย นอกจากนี้หากห้องครัวอยู่หลังบ้านยังสามารถระบายกลิ่นจากการทำอาหารได้ง่าย โดยไม่ส่งกลิ่นรบกวนมาถึงบริเวณหน้าบ้านด้วย

9. โรงจอดรถอยู่หน้าบ้าน

          ตำแหน่งที่ใช้เป็นโรงจอดรถควรจะต้องติดกับประตูด้านหลังบ้าน ห้องครัว หรือห้องเก็บของ เพราะส่วนมากโรงจอดรถมักจะเป็นสถานที่ที่เรามักจะวางของที่เคลียร์ลงจากหลัง รถออกมาวางไว้ ไม่ว่าจะเป็นรองเท้ากีฬา ชุดกีฬาที่ยังไม่ได้ซัก หรือข้าวของต่าง ๆ ซึ่งพอเอาลงมาแล้วจะได้หิ้วเข้าทางหลังบ้านไปยังห้องซักล้าง หรือห้องต่าง ๆ ได้สะดวก ไม่ต้องเดินเข้าทางหน้าบ้านให้วุ่นวายเลอะเทอะ ดังนั้นหากเลี่ยงได้ไม่ควรมีโรงจอดรถอยู่หน้าประตูเข้าบ้านโดยตรง แต่ควรอยู่ด้านข้างหรือหลังบ้านมากกว่า
 
10. ทำตามคำแนะนำจากคนอื่น

          อย่าลืมว่าบ้านนี้เป็นบ้านของคุณและครอบครัว ดังนั้นก็สร้างบ้านตามความเหมาะสมและความจำเป็นที่คุณกับครอบครัวต้องการก็ พอ ส่วนสิ่งที่คนอื่นแนะนำก็แค่รับฟังไว้ อันไหนที่คุณเห็นด้วยก็ดีที่จะลองทำตาม หรืออันไหนที่คิดว่าไม่เหมาะกับความต้องการจริง ๆ ก็ปล่อยผ่านไปดีกว่า เพื่อความสะดวกสบายและความเหมาะสมกับการอยู่อาศัยของคุณเองนะคะ ไม่จำเป็นต้องสร้างบ้านตามคำพูดของคนอื่นทุกครั้งและทุกเรื่อง เพราะบางอย่างอาจจะไม่เหมาะกับการใช้ชีวิตของคุณและครอบครัวก็ได้


          ใครที่กำลังมีแผนจะสร้างบ้าน หรือกำลังสร้างบ้านอยู่ ลองนำ 10 ข้อควรเลี่ยงนี้ไปเป็นส่วนประกอบการพิจารณาสร้างบ้านดูนะคะ จะได้ออกแบบบ้านไม่พลาด ได้บ้านที่สวยงามน่าอยู่กันจ้า



Saturday, May 23, 2015

10 ตัวช่วยเรียกความหอมให้บ้าน เหมือนฤดูใบไม้ผลิมาเยือน




           สร้างกลิ่นหอมภายในบ้านง่าย ๆ เพื่อความสดชื่นและผ่อนคลายราวกับฤดูใบไม้ผลิ ที่ทำให้ไม่อยากออกไปไหนเลยล่ะ

           วันพักผ่อนอยู่บ้านคงไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการได้สูดกลิ่นหอมสดชื่นที่จะเรียก พลังให้กับร่างกาย แต่เชื่อว่าหลายคนคงไม่มีเวลาออกไปสูดกลิ่นธรรมชาติที่ไหน วันนี้กระปุกดอทคอมจึงขอนำเทคนิคสร้างกลิ่นของฤดูใบไม้ผลิในบ้านอย่างง่าย ๆ มาฝาก เพื่อให้ทุกคนได้ชาร์จแบตแม้ไม่ต้องออกไปไหน ด้วย 10 ตัวช่วยเรียกความหอมของฤดูใบไม้ผลิ ที่จะเนรมิตช่วงเวลาดี ๆ ให้ทุกคนค่ะ พร้อมแล้วมาดูกันเลย


1. ต้นไม้เรียกอากาศบริสุทธิ์

           เพิ่มอากาศบริสุทธิ์สดชื่นให้กับที่พักด้วยการใช้ต้นไม้ที่ช่วยดูดสารพิษ เช่น ปาล์มไผ่ ลิ้นมังกร โกสน ฯลฯ ที่นอกจากจะให้ออกซิเจนที่ดีแล้ว ยังเพิ่มความสวยงามให้ที่พักอีกด้วย


2. เปิดหน้าต่างระบายอากาศ

           เปิดหน้าต่างเพื่อระบายอากาศอย่างเป็นประจำ โดยอาจตั้งพืชที่มีกลิ่นหอมอย่างส้ม มะกรูด หรือใบเตย เพื่อเรียกความสดชื่นจากธรรมชาติให้กับที่พัก


3. ถูพื้นด้วยน้ำยาสูตรมะนาว

           ใช้น้ำยาถูพื้นแบบมะนาวที่ไม่เพียงแต่จำกัดฝุ่นและความสกปรกเท่านั้น แต่ยังทำให้บ้านหอมสดชื่นอีกด้วย โดยอาจทำเองด้วยการฝานมะนาวบาง ๆ แล้วใส่ลงในถังน้ำสะอาดแล้วเช็ดถูให้ทั่วบ้าน แค่นี้บ้านก็กลิ่นหอมสดชื่นแล้ว


4. ใช้ดอกไม้สดเพิ่มความหอม

           ถ้าอยากได้กลิ่นหอมสดชื่นของฤดูใบไม้ผลิก็ต้องใช้ดอกไม้เป็นตัวช่วย ซึ่งหากมีงบประมาณมากพอก็ตั้งแจกันดอกไม้ให้ทั่วทุกห้องเลย เพราะคงไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการเดินเข้าไปในทุ่งของดอกไม้อีกแล้ว


5. ต้มแตงกวาหรือมะนาว

           เติมกลิ่นของฤดูใบไม้ผลิด้วยการต้มน้ำสะอาดกับแตงกวาหรือมะนาวฝาน รับรองว่าบ้านจะอบอวลไปด้วยกลิ่นของธรรมชาติอันแสนสดชื่น


6. สะดวกสบายด้วยน้ำมันหอมระเหย

           หยดน้ำมันหอมระเหยเพื่อช่วยสร้างกลิ่นหอมให้บ้านแบบสะดวกรวดเร็ว ลองเลือกกลิ่นที่ชอบที่อาจพ่วงมาด้วยคุณสมบัติเสริม อย่างเช่น กลิ่นลาเวนเดอร์ กลิ่นคาโมมายล์ หรือกลิ่นตะไคร้ ที่ช่วยให้ผ่อนคลายและนอนหลับได้ดีขึ้น ถือเป็นการใช้ประโยชน์ได้สองทางเลยทีเดียว


7. จุดเทียนหอมทั้งสว่างและผ่อนคลาย

           จุดเทียนหอมก็เป็นอีกวิธีที่จะเรียกความสดชื่นที่ให้กับที่พักอาศัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำหอมหลายแบรนด์ได้ผลิตเทียนที่มีแพคเกจสวยงามน่าใช้ ซึ่งนอกจากจะให้ความหอมแล้ว ยังช่วยเติมแสงสว่างนุ่มนวลในยามค่ำคืนได้เป็นอย่างดี


8. สเปรย์ฉีดที่นอนเพื่อค่ำคืนฝันดี

           DIY สเปรย์ฉีดที่นอน ด้วยการผสมลาเวนเดอร์แห้งเข้ากับน้ำกลั่น รับรองว่าคุณสมบัติเรื่องความผ่อนคลายจะช่วยให้ทั้งความหอมและชวนหลับฝันดี เลยล่ะ


9. ตั้งตะกร้าดอกไม้แห้ง

           ใช้ดอกไม้แห้งเป็นช่วยสร้างกลิ่นหอมในบ้าน โดยอาจจะทำเองด้วยการนำดอกไม้ปักแจกันที่เหี่ยวแล้วมาทับและตากให้แห้ง หรือหากใครไม่มีเวลาก็อาจหาซื้อแบบสำเร็จรูปมาใช้ก็ได้ รับรองว่าจะสร้างกลิ่นหอมต้อนรับช่วงเวลาดี ๆ ได้

 
10. ถุงดอกไม้แห้งทั่วทุกที่

           เย็บถุงใส่ดอกไม้แห้งแบบง่าย ๆ จากนั้นก็นำไปวางไว้ทั่วทุกมุมบ้าน ไม่ว่าจะตู้เสื้อผ้า ห้องนอน ในครัว หรือแม้แต่ในรถ รับรองว่าจะสร้างความประทับใจเหมือนเดินเล่นในสวนดอกไม้ทุกวัน


           เห็นไหมคะกลิ่นหอมสดชื่นเหมือนฤดูใบไม้ผลิทำไม่ยากเลย ที่สำคัญต้องหมั่นรักษาความสะอาดให้กับบ้านด้วย เพื่อให้วิธีเหล่านี้มีประสิทธิภาพที่สุด แค่นี้ก็รับความสดชื่นชาร์จพลังให้ตัวเองได้แบบไม่ต้องออกไปไหนแล้ว


แหล่งที่มา  http://home.kapook.com/view118869.html
เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/maryellencilia/flowers-arranged-in-vases-cups-boxes-bowls-etc/

Friday, May 22, 2015

8 สิ่งที่ช่วยให้ลดน้ำหนักได้โดยที่คุณอาจไม่รู้ตัว



          หลากพฤติกรรมที่ช่วยให้หนุ่ม ๆ สาวๆ น้ำหนักลดได้ในแบบที่คุณคาดไม่ถึง

          เมื่อพูดถึง การลดน้ำหนัก แล้ว แน่นอนล่ะว่าวิธีที่เห็นผลชัดเจนและได้รับความนิยมมากที่สุดคือ การออกกำลังกายและควบคุมอาหาร

          แต่เชื่อไหมว่าพฤติกรรมบางอย่างที่คุณทำอยู่แทบทุกวันกลับช่วยลดน้ำหนักได้ นะเออ ! ส่วนพฤติกรรมที่ว่าจะมีอะไรบ้างนั้น ลองมาดูข้อมูลที่เรานำมาจากเว็บไซต์ eatthis กันเลยดีกว่าครับ



 จิบไวน์แดงวันละแก้ว

          ผลการศึกษาของ Oregon State University เปิดเผยให้ทราบว่า คนที่ดื่มไวน์แดงหรือน้ำผลไม้ที่ทำจากองุ่นแดงวันละแก้วเป็นประจำทุกวัน จะเบิร์นไขมันส่วนเกินได้ดีกว่าคนที่ไม่ได้ดื่ม เนื่องจากกรดเอลลาจิกที่อยู่ในองุ่นแดงสามารถชะลอการเจริญเติบโตและการพัฒนา เซลล์ไขมันที่จะเกิดใหม่ได้ รู้แบบนี้แล้วหนุ่ม ๆ ก็หันมาจิบไวน์แดงแก้วเล็ก ๆ สักแก้วได้แล้วนะ


 
ออกไปอาบแดดซะบ้าง

          ทุกคนทราบกันดีอยู่แล้วล่ะว่า แสงแดด ทำร้ายผิวพรรณเราได้มากขนาดไหน แต่...นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องเดินกางร่มหรือหาที่หลบแดดเสมอนี่นา ที่สำคัญแสงแดดอ่อน ๆ ในยามเช้ายังช่วยลดความอยากอาหารได้ด้วย คำตอบนี้เป็นผลการศึกษาที่ได้มาจาก PLoS ONE



ดื่มน้ำเปล่าใส่น้ำแข็ง

          นักวิจัยชาวเยอรมันพบว่าคนที่ดื่มน้ำเปล่าใส่น้ำแข็ง 6 แก้วต่อวันนั้นช่วยให้ระบบเผาผลาญทำงานดีขึ้นราว 12 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้พวกเขาเชื่อว่าร่างกายจะทำงานหนักขึ้นเพื่อให้น้ำในร่างกายอุ่น ขึ้นก่อนเข้าสู่กระบวนการย่อยอาหาร


 
นอนหลับในห้องที่มืดสนิท

          ผลการศึกษาจาก Ohio State University รายงานว่า คนที่นอนไม่ปิดไฟ, นอนในห้องที่ไม่มืดสนิท รวมทั้งเล่นมือถือหรือแท็บเล็ตก่อนนอน มีโอกาสจะนอนหลับไม่สนิทและกินอาหารมากขึ้นในระหว่างวัน ซึ่งผลที่ตามมาคือน้ำหนักขึ้นนั่นเอง ดังนั้นปิดไฟและปิดม่านให้ห้องมืดที่สุด เพื่อให้ร่างกายพักผ่อนได้เต็มที่โดยไร้แสงสว่างรบกวน


 
กินมื้อกลางวันให้เร็วขึ้น

          นักวิจัยจากแดนกระทิงดุรายงานว่า กลุ่มตัวอย่างผู้หญิงร่างท้วมที่กินมื้อกลางวันหลัง 15.00 น. นั้นลดน้ำหนักได้น้อยกว่าคนที่กินอาหารกลางวันตามเวลาปกติถึง 25 เปอร์เซ็นต์ ทั้งที่กินอาหารแบบเดียวกันและมีปริมาณแคลอรีเท่ากันเป๊ะ !  นั่นเพราะเวลาที่เราปล่อยให้ตัวเองหิวโซมาก ๆ พอถึงเวลากินในมื้อถัดไปก็จะซัดแหลกเลยล่ะ

 

ชั่งน้ำหนักอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง

          บางคนอาจกลัวการชั่งน้ำหนัก เพราะไม่อยากรู้ว่าตอนนี้ตัวเองอ้วนแค่ไหนแล้ว ทว่าผลการศึกษาจาก Cornell พบว่าคนที่ชั่งน้ำหนักสัปดาห์ละครั้ง นอกจากน้ำหนักจะไม่ขึ้นแล้ว เผลอ ๆ บางคนยังน้ำหนักลงอีกต่างหาก ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ควบคุมอาหารด้วยซ้ำ


 
พกมือถือติดตัวไว้เสมอ

          อ๊ะ อ๊ะ อย่าเพิ่งงงว่าแค่พกมือถือติดตัวมันจะช่วยให้ลดน้ำหนักได้ยังไง งั้นเฉลยเลยแล้วกันว่า เพราะคนที่ใช้แอพพลิเคชั่นเกี่ยวกับการออกกำลังหรือควบคุมแคลอรีอาหารบน สมาร์ทโฟน สามารถลดน้ำหนักได้ และรู้สึกมีแรงกระตุ้นมากกว่าคนที่เล่นฟิตเนสตามตารางที่จัดเองทั่ว ๆ ไป ซึ่งทั้งหมดนี้มาจากผลการศึกษาของ Tulane University



ดูรูปหรือพูดถึงอาหารที่กินเข้าไป

          เป็นเรื่องธรรมดาไปซะแล้ว กับการโชว์รูปถ่ายอาหารบนโซเชียลเน็ตเวิร์ก หรือพูดคุยเรื่องอาหารที่เพิ่งไปกินมากับเพื่อน เชื่อไหมว่า...สิ่งเหล่านี้มีผลทำให้คุณลดน้ำหนักได้นะ ฟังดูขัดกับความเป็นจริงใช่ปะ ? แต่จากผลการศึกษาของ Oxford พบว่าคนที่พูดถึงอาหารที่เพิ่งกินมานั้น เปรียบเสมือนเป็นการย้ำเตือนตัวเองว่ากินอะไรมามากขนาดไหน แล้วมื้อถัดไปก็จะกินน้อยลง เช่น คุณเพิ่งฟาดข้าวขาหมูไปหนัก ๆ มาเมื่อตอนกลางวัน งั้นตอนเย็นกินแค่สลัดผักเบา ๆ ก็พอ เป็นต้น


 
          ไม่น่าเชื่อว่าพฤติกรรมบางอย่างที่เราทำเป็นประจำทุกวัน จะมีส่วนช่วยให้ลดน้ำหนักได้โดยไม่รู้ตัวซะนี่ อย่างไรก็ตาม คงไม่มีวิธีไหนที่เจ๋งและเห็นผลชัดที่สุด เท่ากับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอไปพร้อม ๆ กับควบคุมอาหารแล้วล่ะครับ

แหล่งที่มา  http://men.kapook.com/view118455.html

Thursday, May 21, 2015

6 ทางเลือกใหม่ ช่วยระบบขับถ่าย รับรองชีวิตดี๊ดี




อึดอัด หนักท้อง ถ่ายไม่คล่อง อุจจาระแข็ง เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงเคยมีอาการแบบนี้กันอยู่บ้างอย่าคิดว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดาทั่วไปเพราะอาการเหล่านี้อาจส่งผลต่อโรคภัยไข้เจ็บในอนาคตได้เลยนะคะ
วิธีบอกลาจากปัญหานี้มีหลายวิธี แต่วิธีที่เราจะมาแนะนำในวันนี้นอกจากจะทำให้ขับถ่ายดีแล้วยังช่วยให้มีหุ่นที่ดีถึงขั้นเชปบ๊ะแซ่บเว่อร์ ! มาดูดีกว่า เครื่องดื่มที่ว่านี่มีอะไรบ้าง


6. น้ำมะเขือเทศ

น้ำมะเขือเทศเป็นน้ำผลไม้ที่อุดมไปด้วยไลโคปีนและสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งมีประโยชน์สารพัดไม่ว่าจะเป็นบำรุงผิวหรือแม้กระทั่งต่อต้านเซลล์มะเร็งตัวร้าย นอกจากนั้นน้ำมะเขือเทศยังมีกากใยและวิตามินที่มีส่วนช่วยในระบบย่อยอาหาร และการขับถ่ายทำให้การขับถ่ายเป็นไปได้ด้วยดี


5. น้ำมะขาม

อย่างที่รู้กันว่าในมะขามเปียกนั้นมีประโยชน์ต่อสุขภาพมาก นอกจากจะไว้เติมรสเปรี้ยวให้กับอาหารแล้ว หลายคนนิยมนำมาทำเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เพราะในมะขามนั้นมีสรรพคุณโดดเด่นในการแก้อาการท้องผูก มีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อน ๆ ช่วยให้การขับถ่ายดีขึ้นอีกด้วย


4. น้ำคลอโรฟิลล์

คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ เป็นสารอาหารที่มีคุณค่าใช้เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างเต็มที่ เพื่อให้ระบบเลือดสะอาดบริสุทธิ์มีประสิทธิภาพ ช่วยต่อต้านสารพิษที่มีมากขึ้นในอาหารยุคปัจจุบัน คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ จะทำงานโดยส่งเสริมการทำงานในร่างกายให้ทำงานได้ดีขึ้น สำหรับผู้ที่มีความบกพร่องของการทำงานในร่างกาย ซึ่งดีต่อระบบขับถ่ายเป็นอย่างยิ่ง


3. กาแฟสด

การดื่มกาแฟนอกจากจะช่วยแก้อาการง่วงสำหรับใครหลายคนแล้วยังช่วยเรื่องระบบขับถ่ายเพราะคาเฟอีนในกาแฟมีส่วนช่วยให้กล้ามเนื้อในลำไส้ใหญ่หดและคลายตัวอย่างสม่ำเสมอ ส่งผลให้กากใยอาหารที่ผ่านการย่อยแล้วเคลื่อนตัวผ่านลำไส้ใหญ่ได้สะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ระบบขับถ่ายของคุณจึงทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ


2. น้ำผึ้งมะนาว
 
บนโลกของโซเชียลเน็ตเวิร์ก มีการแชร์สูตรลดความอ้วน ด้วยการนำมะนาวไปดองในน้ำผึ้ง ซี่งส่วนใหญ่บอกกันว่าการนำมะนาวไปดองในน้ำผึ้งช่วยระบบขับถ่ายได้ ทำให้ท้องไม่ผูก มีผลดีต่อระบบขับถ่ายและยังช่วยในการลดน้ำหนัก เพราะมะนาวมีกรดอ่อน ๆ ช่วยทำปฏิกิริยากับร่างกายในการขับของเสีย

มาถึงน้ำผลไม้เจ้าแรกในประเทศไทยที่นำส่วนผสมของ Probiotics มาใส่ไว้ในน้ำผลไม้ 100% ซึ่ง ในโพรไบโอติคส์นี้จะนำแบคทีเรียที่ดีเข้าสู่ร่างกายสามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด ช่วยส่งเสริมสุขภาพระบบทางเดินอาหารอาศัยอยู่ในลำไส้จึงช่วยต่อสู้กับแบคทีเรียที่ไม่ดีและไม่พึงประสงค์ ช่วยลดความเป็นกรดด่างของกระเพาะอาหาร การรักษาสมดุลของแบคทีเรียที่ดีและไม่ดีในร่างกายของเรา เพื่อเสริมสร้างสุขภาพระบบทางเดินอาหาร ทำให้สามารถขับถ่ายได้สะดวกมากขึ้น

 
ส่วนหนุ่มสาวคนไหนอยากหุ่นเพรียวเท่จนน่าอิจฉา ลองหาซื้อเครื่องดื่มพวกไปลองเชื่อว่าอีกไม่นานหุ่นเซี้ยะโดนใจแน่ ๆ


แหล่งที่มา  http://health.kapook.com/view119482.html
เครดิตภาพ  https://za.pinterest.com/pin/483785184946637670/

Wednesday, May 20, 2015

6 ข้อต้องห้ามในการซักผ้าปูที่นอน ที่ไม่ควรทำอย่างแรง !






           มาเปิดโปงการซักผ้าปูที่นอนแบบผิด ๆ ให้แม่บ้านได้กระจ่างแจ้งกันไปเลย พร้อมกับวิธีแก้ไขที่ถูกต้องและควรทำมากกว่า จะเป็นอย่างไรนั้นต้องไปดูกันเลย

           ล้านคำอ้างต่าง ๆ นานา ที่เขาว่าทำอย่างนั้นถึงจะสะอาดจริง อาจจะไม่ถูกต้องเสมอไป และอย่าหลงเชื่อจนเกินพอดี ถ้ายังไม่แน่ใจว่าการซักผ้าปูที่นอนแบบไหนถึงจะถูกต้องอย่างแท้จริง แต่ก่อนจะเรียนรู้วิธีที่ถูกต้อง ก็มาดูความเชื่อผิด ๆ ที่ห้ามทำโดยเด็ดขาดกันก่อน พร้อมกับวิธีซักผ้าปูที่นอนที่ถูกต้อง ให้คุณแม่บ้านที่เคยหลงทำผิดไปได้แก้ตัวใหม่กันด้วยค่ะ

1. แช่ผ้าปูที่นอนในน้ำผงซักฟอกไว้นานเกิน

          แม้ว่าผ้าปูที่นอนจะไม่มีคราบหนัก ๆ เท่ากับชุดออกกำลังกาย แต่ก่อนที่จะซักผ้าปูที่นอนในแต่ละสัปดาห์นั้น เราจึงต้องแช่ผ้าปูในน้ำผงซักฟอกประมาณ 5-10 นาที ก่อนซักทุกครั้ง เพื่อให้คราบอ่อนตัวและง่ายต่อการซัก ที่สำคัญไม่ควรแช่ทิ้งไว้ข้ามวันข้ามคืน เพราะถ้าแช่ผ้านานเกินไป เนื้อผ้าที่เคยมีสัมผัสนุ่มเบาสบาย ก็จะโดนทำลายไปพร้อมกับคราบนั่นเอง

2. ลืมซักคราบหนักเฉพาะจุดก่อน

          ทั้งผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน หรือผ้าห่มที่ใช้มาเกิน 1 สัปดาห์ ล้วนแต่เต็มไปด้วยสิ่งสกปรกทั้งสิ้น ไม่เว้นแม้กระทั่งคราบน้ำลายบูด ดังนั้นก่อนลงมือซักอย่างจริงจัง ควรตรวจหาจุดคราบหนักเพื่อซักส่วนนั้นให้ออกซะก่อน ไม่เช่นนั้นถ้าซักรวมไปเลย คราบที่ว่าสกปรกสุด ๆ ก็จะหลุดไปเพียงนิดเดียว

3. ปั่นผ้าปูที่นอนรวมกับผ้ากองโต

          ขอออกตัวแรง ๆ เลยว่า ห้ามโดยเด็ดขาด เพราะการนำผ้าปูที่นอนไปซักรวมกับผ้ากองโตนั้นจะทำให้ผ้าไม่สะอาดแบบหมดจด แถมยังทำลายเนื้อผ้าปูที่นอนให้เสียหายจากบรรดาซิป ตะขอ และกระดุมที่ไปขีดข่วน ให้แยกชุดเครื่องนอนออกไปซักต่างหากจะดีกว่า

4. ปรับระดับการซักให้แรงสุด

          ถึงผ้าปูที่นอนจะสกปรกขนาดไหน ก็ไม่จำเป็นจะต้องตั้งค่าระดับการซักแบบแรงสุด เพราะเนื้อผ้าปูที่นอนไม่ได้หนาเหมือนผ้ายีนส์ ถ้าขืนซักไปผ้าจะต้องสูญเสียความอ่อนนุ่มไปแน่ ๆ ดังนั้นแนะนำให้ตั้งค่าเครื่องซักในระดับปานกลางหรือต่ำกว่านั้น และใช้น้ำร้อนในการซัก เพื่อฆ่าเชื้อโรคไปในคราวเดียวกัน แล้วผ้าก็จะสะอาดกว่าการปั่นผ้าแรง ๆ เยอะเลย

5. ปั่นแห้งนาน ๆ เพราะผ้าปูที่นอนผืนใหญ่

          ด้วยขนาดที่ใหญ่โตของผ้าปูที่นอน ทำให้แม่บ้านหลายท่านคิดผิดในการตั้งเวลาปั่นแห้งนาน เพราะอยากให้ผ้าแห้งทั้งผืน แต่หารู้ไม่ว่าผ้าจะหดตัวเอาได้ แค่ปั่นแห้งไม่ให้น้ำหยดก็พอแล้ว จากนั้นนำไปตาก แต่อย่าให้โดนแดดโดยตรงเท่านั้นเอง

6. ปั่นแห้งผ้าปูที่นอนรวมกับผ้าขนหนูเลยทีเดียว


          อย่างไรก็ขอยืนยันคำเดิมว่า ควรซักชุดเครื่องนอนแยกจากผ้าทุกชนิด ยิ่งผ้าขนหนูด้วยแล้วยิ่งไม่ควรเข้าไปใหญ่ เพราะผ้าปูที่นอนจะแห้งเร็วกว่า แต่ผ้าขนหนูแห้งช้า จึงทำให้ต้องใช้เวลานานในการปั่น ถ้าจำเป็นต้องปั่นรวมให้โยนผ้าคอตตอนเนื้อบางเบาลงไปปั่นด้วย แต่ถ้าจะให้ดีจริง ๆ ก็ไม่ควรซักรวมโดยเด็ดขาดค่ะ

          สำหรับใครที่เคยทำผิดพลาดไปแล้วก็ไม่ต้องตกใจไป แค่ลงมือแก้ไขซะใหม่ ทำตามคำแนะนำดี ๆ ที่เราเอามาฝากไว้ เท่านี้คุณก็จะได้ซุกตัวนอนอยู่บนผ้าปูนุ่ม ๆ ไปอีกนานแสนนาน


แหล่งที่มา  http://home.kapook.com/view119456.html
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต