Friday, January 6, 2017

วิธีลดน้ำหนักสุดไฉไล เคล็ด (ไม่) ลับ ง่ายแต่เจ๋ง




         การลดน้ำหนักจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เมื่อพบกับเคล็ดลับการลดน้ำหนักสุดง่าย ที่ทำได้แค่เพียงมีวินัยกับตัวเอง

          การลดน้ำหนัก เป็นสิ่งที่หลาย ๆ คนทำมาตลอดทั้งชีวิตก็ยังไม่สำเร็จเสียที เพราะแต่ละวิธีที่ใช้บางครั้งก็ไม่เหมาะกับตัวเอง หรือไม่ก็ยากเกินไปจนทำให้รู้สึกท้อ บางคนก็ใช้วิธีที่อันตรายจนเกินไป ส่งผลเสียต่อสุขภาพ แทนที่จะลดน้ำหนักได้สมใจก็กลับต้องมาป่วย หรือไม่ก็น้ำหนักมากขึ้นกว่าเดิมอีก ปัญหาเหล่านั้นกำลังจะหมดไปค่ะ เพราะวันนี้กระปุกดอทคอมนำวิธีการลดน้ำหนักแบบง่าย ๆ ที่ทำได้ทุกวัน จากเว็บไซต์ rediff มาฝากค่ะ ฮั่นแน่ ! สนใจกันแล้วใช่ไหมล่ะคะว่ามีอะไรบ้าง ถ้าอย่างนั้นไปดูกันเลย

 1. ตื่นนอนในตอนเช้าให้ดื่มน้ำก่อนเป็นอย่างแรก

          การดื่มน้ำจะทำให้สารพิษในร่างกายถูกขจัดออกไป และยังช่วยสร้างเสริมการทำงานของระบบเผาผลาญ นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มปริมาณของเซลล์กล้ามเนื้อและเลือดในร่างกายอีกด้วย

 2. ห้ามลืมรับประทานอาหารเช้าเด็ดขาด 

          มื้อเช้าเป็นมื้อที่สำคัญ ช่วยลดความหิวในมื้อต่าง ๆ ได้ แถมยังช่วยทำให้คนเรารับประทานอาหารที่มีประโยชน์ในมื้ออื่น ๆ อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีการศึกษาพบว่าคนที่รับประทานอาหารเช้าจะตื่นตัวและทำสิ่งต่าง ๆ ได้ดีกว่าคนที่ไม่รับประทานอาหารเช้า

 3. รับประทานโปรตีนให้มากขึ้น 
ในบรรดาสารอาหารที่สำคัญกับร่างกาย โปรตีนจะถูกย่อยได้ช้าที่สุด และจะคงอยู่ในกระเพาะอาหารของเรานานกว่าคาร์โบไฮเดรตและไขมัน ซึ่งเป็นผลดีกับการควบคุมน้ำหนัก ที่จะทำให้คุณอิ่มนานขึ้น ดังนั้นต้องลดการรับประทานจุบจิบค่ะ แล้วรับประทานโปรตีนให้มากขึ้น แต่ถ้ากลัวจะอิ่มเกินไปลองรับประทานเวย์โปรตีนแทนก็ได้นะคะ

 4. รับประทานผลไม้ทุกวัน 

          น้ำและใยอาหารในผลไม้จะช่วยทำให้อิ่มได้ง่ายขึ้น และยังมีแคลอรี่ต่ำ เป็นตัวช่วยที่ดีในการลดน้ำหนัก แถมผลไม้จะช่วยลดความอยากอาหารที่ไม่มีประโยชน์อีกด้วย แต่ก็ควรรับประทานผลไม้ที่มีน้ำตาลน้อย เลี่ยงผลไม้ที่สุกจนเกินไปเพราะปริมาณน้ำตาลที่สูงอาจจะทำให้อ้วนได้ และที่สำคัญควรรับประทานผลไม้สดมากกว่าการดื่มน้ำผลไม้ค่ะ

 5. รับประทานผักให้มาก ๆ 
 นอกจากผลไม้แล้ว ผักก็เป็นอาหารที่มีใยอาหารสูง แถมยังไม่มีน้ำตาลมากวนใจ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนักและควบคุมการรับประทานอาหาร โดยควรมีผักในอาหารทุก ๆ มื้อ แต่ถ้านึกไม่ออกว่าจะรับประทานผักอย่างไรดี การรับประทานสลัดผักสด ๆ ก็เป็นวิธีที่จะช่วยให้ได้ทานผักที่ง่ายที่สุดค่ะ

 6. รับประทานอาหารที่บ้าน

          การรับประทานอาหารที่บ้านเป็นวิธีที่เหมาะสมสำหรับคนที่กำลังลดน้ำหนัก เพราะอาหารที่เราทำเอง เราจะสามารถควบคุมแคลอรี่ได้ดีกว่าการรับประทานอาหารนอกบ้าน รวมทั้งยังมั่นใจได้ว่าอาหารที่รับประทานมีสารอาหารครบ และเพียงพอต่อร่างกาย การรับประทานอาหารนอกบ้านบ่อย ๆ จะทำให้คุณรับประทานเกินไป และผลที่ตามมาก็คือน้ำหนักที่ไม่ยอมลงสักที แถมในอาหารที่เขียนไว้ว่าเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ ก็ยังมีปริมาณแคลอรี่ที่ไม่จำเป็นต่อร่างกายอีกด้วย

 7. เปลี่ยนมารับประทานธัญพืชให้มากขึ้น

          ผลิตภัณฑ์ธัญพืชต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นข้าว หรือถั่วชนิดต่าง ๆ ที่ผ่านขัดสีแล้ว สารอาหารส่วนใหญ่จะถูกขจัดออกไปในกระบวนการผลิต จนทำให้เหลือแต่แป้ง ไม่มีสารอาหารหรือแม้แต่ใยอาหารที่มีประโยชน์กับร่างกาย และถึงแม้จะมีแต่ก็น้อยมาก ส่งผลให้เมื่อรับประทานเข้าไปแล้วก็จะทำให้อ้วนได้ง่าย แต่บรรดาข้าวและธัญพืชที่ไม่ผ่านการขัดสีจนขาว จะได้รับสารอาหารที่มากกว่าและใยอาหารที่อยู่ในข้าวและธัญพืชเหล่านี้ยังช่วยในการขับถ่ายอีก

 8. รับประทานสลัดและซุปให้มากขึ้น

          สลัดและซุปถือเป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับคนที่ต้องการน้ำหนัก เพราะทั้งในสลัดและซุปต่างก็มีผักเป็นส่วนประกอบทั้งนั้น แต่ก็ควรหลีกเลี่ยงน้ำสลัดที่มีส่วนประกอบครีมมาก ๆ หรือแม้แต่ซุปชนิดข้นนะคะ ถ้าหากคุณออกไปทานอาหารข้างนอก แล้วสั่งสลัดก็ควรจะให้แยกน้ำสลัดมามากกว่า และควรจะสั่งซุปใสดีกว่านะคะจะได้ไม่อ้วนไงล่ะ

 9. ไขมันลดได้แต่ห้ามขาด

          ถึงแม้ไขมันจะเป็นสาเหตุของความอ้วน แต่ร่างกายของเราก็ไม่สามารถขาดไขมันได้ เพราะร่างกายของเราต้องการไขมันในการช่วยดูดซับวิตามินบางชนิดอย่างเช่น วิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอี และวิตามินเค อีกทั้งยังช่วยทำให้ร่างกายรู้สึกอิ่มอีกด้วย ดังนั้นหากอยู่ในช่วงลดน้ำหนัก ควรจะลดไขมันที่มาจากสัตว์ทุกชนิด ไม่ว่าจะเนยหรือน้ำมัน และเปลี่ยนมารับประทานน้ำมันที่มาจากพืช เช่น น้ำมันมะกอก และถั่วหรือเมล็ดพืชต่าง ๆ อาหารเหล่านี้จะมีไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวและเชิงซ้อนที่มีประโยชน์กับร่างกายค่ะ

 10. ลดขนมขบเคี้ยว รับประทานถั่วให้มากขึ้น
  เวลานั่งว่าง ๆ หรือเวลาที่นั่งทำงานหลายคนอาจจะต้องมีขนมขบเคี้ยวไว้รับประทานเล่นกันใช่ไหมล่ะคะ รู้หรือเปล่าว่าถ้าเราหยุดรับประทานจุบจิบได้จะสามารถลดน้ำหนักได้เยอะเลยล่ะค่ะ แต่ถ้าใครที่อดใจไม่ได้ ก็ลองเปลี่ยนจากขนมขบเคี้ยวมารับประทานเป็นถั่วหรือเมล็ดพืชชนิดต่าง ๆ เพราะถั่วนอกจากจะไม่ทำให้อ้วนแล้วยังมีโปรตีนและสารอาหารที่มีประโยชน์มากมาย ช่วยในการสร้างเสริมกล้ามเนื้อ ช่วยให้อยู่ท้องได้ และถ้าคุณไม่ชอบขนมก็สามารถนำถั่วชนิดต่าง ๆ มาทำเป็นอาหารรับประทานแทนเนื้อสัตว์บางชนิดก็ได้ประโยชน์เช่นเดียวกันค่ะ

 11. กินให้เป็นและเหมาะสม

          ในที่นี้การรับประทานให้เป็นก็คือการรู้จักสัดส่วนในการรับประทานอาหารที่ควรจัดสรรให้เหมาะสมกับกิจกรรมที่ต้องทำต่อวัน หากวันไหนที่ต้องทำกิจกรรมหนัก ๆ ก็ควรจะรับประทานอาหารในสัดส่วนที่เพียงพอต่อการเผาผลาญของร่างกายในวันนั้น ๆ และหากวันไหนที่ไม่ต้องใช้พลังงานมากก็ควรจะลดอาหารจำพวกที่ให้พลังงานสูง เปลี่ยนเป็นอาหารที่มีกากใยสูงและช่วยให้อยู่ท้อง หากสามารถทำได้จะช่วยทำให้อาหารที่คุณรับประทานเข้าไปไม่ไปสะสมกลายไปเป็นไขมันค่ะ

 12. เลี่ยงเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง

          น้ำอัดลม น้ำผลไม้ที่มีน้ำตาลสูง และเครื่องดื่มชูกำลัง เป็นเครื่องดื่มที่ควรหลีกเลี่ยงให้ไกลเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนที่กำลังลดน้ำหนัก เพราะเครื่องดื่มเหล่านี้มีแคลอรี่สูง แถมยังเป็นสาเหตุทำให้เกิดไขมันสะสมที่นำปัญหาสุขภาพมาเยือน ลองเปลี่ยนมาดื่มชาเขียว น้ำมะพร้าว หรือน้ำมะนาวที่มีน้ำตาลน้อยสิคะ อร่อยเหมือนกันแถมยังได้ประโยชน์อีกด้วย

 13. หลีกให้ไกลการลดน้ำหนักแบบแฟชั่น

          การลดน้ำหนักด้วยวิธีที่คนนิยมกันเช่น การงดแป้ง หรือแม้การรับประทานแต่ผักสด ๆ เพียงอย่างเดียวนั้น ขอบอกเลยค่ะว่าถึงแม้จะได้ผล แต่ก็ส่งผลกระทบต่อตัวของคนที่ใช้วิธีเหล่านี้ในการไดเอตเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบทางอารมณ์ หรือแม้แต่ปัญหาสุขภาพที่จะตามมา ทางที่ดีควรรับประทานอาหารให้ครบทุกหมู่ แต่เลือกที่มีแคลอรี่ต่ำและดีต่อร่างกายจะดีกว่าค่ะ

 14. หลีกเลี่ยงสารให้ความหวานแทนน้ำตาล

          ถึงแม้ว่าชื่อจะบอกว่าเป็นสารให้ความหวานแทนน้ำตาล แต่การรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่มีสารเหล่านี้มากเกินไปก็ทำให้อ้วนได้เช่นกัน เจ้าสารให้ความหวานแทนน้ำตาลนี้นอกจากจะไม่มีประโยชน์แล้วยังอาจทำให้เกิดความเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคอ้วนได้ ดังนั้นแทนที่จะรับประทานอาหารที่มีสารให้ความหวานแทนน้ำตาล เปลี่ยนมาทานหวานให้น้อยลงและรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลตามธรรมชาติ อย่างเช่นผลไม้และผักจะดีกว่าค่ะ

 15. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
การลดน้ำหนักจะไม่สามารถสำเร็จได้เลยถ้าหากคุณไม่ออกกำลังกายควบคู่กันไปด้วย เพราะการออกกำลังกายเป็นวิธีจะช่วยเผาผลาญไขมันส่วนเกินในร่างกาย และช่วยขับสารพิษต่าง ๆ ในร่างกายออกมาทางเหงื่อ ใครอยากจะผอมไว ๆ ก็ควรจะใช้วิธีการออกกำลังกายทุกวันควบคู่กับการควบคุมอาหารนะคะ รับรองผอมไวแน่นอน

 16. ลดปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์ 

          เคยได้ยินกันใช่ไหมคะว่า การดื่มเหล้า ดื่มเบียร์ ทำให้ลงพุง นั่นก็เป็นเพราะว่าในแอลกอฮอล์นั้นมีแคลอรี่และน้ำตาลสูง ถ้าคุณเป็นนักดื่มและอยากจะลดน้ำหนักละก็ ลดการดื่มแอลกอฮอล์ลง รับรองได้เลยว่าคุณจะสามารถผอมลงได้อย่างแน่นอนเลย

 17. วางแผนการท่องเที่ยวให้มากกว่าการกิน

          หลายคนมักคิดว่าการไปเที่ยวคือการได้ไปลิ้มลองอาหารใหม่ ๆ และเพราะความคิดเหล่านั้นถึงทำให้เวลาที่กลับมาแล้วก็ต้องตีอกชกตัวเพราะเผลอรับประทานอาหารมากเกินจนน้ำหนักขึ้น ฉะนั้นถ้าไม่อยากอ้วนก็ควรจะวางแผนการท่องเที่ยวใหม่ซะ เปลี่ยนจากการตระเวนหาของกินเป็นการใช้เวลาซึมซับบรรยากาศและหารประสบการณ์ผ่านกิจกรรมกลางแจ้งจะดีกว่า แบบนั้นจะทำให้คุณได้มีความทรงจำดี ๆ มากกว่าที่จะต้องมานั่งเจ็บใจกับน้ำหนักที่ขึ้นเพราะกินมากเกินไปนะคะ

 18. ระมัดระวังการรับประทานเกลือ
 รู้หรือไม่ว่าไม่เพียงแค่น้ำตาลเท่านั้นที่จะทำให้อ้วน แต่เกลือก็สามารถทำให้อ้วนได้เช่นกัน เพราะเกลือจะทำให้เรารู้สึกอยากอาหารมากขึ้น โดยเฉพาะของหวานหรืออาหารที่มีน้ำตาลมาก ๆ ดังนั้น ควรหลีกเลี่ยงอาหารแปรรูปที่มีเกลือเป็นส่วนประกอบ หรือแม้แต่บรรดาอาหารขยะทั้งหลายที่มีโซเดียมสูง และควรดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อชะล้างปริมาณโซเดียมที่มีมากเกินไปด้วยค่ะ

 19. รับประทานอาหารก่อนออกจากบ้าน

          สำหรับใครที่จำเป็นจะต้องไปงานเลี้ยงหรืองานปาร์ตี้ต่าง ๆ ควรจะรับประทานอาหารให้เรียบร้อยก่อนที่จะไปที่งาน เพราะการที่คุณปล่อยตัวเองให้หิวจะทำให้คุณรับประทานมากเกินไป โดยมีการศึกษาหนึ่งพบว่าคนที่ไปงานปาร์ตี้โดยที่ไม่รับประทานอะไรก่อนไป จะรับประทานอาหารมากกว่าคนที่รับประทานอาหารหรือของว่างก่อนที่จะไปถึง ดังนั้นถ้าคุณไม่อยากให้หนักท้องจนเกินไป ก็ลองรับประทานของว่างเบา ๆ แทนอาหารก็ได้ค่ะ อย่างน้อยก็ให้คุณไม่รู้สึกหิวจนหน้ามืดเมื่อไปถึงงานนะคะ

 20. นอนหลับให้เพียงพอ
          การนอนหลับเปรียบเสมือนกับสารอาหารของสมอง โดยคนเราจะต้องนอนหลับอย่างน้อย 7 - 9 ชั่วโมงถึงจะถือว่าเพียงพอ การพักผ่อนไม่เพียงพอจะส่งผลหยั่งลึกไปถึงสุขภาพมากกว่าที่คุณจะคาดคิดได้ การนอนหลับไม่เพียงพอจะส่งผลกระทบถึงอารมณ์ ความคิด น้ำหนัก และสุขภาพโดยรวม แถมการนอนหลับไม่เพียงพอยังจะทำให้คุณหิวแม้ว่าคุณจะรับประทานเข้าไปจนอิ่มแล้วก็ตาม รู้แบบนี้แล้วต้องนอนให้พอนะคะ จะได้ไม่อ้วนไงล่ะ

          เคล็ดลับลดความอ้วนง่าย ๆ เหล่านี้ สามารถนำไปทำได้เลยโดยไม่ต้องกลัวจะส่งผลกระทบต่อร่างกาย แค่เพียงมีวินัยให้มากขึ้น ทำสิ่งเหล่านี้ให้เป็นกิจวัตรแค่นี้ก็สามารถที่จะช่วยทำให้เรามีรูปร่างผอมเพรียวและน้ำหนักที่สมดั่งใจได้ จะรออะไรอยู่อีกล่ะ รีบทำเลยดีกว่า เดี๋ยวนี้เลย ! 

http://health.kapook.com/view109230.html
เครดิตภาพ  http://health.kapook.com/view109230.html

Wednesday, January 4, 2017

10 เมนูอาหารไทยแก้ท้องผูก กินแล้วปลุกระบบขับถ่าย



         ท้องผูกบ่อย ๆ จนชักจะทนไม่ไหว ลองมาแก้อาการท้องผูกด้วยเมนูอาหารไทยรสชาติถูกปากกันหน่อยไหมล่ะ

          อาการท้องผูกนี่ถ้าไม่เจอกับตัวก็คงไม่รู้ว่ามันสร้างความทรมานให้ร่างกายได้เบอร์ไหน และใครที่คิดว่าจะไม่ทนกับอาการท้องผูกอีกต่อไป ลองมาปลุกระบบขับถ่ายให้ตื่นตัวกันด้วย 10 เมนูอาหารไทยแก้ท้องผูกดูสิคะ

1. ส้มตำ
   
          ในส้มตำมีผลไม้แก้ท้องผูก อย่างมะละกอ แถมยังมีผักชนิดอื่น ๆ เช่น มะเขือเทศและถั่วฝักยาวอยู่อีกต่างหาก ดังนั้นเรื่องปริมาณไฟเบอร์ก็ไว้ใจเมนูนี้ได้เลย แต่จริง ๆ แล้วลำพังแค่มีมะละกอก็ช่วยแก้อาการท้องผูกได้อย่างเริด เพราะมะละกอมีน้ำย่อยธรรมชาติในตัวเอง สามารถกำจัดคราบโปรตีนเก่า ๆ ที่ย่อยไม่หมดจนขัดขวางการขับถ่ายของลำไส้ออกไปได้ คราวนี้ของเสียก็จะถูกลำเลียงอย่างคล่องปรู๊ดแล้วนั่นเองจ้า
   
          - 9 สูตรส้มตำ ความอร่อยแนวใหม่ พร้อมแซ่บทุกสถานการณ์


2. แกงส้มชะอมกุ้ง
   
          ผักชะอมทำเมนูอะไรก็อร่อยไปหมดนะคะ แถมชะอมยังเป็นผักพื้นบ้านที่มีไฟเบอร์ทั้งชนิดละลายน้ำและไม่ละลายน้ำ ดีต่อการทำงานของลำไส้ เนื่องจากไฟเบอร์ในชะอมจะช่วยทำความสะอาดลำไส้ของเรา การขับถ่ายของเสียจึงเป็นไปอย่างคล่องตัวมากขึ้นนั่นเอง และนอกจากเมนูแกงส้มชะอมกุ้งแล้ว เรายังมีเมนูชะอมอื่น ๆ มาฝากกันด้วย

          - แกงส้มชะอมกุ้ง อาหารไทยสุดคลาสสิก เพิ่มทีเด็ดสูตรมัดใจ
          - ผัดวุ้นเส้นยอดชะอม โปะไข่เจียว จานเดียวจานอิ่มรสแจ่ม
          - วิธีทอดไข่ชะอมให้ฟูหนา ใช้หม้อทอดง่าย ๆ ทำได้เองไม่ง้อเชฟ

 
3. แกงเหลืองมะละกอกุ้ง
   
          อีกหนึ่งเมนูมะละกอสำหรับคนชอบรสจัดจ้าน ที่นอกจากจะมีมะละกอเป็นตัวช่วยปลุกระบบขับถ่ายให้ทำงานด้วยความคล่องแคล่วแล้ว ในเมนูแกงเหลืองยังมีส่วนผสมของน้ำมะขามเปียกอีกด้วย เรียกได้ว่าผสานพลังความมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อน ๆ กันอย่างจัดเต็มเลยทีเดียว

          - แกงเหลืองมะละกอกุ้ง อาหารปักษ์ใต้รสเด็ดจัดจ้าน

 
4. ยำ/ตำผลไม้
   
          ถ้าจะให้ดีแนะนำให้เป็นตำหรือยำผลไม้ที่มีสับปะรด มะเฟือง แอปเปิลเขียว แก้วมังกร และกีวีรวมตัวอยู่ด้วยกัน เพราะผลไม้เหล่านี้ล้วนเป็นผลไม้ที่มีสรรพคุณแก้ท้องผูกทั้งนั้นเลยจ้า

  
5. แกงขี้เหล็ก

          นอกจากจะมีใยอาหารในปริมาณที่มากพอสมควรแล้ว สมุนไพรไทยอย่างขี้เหล็กก็มีฤทธิ์กระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ ช่วยให้การขับถ่ายดีขึ้น แถมยังเป็นเมนูที่อร่อยถูกใจใครต่อใครหลายคนด้วยเนอะ

          - แกงขี้เหล็ก สูตรใส่กากหมู แกงกะทิโบราณรสอร่อย

 
6. แกงมะรุม
   
          ใครที่มีปัญหาท้องผูก รู้ไหมว่ามะรุมมีใยอาหารสูงมาก จัดเป็นสมุนไพรไทยที่มีสรรพคุณเป็นยาระบาย และช่วยบำรุงระบบย่อยอาหารได้ในคราวเดียวกัน โดยวิธีแก้ท้องผูกด้วยใบมะรุมก็แค่นำใบมะรุมไปประกอบอาหาร หรือเด็ดใบอ่อนมาต้มกับน้ำพอท่วม กรองเอาแต่น้ำมาดื่มก่อนนอนก็ได้

  
7. แกงผักหวานป่า

          ซูเปอร์ฟู้ดสัญชาติไทยอย่างผักหวานป่ามีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อน ๆ และด้วยความที่เป็นผักจึงมีปริมาณใยอาหารค่อนข้างสูง ใครที่ท้องผูกลองกินผักหวานป่าเข้าไปก็ถ่ายคล่องกันทุกราย

          - แกงเลียงผักหวานป่าใส่ปลาย่าง เมนูอร่อยจากพืชอมตะ
          - แกงผักหวานป่าปลากรอบ มาทำกินกันค่ะ

 
8. ถั่วลันเตาผัดน้ำมันหอย
   
          ผัดผักเรียบง่ายแต่อร่อยติดลิ้นใครหลาย ๆ คนอย่างผัดถั่วลันเตา ไม่เพียงแต่กินแล้วอร่อยถูกใจเท่านั้นหรอกนะคะ แต่เมนูนี้ยังมีดีต่อระบบขับถ่ายของคนที่มีอาการท้องผูกกันเป็นประจำ เพราะถั่วลันเตามีไฟเบอร์สูง ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบขับถ่าย ทำให้ระบบลำไส้ทำงานอย่างเป็นปกติได้ไม่ยาก

  
9. ผัดผักกาดขาวน้ำมันหอย
   
          ผักพื้น ๆ หากินง่ายมากในบ้านเราอย่างผักกาดขาวก็มีดีด้านแก้ท้องผูกไม่น้อยเหมือนกัน โดยนอกจากใยอาหารในตัวเองแล้ว รากของผักกาดขาวนี่แหละค่ะตัวจี๊ดเลย เพราะมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อน ๆ อีกทั้งยังช่วยบรรเทาอาการหวัด และแก้อาการผิวหนังอักเสบได้อีกต่างหาก

          - 7 เมนูจากผักกาดขาว อร่อยง่ายไม่จำเจ ผักเน้น ๆ

 
10. ผัดบรอกโคลีน้ำมันหอย
   
          ผักสีเขียวอย่างบรอกโคลีมีไฟเบอร์สูงอยู่แล้ว แต่ที่เด็ดคือ บรอกโคลียังอุดมไปด้วยธาตุอาหารสำคัญมากมาย และปริมาณวิตามินซีในบรอกโคลียังสูงอย่างไม่น่าเชื่อ บรอกโคลีจึงมีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นและบำรุงการทำงานของลำไส้ไปพร้อม ๆ กัน ฉะนั้นอย่ารอช้า มาทำเมนูบรอกโคลีกินกันเถอะ !

          - 10 เมนูจากบรอกโคลี สูตรเฮลธ์ตี้อร่อยถูกใจคนไม่กินผัก

 

          ท้องผูกกินอะไรดีให้ถ่ายง่าย ๆ ก็ลองเลย 10 เมนูอาหารไทยตามที่เราแนะนำ


เครดิตภาพ  http://health.kapook.com/view163562.html

Tuesday, January 3, 2017

6 ทริคดูแลสุขภาพให้พร้อมทำงานเต็มที่ ตลอดปีและตลอดไป




         หลังหยุดพักผ่อนกันยาว ๆ ช่วงวันขึ้นปีใหม่ เดี๋ยวเราก็กลับสู่โหมดทำงานเหมือนเดิม แต่ที่เพิ่มเติมคือเราจะมีสุขภาพดีให้พร้อมทำงานเต็มที่ ตลอดปีและตลอดไป !

          รู้สึกเหมือนกันไหมคะว่าปี ๆ หนึ่งผ่านไปเร็วมาก แต่ถึงเวลาจะหมุนเร็วแค่ไหน เราก็ยังต้องทำงานอยู่เหมือนเดิม ที่เพิ่มเติมคืออายุจะมากขึ้น ซึ่งก็หมายความว่ามีโอกาสที่สุขภาพจะเสื่อมถอยลงเรื่อย ๆ อีกด้วย

          โอ๊ย ! ดูเหมือนไม่มีอะไรดีขึ้นสักเท่าไรเลยว่าไหมคะ แต่ไม่ต้องกังวลไปค่ะ เรามี 6 ทริคดูแลสุขภาพให้พร้อมทำงานตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะปีใหม่นี้หรือปีไหน ๆ มาให้ลองทำตาม

1. จิบน้ำเพิ่มความสดชื่นแทนกาแฟ

          มนุษย์เงินเดือนกับกาแฟเป็นเหมือนของคู่กัน แต่เพื่อสุขภาพที่เฮลธ์ตี้พร้อมทำงานอยู่เสมอ เราก็ไม่ควรดื่มกาแฟเกินวันละ 2 แก้ว เพราะคาเฟอีนที่มากเกินไปอาจทำให้กระเพาะเกิดอาการระคายเคือง การทำงานของหัวใจเองก็จะผิดปกติ และเมื่อร่างกายรู้สึกไม่สบายก็คงทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพสักเท่าไร นำมาซึ่งความเครียดและวิตกกังวลต่าง ๆ นานา

          ฉะนั้นต่อไปนี้แนะนำให้เติมความสดชื่นด้วยน้ำอุณหภูมิห้องแทนกาแฟร้อนหรือกาแฟเย็นอย่างที่คุ้นเคย น้ำจะได้เข้าไปเพิ่มออกซิเจนให้เลือด และทำให้เรารู้สึกกระปรี้กระเปร่าตลอดทั้งวัน

2. ออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์เพื่อผ่อนคลายสมองบ้าง

          นั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์มาตลอดครึ่งเช้า ต่อด้วยช่วงบ่ายอีกสักระยะ วิถีการทำงานแบบนี้อาจทำให้สมองรู้สึกล้า สายตาก็เริ่มพร่ามัว ถ้าอย่างนั้นลองหาโอกาสเดินออกไปนอกอาคาร ให้ร่างกายได้เจอกับอากาศบริสุทธิ์ และเพื่อให้สายตาได้มองออกไปไกล ๆ เป็นการพักสายตาไปในตัว สัก 10-15 นาที แค่นี้ก็เหมือนได้ชาร์จพลังสมองให้กลับไปลุยงานต่อชิล ๆ แล้ว

3. เลือกกินแต่อาหารที่ดีต่อสุขภาพ

          ปีที่ผ่าน ๆ มาใครมีของว่างยามบ่ายเป็นขนมหวาน ขาไก่ โดนัทเคลือบช็อกโกแลต หรือกล้วยทอด ปีนี้ขอให้เปลี่ยนไลฟ์สไตล์การรับประทานอาหารใหม่ทั้งหมด โดยเลือกกินแต่อาหารที่ให้โปรตีนสูง อย่างเนื้อสัตว์ ถั่ว อกไก่ หรืออาหารประเภทแป้งไม่ขัดสี ที่จะช่วยให้รู้สึกอิ่มนาน เพราะมีไฟเบอร์สูง อีกทั้งยังเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ที่จะช่วยคงระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้หิวบ่อย ๆ หรือหากอยากอยากบำรุงสมอง อาหารประเภทไข่ แซลมอน น้ำมันมะกอก และอะโวคาโดจะช่วยได้

4. ลดความเครียดด้วยการจัดการที่ดีกว่าเดิม

          ยอมรับมาเถอะค่ะว่าที่รู้สึกเครียดอยู่ทุกวันเพราะว่าเราจัดการอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอันสักอย่าง ดังนั้น New Year New You การทำงานตลอดทั้งปีนี้และปีต่อ ๆ ไปจะต้องผ่านกระบวนการคิดและการลำดับความสำคัญจากเราก่อน นั่นก็เพื่อให้เราได้เรียบเรียงสิ่งที่ควรจะต้องทำในแต่ละวัน คราวนี้ก็จะสามารถจัดการชีวิตได้ง่ายขึ้น ความเครียดก็จะลดลง เปลี่ยนเข้าสู่โหมดชีวิตดี๊ดี

5. แบ่งเวลาไปออกกำลังกาย

          พอกันทีกับคำว่าไม่มีเวลา ข้ออ้างต่าง ๆ นานา ที่ทำให้คุณไม่ได้เริ่มต้นออกกำลังกายสักนิดขอให้ลืม ๆ มันไปให้หมด แล้วจัดตารางเวลาสำหรับการออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละ 30 นาทีเป็นอย่างต่ำ เชื่อเถอะถ้าทำได้แบบนี้ตลอดไป สุขภาพจะดีขึ้นอย่างที่คุณเองก็รู้สึกได้ชัดเจน

6. ปรับท่านั่งทำงานให้ถูกต้อง เลี่ยงออฟฟิศซินโดรม

          หนุ่มสาวออฟฟิศมักจะเลี่ยงการทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ติดต่อกันนาน ๆ ค่อนข้างลำบาก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะป้องกันตัวเองให้ห่างไกลจากโรคฮิตมนุษย์เงินเดือนไม่ได้นะคะ เพราะแค่รู้จักท่านั่งทำงานที่เหมาะสม รวมทั้งหมั่นพักสายตา และปรับแสงหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในระดับที่พอดี แค่นี้ก็ช่วยป้องกันออฟฟิศซินโดรมได้พอสมควรแล้ว และหากอยากเจาะลึกท่านั่งทำงานที่ถูกต้องแบบฉบับเป๊ะ ๆ ก็ลองแวะมาดูที่นี่เลย
ปรับ เปลี่ยนเลี่ยงออฟฟิศซินโดรม

          การมีสุขภาพดีขึ้นก็เหมือนได้ให้ของขวัญปีใหม่ชิ้นพิเศษกับชีวิต และเมื่อเรามีสุขภาพที่ดี การทำงานหรือการใช้ชีวิตประจำวันก็จะแฮ้ปปี้มากขึ้น และนี่แหละคือกำไรชีวิตที่เราสร้างได้ด้วยตัวเราเอง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
CATALYST, WebMd
http://health.kapook.com/view135330.html