Monday, December 19, 2016

30 นิสัยแย่ ๆ ที่ควรโบกมือลาไปพร้อมกับปีเก่า




          ปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงหลายคนคงแพลนเป้าหมายชีวิตตัวเองกันไว้แล้ว แต่อีกสิ่งหนึ่งที่เชื่อว่ายังหลงลืมกันอยู่ก็คือ การทำให้ตัวเองให้โตขึ้นอีกก้าวหนึ่งด้วยเลิกทำนิสัยไม่ดีบางอย่าง ทีนี้ลองมาสำรวจตัวเองกันดีกว่าว่ามีนิสัยแย่ ๆ อะไรบ้างที่ควรทิ้งไปพร้อมกับช่วงสิ้นปี

          ใครที่อยากให้ปีหน้ามีแต่สิ่งดี ๆ เข้ามาในชีวิตก็คงเตรียมตัวไปแก้เคล็ดเสริมดวงให้เกิดสิริมงคลในชีวิตกันแล้ว เช่น ทำบุญ ไหว้พระ สวดมนต์ ซึ่งเราเชื่อว่าหลายคนก็ลืมนึกไปว่ายังแอบซุกเรื่องราวไม่ดีในปีเก่า ๆ ให้รกใจอยู่เหมือนเดิม  แล้วแบบนี้จะเรียกว่าปีหน้าฟ้าใหม่ได้ยังไงกัน ดังนั้นลองมาอ่านบทความดี ๆ จากเว็บไซต์ marcandangel.com   ที่อาจช่วยเตือนสติได้ว่าเราควรปล่อยนิสัยแย่ ๆ 30 ข้อต่อไปนี้ให้จางหายไปพร้อมกับไฟประดับในวันสิ้นปี ถือเป็นการนับถอยหลังสิ่งไม่ดีต้อนสิ่งดี ๆ ในปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง
   
1. นิสัยอารมณ์ร้อน วู่วาม 

          หากรู้ตัวว่าเป็นคนขี้โมโห อะไรนิดอะไรหน่อยก็ต้องเคลียร์ตัวต่อต่อให้รู้เรื่องเดี๋ยวนั้นเลย ก็ขอให้เพลา ๆ ลงหน่อยค่ะ ซึ่งเราก็อยากเตือนว่าอารมณ์ความโกรธทำให้เกิดเรื่องเดือดร้อนในภายหลังได้ หากใครกลัวว่าจะทำไม่ได้ก็ขอแนะนำให้เดินหนีไปจากตรงนั้นแทนที่จะสาดอารมณ์ใส่กัน เพียงเท่านี้ก็ลดการปะทะกันได้แล้วค่ะ 

2. นิสัยอาฆาตพยาบาท 

          ใครที่มักจะเก็บความแค้นเอาไว้ในใจ เราขอให้คิดใหม่นะคะว่าชีวิตเราสั้นเกินกว่าจะเสียเวลาไปกับการคิดพยาบาทใคร ทางที่ดีควรเอาเวลามาหาความสุขใส่ตัวเอง สร้างมิตรกับคนรอบข้างน่าจะเวิร์กกว่านะ เราเองก็ไม่ต้องใช้ชีวิตแบบหวาดระแวงกลัวใครจะมาทำร้ายด้วย

3. คิดว่าตัวเองต่ำต้อยกว่าคนอื่น 
แม้ว่าช่วงสิ้นปีจะวนกลับมาอีกรอบหนึ่งแล้ว แต่ถ้าชีวิตเราก็ยังไม่ได้ดีขึ้นมีแบบผิดหูผิดตาเหมือนคนอื่นเราก็อย่าเสียเวลาอมทุกข์เพราะคิดเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นอยู่เลย เอาเวลามานั่งวางแผนชีวิตตัวเองในปีหน้าดีกว่า

4. ใช้ชีวิตตามคำแนะนำของคนอื่น 

          คนบางคนกว่าจะเริ่มตั้งหลักชีวิตตัวเองได้ก็แทบจะเกินครึ่งชีวิตไปซะแล้ว เพราะมัวแต่เสียเวลากับการเดินทางผิดที่ใครบอกว่าดี ซึ่งความจริงแล้วตัวเราเองนั่นแหละควรตัดสินใจเองว่าจะใช้ชีวิตไปในทิศทางไหน

5. ใช้ชีวิตแบบคนไม่ยอมโต 
นี่คือนิสัยของคนที่ไม่เคยทำอะไรด้วยตัวเองเลย มัวแต่รอให้คนอื่นมาคอยช่วยเหลือ ซึ่งความจริงแล้วคนเราอายุมากขึ้นทุกวัน ถ้าคุณไม่กล้าเริ่มต้นที่จะลองผิดลองถูกตอนนี้ ยิ่งแก่ตัวไปก็จะยิ่งทำอะไรไม่เป็นนะ

 6. ยึดติดอยู่กับเรื่องเมื่อวาน 

          อะไรที่เกิดขึ้นแล้วก็ขอให้แล้วไป อย่าไปยึดติด เพราะชีวิตเราเมื่อตื่นมาวันใหม่ ๆ ย่อมต้องมีเรื่องใหม่ ๆ เข้ามาให้เรียนรู้เสมอ เปิดใจรับเรื่องใหม่ ๆ แทนการคิดเรื่องเก่าดีกว่านะ  

7. หนีปัญหา 

         บางคนอาจคิดว่าการหนีปัญหาทำให้เรื่องจบง่ายกว่าการเข้าไปเคลียร์ แต่ความจริงแล้วมันจะยิ่งหนักกว่าเดิม ดังนั้นเมื่อเกิดปัญหาคุณต้องกล้าที่จะเผชิญกับมัน เรื่องใหญ่ก็จะกลายเป็นเรื่องเล็กได้

8. เก็บเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ มาคิดมาก 

          ถ้ามีเรื่องราวเล็กน้อยมาทำให้เรารู้สึกแย่ ขอให้รู้ไว้ว่าเดี๋ยวมันก็จะผ่านไปเอง และเราก็ควรปรับทัศนคติตัวเองให้คิดบวกกับสิ่งแย่ ๆ ก็จะช่วยให้ชีวิตเราไม่เครียดไปซะหมด

9. คิดว่าเราเหนือกว่าคนอื่น 

          การหยิ่งทะนงในตัวเองไม่ใช่เรื่องดีเลย เพราะความจริงแล้วคนแต่ละคนมีประสบการณ์ในชีวิตที่ต่างกัน โอกาสในชีวิตที่ได้รับก็ต่างกัน ดังนั้นควรคิดใหม่ว่าเราก็เหมือนคนอื่นที่ชีวิตยังมีอะไรให้ต้องเรียนรู้อีกมาก  

10. ติดแชทงอมแงม 
โลกโซเชียลมีเดียช่วยเปิดหูเปิดตาให้เราก็จริง แต่เราก็ควรใช้ให้ถูกเวลาด้วย เพราะถ้ามัวแต่อยู่ในสังคมก้มหน้า คนรอบข้างจะไม่คบหาเอานะ ดังนั้นควรเก็บเอาไว้เล่นตอนเวลาอยู่คนเดียวดีกว่า

 11. อยากลาออกจากชีวิตมนุษย์เงินเดือน 

          นิสัยของมนุษย์เงินเดือนส่วนใหญ่มักจะเบื่องานประจำของตัวเองเสมอ และมักจะบอกกับตัวเองเสมอว่า ลาออกมาเป็นเจ้านายตัวเองดีกว่าเยอะ ความคิดแบบนี้มักทำให้พลังใจในการทำงานหดหายโดยไม่รู้ตัว ดังนั้นควรคิดใหม่ว่างานประจำที่ทำอยู่ไม่แย่นักหรอก สิ่งที่ทำทุกอย่างล้วนเป็นประสบการณ์ให้เราเก็บเกี่ยวเพื่อเอาไว้ใช้ในอนาคต   

12. ไม่คิดอะไรเยอะ 

          แม้ว่าบางเรื่องไม่ใช่เรื่องซีเรียสก็ควรคิดให้ถี่ถ้วนก่อนตัดสินทำอะไรลงไป เพราะบางทีอาจนำมาซึ่งข้อผิดพลาดให้ต้องแก้ไขอยู่เสมอ ดังนั้นในปีหน้าฟ้าใหม่นี้ควรเปลี่ยนนิสัยตัวเองให้กลายเป็นคนคิดรอบคอบขึ้น จะได้ไม่ต้องเสียเวลาแก้ปัญหาที่ตามมา

13. ทิ้งของเหลือใช้เป็นขยะ 

         ช่วงสิ้นปีเป็นเวลาที่ดีในการจัดระเบียบสิ่งของภายในบ้าน เพื่อเคลียร์ทางให้ของใหม่ ๆ ที่อาจจะซื้อในปีหน้า ดังนั้น หากของอะไรที่ยังสภาพดีอยู่ก็ไม่ควรทิ้งให้กลายเป็นขยะ แต่ควรนำไปบริจาคให้ประโยชน์ต่อผู้อื่น เช่น หนังสือ โซฟา โต๊ะ เป็นต้น คนอื่นก็จะแฮปปี้ บ้านคุณก็จะเป็นระเบียบกว่าเดิมด้วย แบบนี้ถือว่าวิน-วินนะ !

คนเรามักไม่รู้ตัวว่าความสุขอยู่กับเราตลอดเวลา  มัวแต่คิดว่าต้องไขว่คว้าหาเอาจากสิ่งรอบตัว โดยมองข้ามตัวเองไป ดังนั้นถ้ารู้สึกไม่สบายใจก็ควรหาเวลาอยู่กับตัวเองเพื่อหาคำตอบให้ได้ว่ากำลังไม่สบายใจเรื่องอะไร เราจะได้คลายทุกข์ได้ตรงจุดนั่นเอง

15. ทำอะไรต้องได้รับการตอบแทน 

         การหยิบยื่นสิ่งดี ๆ ให้ใครก่อนโดยไม่หวังค่าตอบแทนนั้นอาจเป็นสิ่งที่ไม่เคยชินสำหรับบางคนแต่เราขอแนะนำให้ลองทำดูสักหน่อย แล้วคุณจะรู้ว่าแค่การให้ก็สามารถสร้างมิตรภาพให้เกิดขึ้นได้  

16. นิสัยโกหก 

         แม้ว่าจะเป็นการโกหกเพราะความจำเป็น แต่ไม่ว่าใครก็ไม่ชอบทั้งนั้น ดังนั้นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ควรพูดความออกจริงไปเรื่องราวจะได้ไม่แย่หนักกว่าเดิม คนฟังก็ไม่เสียความรู้สึกด้วยถ้าหากมารู้ความจริงทีหลัง

17. นิสัยขี้โกง 

         คงไม่ดีแน่ถ้าคุณเริ่มต้นปีมาก็คิดจะกอบโกยผลประโยชน์จากคนอื่นซะแล้ว ดังนั้นก็ควรเลิกนิสัยนี้ให้เด็ดขาดเลย เพราะถ้าคุณยังทำอยู่ก็สะท้อนให้เห็นว่าคุณไม่ซื่อสัตย์แม้แต่ตัวเอง ใคร ๆ ก็คงไม่อยากคบเป็นเพื่อนด้วยหรอก

 18. นิสัยไม่ยอมคน 
ความจริงแล้วชีวิตเราไม่จำเป็นต้องชนะคนอื่นเสมอไป หากอะไรยอมได้ก็ยอมไปเถอะ หรือใครที่มีนิสัยเอาแต่ใจมาก ๆ ลองเอาใจเขามาใส่ใจเราดูนะ จะได้เข้าใจความรู้สึกของคนอื่นมากขึ้น

19. กลัวไปก่อน 

         ความกลัวไม่ทำให้ชีวิตเราดีขึ้น มีแต่จะทำให้ถดถอยลงคลองมากไปกว่าเดิม ดังนั้นเริ่มต้นใหม่ในปีหน้าก็ลองบอกตัวเองใหม่ว่าทำให้ดีที่สุด ผลจะเป็นอย่างไรก็ค่อยว่ากัน แล้วคุณจะรู้สึกมั่นใจในการลงมือทำมากขึ้น

20. รอคอยโชคชะตาฟ้าลิขิต 

         เรื่องดวงก็มีอิทธิพลกับเราส่วนหนึ่งซึ่งเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ เท่านั้น แต่สิ่งสำคัญที่จะทำให้ชีวิตเราประสบความสำเร็จก็คือการลงมือทำที่ต้องมาพร้อมกับความพยายามของเรานั่นเอง   

21. นิสัยเป๊ะทุกกระเบียดนิ้ว 

         นิสัยแบบนี้อาจทำให้คนที่อยู่ด้วยเครียดไปหน่อย ดังนั้นก็อย่าเข้มงวดกับตัวเองมากนักจะพาลทำให้ชีวิตเครียดเปล่า ๆ ซึ่งในปีใหม่นี้คุณลองเทคะแนนซีเรียสให้กับเฉพาะเรื่องที่สำคัญเท่านั่นดู ไม่แน่ว่าชีวิตคุณอาจมีเรื่องสนุก ๆ ให้ทำเพียบกว่าที่เคยเป็นมาก็ได้

หากใครเป็นคนหวงวิชาแบบนี้เราขอให้ปรับมุมมองดูใหม่ เพราะการที่เราช่วยคนอื่นแก้ปัญหา เราก็จะได้เรียนรู้ปัญหาใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นนั่นเอง อีกทั้งถ้าในอนาคตคุณมีปัญหาใคร ๆ ก็อยากจะยื่นมือช่วยเหลือคุณด้วยนะ

23. โทษตัวเองตลอด 

          อะไรที่ผิดพลาดไปแล้วคุณต้องให้อภัยตัวเองซะบ้าง อย่ามัวแต่รู้สึกซ้ำ ๆ ว่าเป็นเพราะเรา เราผิดเอง ซึ่งนั่งคิดไปเราก็กลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว

24. แคร์คนอื่นมากกว่าตัวเอง 

         หลายคนมัวแต่เทิดทูนและห่วงใยคนอื่น จนลืมนึกไปว่าคุณค่าในตัวเราก็อาจมีความสำคัญต่อคนอื่นด้วย ดังนั้นอย่าปล่อยให้คนอื่นมีอิทธิพลกับตัวเรามากจนเกินไปจนไม่เป็นตัวของตัวเอง   

25. ไม่เคยแสดงความสามารถของตัวเองออกมา 

          แม้ว่าบางคนอาจมีความสามารถแต่ไม่เคยได้มีโอกาสแสดงความสามารถออกมาเลย ดังนั้นเราขอแนะนำว่าคุณควรเริ่มต้นในปีหน้านี่แหละ เมื่อคิดได้ว่าเราเก่งอะไร ก็มุ่งไปให้ถูกทางเลย ไม่แน่ว่าในปีหน้าอาจเป็นปีทองสุดรุ่งของคุณก็ได้  

26. ประจบประแจงคนอื่น 

          การทำให้ตัวเองให้เป็นที่รักของคนอื่นถือเป็นสิ่งที่ดีนะคะ แต่ก็ไม่ต้องแอ็บมากไปจนดูเกินงาม สู้ทำนิสัยน่ารัก ๆ ในแบบที่เป็นเราดีกว่า ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวก็ต้องมาเครียดอีกว่าใครจะคิดกับเรายังไงบ้างนะ ดังนั้น ปีใหม่นี่แหละเป็นโอกาสเหมาะที่เราจะแสดงความน่ารักในทางที่ถูกให้คนประทับใจ เช่น ซื้อของขวัญปีใหม่ฝากหัวหน้างาน หรือ ให้ของขวัญเพื่อนบ้าน เป็นต้น

27. คิดว่าโลกนี้อยู่ยากขึ้นทุกวัน 

         การมองโลกในแง่ร้ายไว้บ้างก็มีข้อดีคือทำให้ใช้ชีวิตอย่างระวังตัวมากขึ้น แต่ถ้าเมื่อไรที่เริ่มอินกับทัศนคติแบบนั้นมากไปเห็นทีชีวิตคงไม่มีความสุขแน่ เพราะมัวแต่กลัวอันตรายที่อยู่รอบตัวไปหมด ดังนั้นเราจึงขอแนะนำว่า ลองหันมาอ่านสาระบันเทิงอื่น ๆ ดูบ้าง แล้วคุณจะพบว่าเรื่องราวดี ๆ รอบตัวก็ยังมีนะ

28. ปล่อยให้เวลารักษาแผลใจ 
คำคมดี ๆ ส่วนใหญ่มักจะแนะนำเราแบบนี้ แต่เราขอเตือนสติให้คิดใหม่ว่า ไม่มีประโยชน์ที่เราจะอมทุกข์นานข้ามปีเพียงเพราะเรื่องเก่าฝังใจ ที่ควรทำจริง ๆ ก็คือ หากมีเรื่องราวติดค้างในใจกับใครก็รีบนัดเคลียร์ให้เข้าใจกัน เอาเวลาไปจดจำช่วงเวลาดี ๆ ของปีหน้าที่กำลังจะมาถึงดีกว่า

29. คิดว่าการเริ่มต้นใหม่ต้องรอเวลาเหมาะ ๆ 

          การคิดแบบนี้ยิ่งทำให้คุณเสียเวลากับเรื่องนั้น ๆ มากขึ้นไปอีก ดังนั้น หากรู้ตัวว่าอยากเริ่มต้นอะไรใหม่ ก็ลงมือทำเลยไม่ต้องรอเวลา สิ่งที่ต้องการจะได้มาถึงเร็ว ๆ ยังไงล่ะ

30. ผัดวันประกันพรุ่ง 

          ใครที่รู้ตัวว่าเป็นคนชอบผัดวันประกันพรุ่ง เราขอให้ลองปรับมุมมองดูใหม่ว่า ถ้ามีสิ่งใดที่ควรทำก่อน ให้รีบจัดการให้เสร็จซะ  ซึ่งมันมีข้อดีนะ เพราะถ้าคุณจัดการสิ่งนั้นเรียบร้อยแล้ว คุณก็จะมีเวลาเหลือเอาไว้ทำอย่างอื่นโดยที่ไม่ต้องรู้สึกว่ามีอะไรค้างคาอยู่

           ปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงนี้หลายคนคงคิดจะเปลี่ยงแปลงตัวเองให้ดีขึ้น ก็ลองนำสิ่งที่เราแนะนำไปปรับใช้ดูได้ค่ะ หากคุณสามารถตัดนิสัยแย่ ๆ เหล่านี้ได้มามากกว่าสิบห้าข้อ ก็ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีแล้วล่ะค่ะว่าชีวิตในปีหน้าของคุณต้องไปได้สวยแน่ 

เครดิตภาพ  http://health.kapook.com/view106252.html

Friday, December 16, 2016

5 ภาพชวนพิสูจน์ ว่ากันว่าดูแล้วจะเปลี่ยนโหมดอารมณ์ของเราได้ทันที !


        ไม่ต้องหลบไปพักใจที่ไหนไกล ๆ แค่มอง 5 ภาพต่อไปนี้เขาก็บอกว่าจะช่วยปรับโหมดอารมณ์ของเราได้ในไม่กี่นาทีเท่านั้น อ๊ะ ! ล้อกันเล่นหรือเปล่า ?


          ในหนึ่งวันคนเราก็มีหลาย ๆ อารมณ์ผสมปนเปกันไป แต่เมื่อไรที่อารมณ์หงุดหงิด โมโห เครียด หรือช่วงที่จิตใจว้าวุ่นเข้ามาเยือน เคยไหมคะที่คิดอยากจะหลบไปพักใจที่ไหนสักที่ให้ห่างจากตรงที่เราอยู่แบบไกลลับตา ให้ไกลกันคนละฟากฟ้าได้เลยยิ่งดี ทว่าก็ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปล่าแสงเหนือไกลกันขนาดนั้นจริง ๆ หรอกค่ะ เพราะงานวิจัยเขาเผยมาว่า แค่มอง 5 ภาพต่อไปนี้ก็จะช่วยทำให้ใจเราเย็นขึ้น ปรับความนึกคิดของเราให้สงบลงอย่างน่าประหลาด...ไหน มาพิสูจน์กันหน่อยซิ

1. ภาพพื้นที่สีเขียว

          การศึกษาทางจิตวิทยาที่เก็บข้อมูลในห้องรอพบแพทย์ของโรงพยาบาลดัชท์ พบว่า คนไข้ที่มองต้นไม้ หรือรูปภาพต้นไม้ วิวสีเขียว ๆ ในห้องไปเรื่อยเปื่อยเป็นการฆ่าเวลา จะมีระดับความเครียดที่น้อยกว่าคนไข้ที่ไม่ได้มองวิวดังกล่าวเลย

  
2. ภาพท้องทะเล

          มักจะมีคำพูดให้ได้ยินเสมอว่า เมื่อใดที่รู้สึกเศร้า เหงา หรือท้อแท้ ไปทะเลแล้วจะช่วยเยียวยาความรู้สึกของเราได้ เพราะเสียงคลื่นทะเลจะร้องบอกให้เราซู่ ๆ (สู้ ๆ) ซึ่งจะว่าไปคำพูดนี้ก็ไม่เกินจริงเท่าไรค่ะ ยืนยันได้จากศาตราจารย์ Michael Merzenich นักประสาทวิทยา จากมหาวิทยาลัย California San Francisco ที่ให้สัมภาษณ์กับ Santa Cruz Sentinel ไว้ว่า เมื่อมองไปที่ท้องทะเลอันกว้างใหญ่ ความโล่ง ความกว้างของผืนทะเลจะมอบความรู้สึกผ่อนคลายให้เราได้ ยิ่งถ้าหลับตาแล้วนึกถึงเสียงคลื่นลมทะเลด้วยแล้ว ก็เหมือนกับเราได้หลุดไปอยู่ในโลกที่แสนสบายใจยังไงยังงั้น

  
3. รูปทรงเรขาคณิตที่เกิดจากธรรมชาติ

          ธรรมชาติรังสรรค์แฟร็กทัล (Fractals) ขึ้นมาให้เรามองแล้วเวียนหัวอยู่ไม่น้อย ไม่ว่าจะในรูปแบบใบไม้ ดอกไม้ เปลือกหอย เปลือกไม้ ผิวแม่น้ำ หรืออะไรก็ตามแต่ ศาสตราจารย์ Richard Taylor จากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยโอรีกอน ก็บอกว่า ภาพที่ดูแล้วมีความซับซ้อนอย่างแฟร็กทัลจะทำให้สมองเราต้องใช้สมาธิในการมอง ทั้งยังต้องใช้เวลาในการตีความหมายของภาพเพื่อให้เรารับรู้และเข้าใจในสิ่ง ที่มองเห็นได้ ซึ่งในช่วงเวลานี้แหละที่จะดึงเราออกจากอารมณ์กรุ่นเก่าที่เคยรู้สึกนึกคิด อยู่ได้ชะงัดนัก

  
4. ภาพศิลปะแฟร็กทัล

          ไม่ต่างจากข้อข้างบนเท่าไรค่ะ แต่มีจุดเด่นที่น่าสนใจนิดนึงว่า หากเราได้มองภาพที่เป็นงานละเอียด งานดี อันเกิดจากฝีมือมนุษย์ นอกจากสมองจะต้องตีความภาพที่เห็นอย่างขะมักเขม้นแล้ว ความรู้สึกตื่นตะลึงในความงดงามก็จะยิ่งทำให้เราหลุดจากภวังค์ความเครียด หรือความคิดในแง่ลบได้เร็วขึ้นด้วย

  
5. ภาพพื้นสีฟ้า

          แม้ความรู้สึกบลู ๆ จะฟังดูแล้วเศร้า แต่ศาสตราจารย์ Nancy J. Stone จากคณะจิตวิทยา แห่ง Creighton University ก็ชี้แจงมาว่า สีฟ้าจะช่วยให้เรารู้สึกสงบลงได้ โดยอ้างจากผลการทดลองกับกลุ่มอาสาสมัครที่ต้องทำกิจกรรมหลากหลายในเวลาจำกัด ซึ่งพบว่า กลุ่มอาสาสมัครที่อยู่ในห้องสีฟ้า จะมีความวิตกกังวลน้อยกว่ากลุ่มอาสาสมัครที่ไม่มีสิ่งแวดล้อมสีฟ้าให้เห็น เลย ดังนั้นจึงพอจะกล่าวได้ว่า สีฟ้าเป็นสีที่มอบความรู้สึกสบายตาและเย็นใจให้กับเราได้

 
          ได้มองภาพข้างต้นไปแล้วรู้สึกยังไงกันบ้างคะ หรือถ้าใครยังรู้สึกว่าผลการทดลองไม่ชัดเท่าไร เพราะตอนนี้อารมณ์ยังคงเป็นปกติ ลองเลือกสักภาพไปแปะตามโต๊ะทำงานหรือผนังห้องดูก็ได้ หรือใครจะเซฟภาพเก็บไว้ในโทรศัพท์ก็เชิญได้เลย แล้วเมื่อใดก็ตามที่รู้สึกว้าวุ่นใจ วุ่นวาย ต้องการความสงบโดยด่วน ก็ค่อยมองภาพเหล่านี้กันอีกครั้งเพื่อพิสูจน์กันชัด ๆ อีกที


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
Health
TIME
เครดิตภาพ  http://health.kapook.com/view162442.html

Wednesday, December 14, 2016

17 ไอเดียของขวัญปีใหม่ 2017 เลือกซื้อให้ผู้รับประทับใจ ไม่ต้องแอบเซ็ง




          ของขวัญในปี 2017 จะซื้ออะไรให้ดี มาเช็กลิสต์ของขวัญปีใหม่ 2560 ที่น่าซื้อให้คนรับประทับใจแบบไม่จำเจเหมือนทุกปี

          ใกล้จะถึงเทศกาลปีใหม่กันแล้ว หลาย ๆ คนคงกำลังหาไอเดียเพื่อจับจ่ายซื้อของขวัญสำหรับเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง แต่ครั้นจะให้ซื้อกระเช้าของขวัญ ขนมเค้ก คุกกี้ กรอบรูป ผ้าขนหนู ตุ๊กตา สมุดบันทึกเหมือนปีก่อน ๆ อาจทำให้หลายคนที่ซื้อหรือได้รับมาทุกปีรู้สึกเบื่อเบา ๆ

  ถ้าเช่นนั้น ลองมาดูไอเดียของขวัญปีใหม่ 2017 ที่น่าเลือกซื้อเลือกหาไปมอบให้ญาติสนิท มิตรสหาย แทนคำขอบคุณตลอดทั้งปีที่กระปุกดอทคอมหยิบมาแนะนำกันเลย

เครื่องประดับเสริมมงคล

          บางคนเชื่อโชคลาง เชื่อเรื่องดวง เราก็จัดเครื่องประดับสวย ๆ เสริมสิริมงคลให้ผู้รับสักชิ้น อย่างแหวน กำไล จี้ กังหัน เข็มกลัด สร้อย ที่มีให้เลือกตามแต่ความปรารถนาว่าต้องการให้ความโชคดี กระตุ้นโชคลาภ เงินทองไหลมาเทมา หรือเสริมดวงเรื่องความรัก หน้าที่การงาน ความเจริญรุ่งเรืองก็มีให้เลือกตามปรารถนา หรือจะเลือกซื้อของขวัญเสริมมงคลตามราศีก็ได้

          - ของขวัญมงคล 12 ราศี รับปีใหม่ 2560 เสริมสิริมงคลให้ผู้รับ

นาฬิกาข้อมือ

          เป็นของขวัญที่หาซื้อไม่ยาก แถมยังมีให้เลือกหลายแบบ มีให้เลือกหลายราคา ตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักพัน หลักหมื่น ตามงบประมาณในกระเป๋า พ่วงด้วยความหมายดี ๆ อันเป็นมงคลว่าเป็นการเริ่มต้นทำสิ่งใหม่ ๆ ต้อนรับปีใหม่ เปรียบเสมือนการได้รับโอกาสใหม่ ๆ เข้ามาในชีวิต ลองดูว่าคนคนนั้นชอบใส่นาฬิกาลักษณะแบบไหน สีอะไร จะได้เลือกซื้อได้ถูกใจค่ะ 

กระเป๋า

          จะเป็นกระเป๋าถือสวย ๆ ดูดีสักใบสำหรับคุณผู้หญิง กระเป๋าเป้ลุย ๆ สำหรับคุณผู้ชาย หรือกระเป๋าสตางค์ใบเล็ก ๆ ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ถ้าเลือกซื้อไม่ถูกก็แนะนำให้เลือกสีพื้น ๆ ลวดลายเรียบ ๆ เช่น สีดำ น้ำตาล ขาว ครีมไว้ก่อน เพราะสีพวกนี้มิกซ์ แอนด์ แมตช์ ได้กับเสื้อผ้าทุกชุด

ผ้าพันคอหรือเนคไท

          หากคนที่เราจะซื้อของขวัญให้เป็นคนแต่งตัวเป็นทางการเวลาไปทำงาน เราอาจจะมองหาเนคไทเก๋ ๆ สักเส้นมอบเป็นของขวัญให้ก็ได้นะคะ โดยอาจจะปักชื่อย่อของเขาไว้ตรงส่วนปลายของเนคไท เพื่อเพิ่มความเก๋ขึ้นมา แต่หากคนนั้นเป็นผู้หญิง ก็สามารถให้ผ้าพันคอไหม หรือผ้าพันคอแบบอื่นก็ได้ อาจจะเป็นลายเรียบ ๆ หรือสีสันจัดจ้านตามใจ แล้วใส่กล่องไม้สวย ๆ หรือห่อของขวัญผูกริบบิ้นให้ไป รับรองว่าคนรับประทับใจแน่นอน

ของใช้ในบ้าน-ของแต่งบ้านแบบเก๋ ๆ

          ใครมีงบประมาณเยอะหน่อย และอยากให้ของขวัญที่ไม่เหมือนใคร ลองมองหาของแต่งบ้านแบบล้ำ ๆ ที่มีทั้งคุณภาพ และแฝงไปด้วยความคิดสร้างสรรค์และดีไซน์ที่ใช้งานในบ้านได้สารพัดอย่าง แต่ถ้ายังคิดไม่ออก มาดูไอเดียข้างล่างนี้เลยค่ะ

         - 12 ของขวัญปีใหม่ ของใช้ในบ้านสุดล้ำไว้เซอร์ไพรส์คนพิเศษ !

ของขวัญสำหรับคนรักสัตว์

          ถ้าเพื่อนเราเป็นคนรักสัตว์ จะเลือกซื้อของให้สัตว์เลี้ยงของเขาก็เป็นไอเดียที่ดีนะคะ แถมยังทำให้เขาประทับใจเรามากขึ้นด้วย เพราะแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจจริง ๆ

         - 5 ไอเดียของขวัญปีใหม่เก๋ ๆ มอบให้คนรักสัตว์
         - 10 DIY ของขวัญปีใหม่สำหรับมะหมาและแมวเหมียว

กล้องถ่ายรูป

          เชื่อเถอะว่าทุกวันนี้ยังมีหลายคนชอบถ่ายรูปด้วยกล้องถ่ายรูปมากกว่ากล้องมือถือ เพราะมีฟังก์ชั่นให้ปรับแต่งได้มากกว่า และภาพที่ได้ออกมายังดูสวยคมชัด แถมเดี๋ยวนี้ราคากล้องถ่ายรูปถูกลงมาก กล้องคุณภาพดี ๆ สักตัวราคาหลักพันก็ยังมี ถึงจะไม่ใช่มือโปรด้านการถ่ายภาพก็ยังมีกล้องแปลก ๆ เอาไว้ให้ถ่ายรูปชิค ๆ เก๋ ๆ ตามไลฟ์สไตล์ของผู้รับเลย

อุปกรณ์ไอที

          ลองแอบส่องดูหน่อยว่าคนที่เราจะมอบของขวัญให้นั้นกำลังอยากได้แก็ดเจ็ตชิ้นใหม่อยู่บ้างหรือเปล่า เช่น เคสมือถือ, ลำโพง, หูฟัง, พาวเวอร์แบงก์, External Harddisk ฯลฯ หรือถ้างบเยอะก็จัดสมาร์ทวอช สมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ตไปเลย สิ่งของเหล่านี้เป็นของขวัญที่ดูดีมีราคา ใครเห็นก็เลิฟล่ะ

ข้าวสารและผลิตภัณฑ์จากข้าว

          ถ้ากลัวว่าซื้อของใช้แล้วคนรับจะไม่ชอบใจ หรือไม่ได้ใช้ งั้นปีใหม่นี้แนะนำให้ซื้อข้าวสารคุณภาพดีมอบเป็นของขวัญปีใหม่ก็อินเทรนด์ไม่หยอกนะคะ เพราะเราทุกคนต้องทานข้าวกันอยู่แล้ว แถมข้าวไทยยังมีให้เลือกหลากหลาย ทั้งข้าวหอมมะลิ ข้าวสังข์หยอด ข้าวไรซ์เบอร์รี ข้าวกล้อง ข้าวจีไอ ข้าวออร์แกนิค ทานแล้วดีต่อสุขภาพ และยังได้ช่วยเหลือชาวนาให้มีรายได้เพิ่มขึ้น หรืออาจซื้อผลิตภัณฑ์จากข้าวแปรรูป เช่น เครื่องสำอาง แป้งฝุ่น แป้งพัฟ ครีมบำรุงผิวที่ผลิตจากข้าวก็มีให้เลือกเหมือนกัน

แพ็กเกจบุฟเฟ่ต์ร้านอาหาร

          ในช่วงเทศกาลปีใหม่แบบนี้ ร้านอาหารหลายแห่งต่างก็เอาใจลูกค้าด้วยการลดราคากระหน่ำเพื่อดึงดูดใจลูกค้า ซึ่งก็เป็นโอกาสดีที่เราจะซื้อแพ็กเกจร้านอาหารบุฟเฟ่ต์อร่อย ๆ นัดเฮฮาสังสรรค์กับเพื่อนฝูงในช่วงปีใหม่แบบนี้ก็ดีไม่หยอก

แพ็กเกจทัวร์

          เหนื่อยหนักมาทั้งปี ก็ขอพักผ่อนหย่อนใจให้แฮปปี้ในช่วงวันหยุดหน่อยดีกว่า ถ้างบน้อยก็ยกโขยงกันไปเที่ยวต่างจังหวัด ถ้างบไม่จำกัดก็ขนกันไปทัวร์ต่างประเทศเปิดหูเปิดตากันบ้าง ชาร์จแบตให้เต็มอิ่มพร้อมสู้กันใหม่ในปีหน้า

ของแต่งรถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์

          นอกจากแฟนตัวเองแล้ว รถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์นี่แหละคือลูกรักสุดหวงของผู้ชาย ดังนั้นถ้าสาว ๆ คนไหนกำลังมองหาของขวัญปีใหม่ให้แฟนหนุ่ม อาจเลือกซื้ออุปกรณ์หรือของประดับยนต์เล็ก ๆ น้อย ๆ มาเสริมความเท่ ก็ทำให้คุณหนุ่ม ๆ ปลื้มแล้ว 

อุปกรณ์ออกกำลังกาย

          เทรนด์ออกกำลังกายกำลังมาแรง ทำให้ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการออกกำลังกายกำลังขายดีสุด ๆ เลย ดังนั้นถ้าอยากมอบสุขภาพดี ๆ ให้คนใกล้ตัว ก็อาจเลือกซื้อรองเท้ากีฬาสักคู่ ชุดกีฬาสวย ๆ สักชุด เครื่องนับก้าวเดิน หรืออุปกรณ์กีฬาที่เขาหรือเธอเล่นประจำ แล้วชวนกันไปออกกำลังกายด้วยกันเลย ได้กระชับสัมพันธ์ให้แนบแน่นขึ้นด้วยนะ

ทำของขวัญเองซะเลย

          ใครมีฝีไม้ลายมือในการวาดภาพหรือประดิดประดอยงานฝีมือทั้งหลายก็ลองสร้างสรรค์ผลงานของตัวเองขึ้นมาสักชิ้นไปมอบให้คนรอบข้าง แล้วของขวัญของเราจะเป็นของขวัญชิ้นพิเศษที่ไม่เหมือนใครในโลก

         - 10 ของขวัญปีใหม่ทำเองสุดเริด ใช้แต่งบ้านได้ด้วย !

ปฏิทิน DIY

          ปฏิทินที่วางขายทั่วไปอาจดูธรรมดาไป งั้นลองใช้ฝีมือและความคิดสร้างสรรค์ประดิษฐ์ปฏิทิน DIY แบบไม่ซ้ำใครในโลกมอบให้เป็นของขวัญคนรู้จักก็เก๋สุด ๆ

         - 10 ไอเดีย DIY ปฏิทิน รับปีใหม่
         - 20 ไอเดียทำปฏิทิน แต่งบ้านรับปีใหม่

ทำขนมโฮมเมด

          หากเรามีงบประมาณเพียงน้อยนิดสำหรับการซื้อของขวัญในวันปีใหม่ แต่ก็เป็นคนที่มีฝีมือในการทำอาหารด้วยแล้ว งั้นขอแนะนำให้ไปซื้ออุปกรณ์ทำขนม แล้วมาทำขนมอร่อย ๆ ใส่เอาไว้ในกล่องสวย ๆ ผูกริบบิ้นสีสันสดใส มอบให้คนอื่นกันเถอะ โดยเฉพาะในยุคปัจจุบัน ที่ทุกคนยุ่งจนไม่มีเวลาทำอาหาร การทำขนมโฮมเมดจะสร้างความประทับใจได้มากทีเดียวล่ะ แต่ถ้าคิดไม่ออกว่าจะทำขนมอะไรดี กระปุกดอทคอมก็มีไอเดียมาให้

         - 10 สูตรการทำคุกกี้ ของขวัญปีใหม่ไอเดียเก่าเอามาเล่าใหม่
         - 8 สูตรทำคุกกี้มีลาย ไอเดียทำขนมเป็นของขวัญมุ้งมิ้ง
         - 20 ไอเดียส่วนผสมขนมในขวดโหล Mix in Jar ของขวัญเทรนด์นี้กำลังมา
         - 11 ไอเดียทำขนมปีใหม่ง่าย ๆ ของขวัญน่ารัก ๆ ที่ใครเห็นเป็นต้องยิ้ม

เงินสด

          คิดอะไรไม่ออกก็ต้องให้เงินสดนี่แหละค่ะ ถูกใจผู้รับที่จะนำเงินไปใช้สอยอะไรก็ได้ตามใจต้องการ แต่ถ้าคิดว่าจะยื่นเงินสดให้ต่อหน้าก็ดูไม่ค่อยเหมาะ อาจลองเปลี่ยนเงินสดเป็นบัตรของขวัญ บัตรกำนัลช้อปปิ้ง หรือฝากเงินเข้าบัญชีธนาคารให้ผู้รับไปเลยดีมะ

          แถมท้ายด้วยเคล็ดลับการซื้อของขวัญปีใหม่แบบประหยัด นอกจากจะถูกใจผู้รับแล้ว ผู้ให้อย่างเราก็กระเป๋าไม่ฉีกด้วยนะคะ

         - 10 สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อซื้อของขวัญปีใหม่ รู้ไว้กระเป๋าไม่ฉีก
         - 10 เคล็ดลับประหยัดเงินค่าของขวัญปีใหม่ รู้ไว้ไม่ถังแตกข้ามปี

เครดิตภาพ  http://hilight.kapook.com/view/146125

10 วิธีซักคราบเหลืองบนเสื้อผ้า ฝังแน่นแค่ไหนก็กำจัดได้ !




         วิธีซักคราบเหลือง คราบเหงื่อไคล และคราบสกปรกบนเสื้อผ้า ให้กลับมาสะอาดเหมือนใหม่ จะสวมใส่ไปลุยกิจกรรมที่ไหนก็ยังดูดี ไม่มีคราบสกปรกมาทำลายขณะสวมใส่

          ต่อให้เสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่ไม่ได้มีราคาหรูหราอะไรมากนัก แต่ถ้าดูเรียบร้อยและสะอาดสะอ้านไร้คราบสกปรกจากเหงื่อไคล เสื้อผ้าของคุณก็จะช่วยปรับบุคลิกให้ดูดีขึ้นได้อีกเยอะเลย ดังนั้นวันนี้กระปุกดอทคอมขอนำเอาวิธีซักคราบสกปรกบนเสื้อผ้ามาฝากกันค่ะ ใช้ซักได้ทั้งคราบเหลือง คราบเหงื่อไคล และคราบสกปรกอื่น ๆ บนเสื้อผ้า รับรองว่ากลับมาสะอาดเหมือนใหม่แน่นอน

1. ออกซี่คลีน (Oxiclean)

          เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ช่วยทำความสะอาดคราบสกปรกบนเสื้อผ้าได้สารพัด ด้วยการทำปฏิกิริยากันระหว่างออกซิเจนกับน้ำ ส่วนวิธีการจำกัดคราบเหลืองนั้นก็ให้นำออกซี่คลีนมาผสมกับน้ำเพียงเล็กน้อย แล้วนำไปถูตามคราบเหลือง ใช้แปรงสีฟันอันเก่าขัดให้คราบหลุดออก ทิ้งไว้ 2-3 นาที แต่ถ้าเป็นคราบหนักให้ทิ้งไว้สัก 2 ชั่วโมง จากนั้นก็นำไปซักตามปกติคราบก็จะหายไป

2. แชมพูหรือน้ำยาล้างจาน

          ถ้าที่บ้านไม่มีผลิตภัณฑ์ตัวช่วยในการซักทำความสะอาดเสื้อผ้าก็ไม่เป็นไรค่ะ แค่นำแชมพูยาสระผมหรือน้ำยาล้างจานของใช้ภายในครัวเรือนของเรานี่แหละ นำมาป้ายลงบนคราบเหลืองจากเหงื่อไคลและคราบสกปรก ทิ้งไว้ 30 นาที จากนั้นก็นำไปทำความสะอาดตามปกติ เสื้อผ้าก็จะกลับมาสะอาดเหมือนใหม่

3. สบู่ก้อน

          สบู่ก้อนมีอีกหนึ่งคุณสมบัติที่ช่วยกำจัดคราบเหลืองจากเหงื่อไคลตามจุดต่าง ๆ บนเสื้อผ้าได้ดี ไม่แพ้ผลิตภัณฑ์ซักผ้าทั่วไป แถมยังอ่อนโยนไม่ทำร้ายเนื้อผ้าอีกต่างหาก เมื่อเสื้อผ้าเปื้อนคราบก็ให้รีบนำมาทำความสะอาดให้เร็วที่สุด เริ่มจากป้ายน้ำเปล่าลงบนคราบ แล้วนำก้อนสบู่มาถูคราบและขยี้ให้เกิดฟองจนคราบนั้นจางหายไป แล้วนำไปซักทำความสะอาดเลยทันที

4. ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (Hydrogen peroxide)

          แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นน้ำยาล้างแผล แต่ไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์ (Hydrogen peroxide) ก็ช่วยกำจัดคราบเหงื่อไคลไปพร้อม ๆ กับการฆ่าเชื้อโรคบนเสื้อผ้าได้นะ ก่อนอื่นต้องผสมน้ำเปล่าและไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์ในปริมาณที่เท่า ๆ กัน จากนั้นนำมาป้ายลงบนคราบ ทิ้งไว้ 30 นาที แล้วนำไปซักทำความสะอาด แต่มีข้อแม้อยู่ว่าห้ามใช้วิธีนี้กับเสื้อผ้าสีโดยเด็ดขาดมิเช่นนั้นสีอาจจะตกได้

5. แอมโมเนีย

          แอมโมเนียก็เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติช่วยทำความสะอาดคราบเหลืองจากเหงื่อไคลบนเสื้อผ้าได้เช่นกัน แค่ผสมแอมโมเนียกับน้ำเปล่าในปริมาณที่เท่า ๆ กัน เมื่อส่วนผสมเข้ากันดี ก็ให้ป้ายลงบนคราบ แล้วนำไปซักทำความสะอาดเลยทันที อย่าแช่ผ้าทิ้งไว้นาน ๆ เด็ดขาด

6. น้ำมะนาว

          หากใครกังวลว่าผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารเคมีจะส่งผลข้างเคียงทำลายเนื้อผ้า งั้นให้เปลี่ยนมาใช้ของจากธรรมชาติอย่าง น้ำมะนาว แทนก็ได้ค่ะ ก่อนซักเสื้อผ้าให้ผสมน้ำมะนาวและน้ำเปล่าในปริมาณที่เท่า ๆ ป้ายส่วนผสมลงบนคราบ ขัดเบา ๆ จนคราบหลุดออกแล้วนำไปซักอีกครั้ง

7. น้ำส้มสายชู

          น้ำส้มสายชู เรียกได้ว่าเป็นของใช้ที่ทำประโยชน์ได้ทั่วทั้งบ้านเลยจริง ๆ ค่ะ แม้กระทั่งการกำจัดคราบเหงื่อไคลบนเสื้อผ้า โดยเริ่มจากผสมน้ำส้มสายชู 2 ช้อนโต๊ะ กับน้ำเปล่า 1 ถ้วยตวง เพื่อป้ายลงบนคราบสกปรก ทิ้งไว้ 30 นาที ก่อนจะนำซักทำความสะอาดในขั้นตอนต่อไป

8. เกลือ

          ถ้าคราบเหลืองจากเหงื่อไคลนั้นเพิ่งเป็นคราบเกิดใหม่หรือเป็นคราบเบา แนะนำให้ผสมเกลือ 1 ช้อนโต๊ะ กับน้ำน้ำเปล่า 1 ถ้วยตวง ไม่ต้องคนให้ส่วนผสมละลายจนหมด ใช้ฟองน้ำชุบแล้วขัดลงบนคราบเปื้อนเหล่านั้น จนกว่าคราบจะจางหายไปแล้วนำไปซักทำความสะอาดก็พอค่ะ

9. เบกกิ้งโซดา

          สำหรับคราบเหลืองที่เริ่มแห้งและแข็งกรังให้กำจัดด้วยสครับจากการนำเบกกิ้งโซดา 4 ช้อนโต๊ะ กับน้ำเปล่า ¼ ถ้วยตวง มาผสมให้เป็นเนื้อสครับเข้มข้น จากนั้นก็ป้ายลงบนคราบและขัดจนกว่าคราบจะจางหายไป ก่อนนำไปซักให้เสื้อผ้ากลับมาสะอาดอีกครั้ง

10. วอดก้า

          แม้แต่เครื่องดื่มอย่าง วอดก้า ก็ยังช่วยกำจัดคราบเหลืองจากเหงื่อไคลและคราบสกปรกอื่น ๆ บนเสื้อผ้าได้เหมือนกัน ด้วยการผสมวอดก้ากับน้ำเปล่าในปริมาณเท่ากัน เทใส่ขวดสเปรย์เพื่อฉีดพ่นลงบนคราบเหล่านั้น ทิ้งไว้สักพัก แล้วนำไปซักทำความสะอาดตามปกติให้เสื้อผ้ากลับมาเหมือนใหม่อีกครั้ง

          บอกลาคราบเหลือง คราบเหงื่อไคล และคราบสกปรกต่าง ๆ บนเสื้อผ้าที่เป็นตัวการทำลายบุคลิกไปได้เลย ด้วยวิธีการทำความสะอาดคราบบนเสื้อผ้าง่าย ๆ ด้วยของใช้ที่มีอยู่ภายในบ้าน เพียงเท่านี้คุณก็จะเสื้อผ้าสะอาด ๆ สวมใส่ไปอีกนานแสนนาน ไม่ต้องซื้อใหม่ให้สิ้นเปลือง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก cheatsheet, Howstuffworks, Araikongdien และ Naturalhealthcareforyou
http://home.kapook.com/view162031.html
เครดิตภาพ   http://home.kapook.com/view162031.html