Monday, July 11, 2016

8 อาหารเช้าที่ควรกินหลังวิ่งออกกำลังกาย เติมพลังให้ร่างกายฟิตเกินร้อย




หลังวิ่งออกกำลังกายตอนเช้า ถ้าอยากให้ร่างกายสดชื่น หายจากความเหนื่อยล้า อาหารเช้า 8 ชนิดนี้นี่แหละที่ตอบโจทย์

          ไม่ว่าคุณจะวิ่งออกกำลังกายเพื่อฟิตสุขภาพ หรืออยากวิ่งลดน้ำหนัก หากคุณเลือกที่จะวิ่งตอนเช้า แน่นอนว่าหลังวิ่งออกกำลังกาย ร่างกายก็คงต้องการอาหารเช้ามา เติมพลัง และเพื่อแทนที่เหงื่อที่เสียไป แต่ครั้นจะกินอะไรตามใจปากก็ใช่ที่ ในเมื่อเราอุตส่าห์ปลุกตัวเองให้ตื่นแต่เช้ามาวิ่งออกกำลังกายกันแล้ว สิ่งที่ควรทำให้ตัวเองรู้สึกมีพลังและสดชื่นไปตลอดวันอีกอย่างก็คือการเลือก กินอาหารหลังออกกำลังกาย

          ซึ่งสำหรับคนที่วิ่งออกกำลังกายตอนเช้า เราก็มี 8 อาหารเพิ่มพลังเตรียมไว้ให้คุณกินเป็นอาหารเช้า ที่นอกจากจะช่วยปลุกให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าไปตลอดทั้งวันแล้ว อาหารเหล่านี้ยังช่วยเพิ่มความฟิตให้ร่างกายได้เกินร้อยอีกด้วย

1. อกไก่+ข้าวกล้อง
   
          อกไก่เป็นแหล่งโปรตีนชั้นเยี่ยม แถมเป็นอาหารแคลอรีต่ำ เหมาะสำหรับกินเพิ่มพลังเป็นอาหารเช้า โดยอาจนึ่งหรือต้มอกไก่ไว้ก่อนที่จะไปวิ่งออกกำลังกาย เมื่อวิ่งเสร็จแล้วก็นำอกไก่มาอุ่นให้ร้อนอีกสักนิด กินคู่กับข้าวกล้องถ้วยเล็ก ๆ โปรตีนจากอกไก่ รวมทั้งคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนและวิตามินบีจากข้าวกล้องจะช่วยให้คุณรู้สึก อิ่มท้องได้นานถึงเที่ยง อีกทั้งการรับประทานมื้อเช้าที่เปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางสารอาหารอย่างนี้ยังจะ ช่วยปลุกความสดชื่นให้คุณได้ตลอดทั้งวันเลยด้วย

2. ผักสด+ไข่ต้ม

          ผักเป็นตัวเลือกที่ดีในการปลุกความสดชื่นให้ร่างกาย เพราะมีวิตามิน เกลือแร่ สารต้านอนุมูลอิสระ อีกทั้งยังมีไฟเบอร์ในปริมาณมาก ยิ่งหากกินคู่กับไข่ต้มสักฟอง โปรตีนจากไข่ต้มก็จะช่วยให้รู้สึกอิ่มอยู่ท้องมากขึ้น ที่สำคัญโปรตีนในไข่ต้มยังจะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้เราได้อีกทาง

3. แซลมอน+หน่อไม้ฝรั่ง
   
          แซลมอนเปี่ยมไปด้วยโอเมก้า 3 และสารต้านอนุมูลอิสระ ที่จะช่วยเติมพลังงานให้ร่างกายตื่นจากความอ่อนล้าหลังวิ่งออกกำลังกายได้ อย่างรวดเร็ว โดยอาหารเช้าจากปลาแซลมอนก็สามารถทำได้ทั้งเมนูย่าง และเมนูนึ่ง อร่อยคู่กับหน่อไม้ฝรั่งต้มอีกสักนิดก็จะได้ไฟเบอร์ วิตามิน และเกลือแร่ทดแทนจำนวนเดิมที่หายไปพร้อมกับการเรียกเหงื่อในยามเช้า

4. กล้วย
   
          กล้วยมีคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่จำเป็นต่อร่างกายของนักวิ่ง เนื่องจากเป็นแหล่งพลังงานทดแทนในส่วนที่เราสูญเสียไปเมื่อตอนที่วิ่งออก กำลังกาย อีกทั้งกล้วยยังเปี่ยมไปด้วยวิตามิน เกลือแร่ และแร่ธาตุหลากหลายชนิด ทั้งยังมีส่วนเพิ่มความอึดให้กับนักวิ่งได้อีกต่างหาก แต่ถ้าใครยังคงไม่แน่ใจว่ากินกล้วยตอนเช้าดีหรือไม่ เรามีข้อมูลดี ๆ มาตอบข้อสงสัยอยู่ด้านล่างนี้

          - กินกล้วยตอนเช้า ประโยชน์น่าว้าวหรืออันตราย

5. ผลไม้
   
          ผลไม้มีรสหวาน มีวิตามิน เกลือแร่ และยังมีน้ำเป็นส่วนประกอบ ดังนั้นหลังวิ่งตอนเช้าเสร็จใหม่ ๆ ผลไม้อย่างส้ม แอปเปิล เกรปฟรุต องุ่น และกีวี จึงช่วยให้ความสดชื่นแก่ร่างกายได้โดยทันที และยังช่วยเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดได้ อีกทั้งผลไม้เหล่านี้ยังให้สารต้านอนุมูลอิสระแก่ร่างกายเราอีกด้วยค่ะ

          ทว่าเพื่อสุขภาพที่ดีและการลดน้ำหนักอย่างได้ผลก็ควรกินผลไม้สด ๆ ไม่จิ้มน้ำตาล หรือเป็นผลไม้แปรรูปใด ๆ

6. ข้าวโอ๊ต
   
          ข้าวโอ๊ตก็เป็นอาหารที่ดีสำหรับนักวิ่งทุกคน เพราะอุดมไปด้วยโปรตีน ไฟเบอร์ และคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ที่จะทำให้คุณอิ่มอยู่ท้องแบบไม่อึดอัดจนเกินไป อีกทั้งไฟเบอร์ในข้าวโอ๊ตยังสามารถลดระดับคอเลสเตอรอลในร่างกายของเราได้ ด้วยนะคะ ดังนั้นใครที่กำลังอยู่ในช่วงวิ่งลดน้ำหนัก ข้าวโอ๊ตก็เป็นเมนูแนะนำเลย

7. กรีกโยเกิร์ต
   
          นี่แหละแหล่งโปรตีนชั้นดีที่คู่ควรกับผู้ที่วิ่งออกกำลังกาย เพราะโปรตีนในกรีกโยเกิร์ตไม่เพียงช่วยให้คุณรู้สึกอิ่มท้องขึ้นเท่านั้น แต่ยังจะช่วยสนับสนุนการสร้างกล้ามเนื้อ กระตุ้นระบบเผาผลาญ ทำให้เบิร์นแคลอรีได้มากขึ้นอีกต่างหาก

8. อัลมอนด์

          หลายคนรู้ประโยชน์ของอัลมอนด์ว่ามีส่วนช่วยบำรุงหัวใจ ลดคอเลสเตอรอลที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด แต่นอกจากสรรพคุณเหล่านี้แล้วอัลมอนด์ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ซึ่งมีส่วนช่วยร่างกายจัดการกับระดับไขมันในเลือด รวมทั้งในอัลมอนด์ยังมีวิตามินและสารอาหารที่ช่วยกระตุ้นพลังงานในร่างกาย เราด้วยนะคะ และถ้าจะให้ดีก็ควรกินอัลมอนด์คู่กับคอร์นเฟล็กหรือจะดื่มนมคู่กันไปด้วยก็ ได้

          วิ่งออกกำลังกายเพื่อให้สุขภาพดีทั้งที ก็อย่าลืมใส่ใจเรื่องอาหารการกินกันด้วย โดยเฉพาะอาหารเช้าเหล่านี้นะคะ :)


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
stylecraze
Beauty Blog
Trainer
เครดิตภาพ  http://health.kapook.com/view152099.html

Sunday, July 10, 2016

รวมวิธีไล่หนูในห้องเครื่องรถ หนูเข้ารถยนต์ทำอย่างไรดี




รวมวิธีไล่หนูในห้องเครื่องรถ​ ช่วงหน้าฝนหลายคนเจอหนูหลบฝนวิ่งเข้าห้องเครื่องรถยนต์ หนูเข้ารถยนต์ทำอย่างไรดี วันนี้เรามีคำตอบ

          อีกหนึ่งปัญหาที่เจ้าของรถยนต์ต้องเผชิญหนักในช่วงหน้าฝน หนูเข้าห้องเครื่องยนต์หรือบางท่านเจอหนูเข้าในตัวห้องโดยสาร จากร่องรอยการก่อกวนไว้ทั้งกลิ่นฉี่-อึหนู
​ ที่ทิ้งไว้ใหเ้ป็นเรื่องน่ารำคาญใจแถมยังสกปรกเป็นที่สะสมของเชื้อโรค บางรายเจอปัญหาหนักที่หนูกัดสายไฟ สายเบรก

        
​ก่อนจะแก้ปัญหาทั้งหมด เรามาทำความเข้าใจพฤติกรรมของหนูกันก่อนเพื่อการแก้ปัญหาได้ตรงจุด โดยได้ 2 กรณีใหญ่ ๆ คือหนูเข้ามาในรถเพราะได้กลิ่นเศษขนม (เข้ามาหาอาหารโดยตรง) กับหนูเข้ามาหลบเพราะเงียบและปลอดภัย แถมมีไออุ่นจากเครื่องยนต์ช่วงพักตัว จากนั้นรถคุณก็เหมือนที่เป็นพักหลับนอนของเหล่าหนูไปโดยปริยาย

​เมื่อรู้อย่างนี้แล้วเราก็ได้รวมวิธีป้องกัน วิธีไล่หนูเข้ารถยนต์ไว้ดังนี้

​- ทำความสะอาดครั้งใหญ่ในห้องโดยสาร และห้องเครื่อง

        
​เดี๋ยวนี้มีบริการที่คาร์แคร์ทั้งทำความสะอาดในห้องโดยสาร และห้องเครื่องยนต์เสร็จสรรพไม่ต้องเปลืองแรง โดยค่าบริการอยู่ที่ประมาณ 100-400 บาท หรือใครว่างทำเองก็ลองไปดูรายละเอียดที่ "ล้างห้องเครื่องให้เงางาม สะอาดเสมือนรถใหม่" ได้ครับ

- กำจัดแหล่งอาหารของหนู

        
​เป็นวิธีการเบสิคใช้ป้องกันหนูคือไม่มีอาหาร ไม่มีแหล่งน้ำก็ไม่หนู ทำความสะอาดรอบ ๆ ที่จอดรถของคุณ การทิ้งขยะสดต้องมิดชิด ถังขยะแตกหรือไม่ฝาปิดให้เปลี่ยนเสีย แหล่งน้ำขังให้เทน้ำออก น้ำขังให้กวาดลงที่ระบาย ขาดอาหาร ขาดน้ำหนูก็ย้ายที่อยู่ไป ไม่มายุ่งกับรถคุณแน่นอน

​- เปิดฝากระโปรงรถทิ้งไว้

        
​วิธีนี้ทำก็ต่อเมื่อคุณจอดรถในที่ร่มแบบหลังคาเท่านั้น เพราะการเปิดฝากระโปรงรถทิ้งไว้เป็นการทำให้ในห้องเครื่องไม่เป็นที่สงบเกิน ไป หนูก็จะไม่ชอบและเลิกเข้ามาอาศัยห้องเครื่องเอง

​- หาของสารพัดสิ่งที่หนูเกลียดมาวางไว้

        
​หนูมีจมูกที่ดีและกลิ่นสิ่งฉุน ๆ แต่ก็ต้องรับผลข้างเคียงที่จะมีกลิ่นเหล่านี้ติดเข้ามาในรถด้วย เช่น

        
​ทาน้ำมันก๊าดในห้องเครื่อง ข้อควรระวังคือน้ำมันก๊าดจะกัดวัสดุที่เป็นยาง วิธีทำคือนำแปรยงสีฟันเก่ามาจุ่มและทาบางพื้นที่เลี้ยงไม่โดนซีลยาง

        
​วางลูกเหม็น วิธีที่ดีคือนำลูกเหม็นใส่ตาข่ายตาถี่ ๆ มัดวางไว้เป็นจุด ๆ ก่อนเราใช้รถก็หยิบออก

        
​ยาไล่หนู ขอบอก ว่ามีเพียบในตลาดและซูเปอร์มาเก็ต ทั้งของนอกของไทย แบบเม็ด แบบแผ่นแปะ หรือเป็นน้ำยา ก็เลือกมาใช้ได้แต่เช็กเรื่องกลิ่นกันหน่อยก็ดี เอาแบบที่ไม่ฉุนครับ

- ปิดใต้ทองรถให้สนิท

        
​วิธีนี่เปลืองเงินมากหน่อยแต่ก็ได้ผลดีทีเดียว ในรุบางรุ่นก็เก็บใต้ท้องรถดีไม่มีช่องพอให้หนูมุดเข้าแน่นอน ลองไล่เช็กแผ่นใต่รถดูว่าติดจุดยึดครบทุกจุด หรือมีขาดก็เปลี่ยนเสีย หรืออีกวิธีคือเข้าร้านประดับยนต์ ถามหาแผ่นปิดใต่ท้องรถของแต่งสำหรับขาซิ่งทั้งหลาย ประโยชน์หลักคือเพิ่มค่าอากาศพลศาสตร์ของรถให้ดีขึ้นโดยการควบคุมอากาศให้ ไหลผ่านใต้ท้องรถได้ดี และประโยชน์รองก็คือปิดหนูเข้าห้องเครื่องได้ครับ

- เลี้ยงแมวสู้

        
​ไม่ว่าวิธีไหน ๆ ก็ยังแก้ไม่ได้ก็ลองหันมาเลี้ยงแมวดู โดยหนูมีสัญชาตญาณที่ไม่ชอบแมว แค่มีกลิ่นเจอแมวก่อกวนตลอด รับรองคุณจะไม่เจอหนูรบกวนอีกแน่นอน

​- ย้ายที่จอดรถ

        
​ถือว่าเป็นยอมแพ้เพื่อชนะ เพราะถ้าคุณไม่สะดวกเลี้ยงแมว หมดลูกเหม็นหนูมาใหม่ กำจัดเท่าไหร่หนูก็ไม่หมด จอดรถหน้าบ้านก็ย้ายมาจอดในบ้านเสียจะได้ควบคุมได้ หรือมีพื้นที่จอดในบ้านเยอะ ปรับตำแหน่งจอดให้ห่างท่อ ห่างครัว ห่างถังขยะ ก็ลดความเสี่ยงลงได้เยอะ

        
​แน่อนว่าการป้องกันและกำจัดหนูในห้องเครื่องรถ หนูเข้ารถยนต์เป็นเรื่องที่ต้องใช้ความอดทนและทำอย่างสม่ำเสมอ เพ​​​ราะหนูชุดใหม่สามารถแวะมาเยี่ยมเยือนได้เรื่อย ๆ​ ถ้าสภาพแวดล้อมเอื้ออำนวยทางที่ดีเรามารักษาความสะอาดรอบ ๆ บ้าน รอบ ๆ ที่จอดรถให้ดีจะได้ปลอดหนูอย่างยั่งยืนครับ

เครดิตภาพ http://car.kapook.com/view151786.html

Saturday, July 9, 2016

15 ทริคล้างจานกองโต ให้สะอาดเกลี้ยงในเวลาสั้น ๆ




วิธีล้างจานให้สะอาด แม้มีจาน-ชามกองโตเต็มอ่างล้างจาน ก็ไม่ต้องเครียด เพราะวันนี้เรามีทริคล้างจานมาฝาก ให้จานกองโตสะอาดเกลี้ยงไม่ต้องเสียเวลาล้างนาน

         เพิ่ง กินข้าวมาอิ่ม ๆ ก็อยากจะขอเอนหลังนั่งดูทีวีสักหน่อย แต่พอหันไปเห็นกองจานชามในอ่างล้างจานเท่านั้นแหละ เกิดดราม่าหาเรื่องผลัดทันที เอาอย่างนี้ดีกว่าไหน ๆ ก็หนีงานล้างจานไม่พ้นอยู่แล้ว กระปุกดอทคอมเลยรวมรวบนำเอาทริคล้างจาน ที่จะเปลี่ยนงานล้างจานยาก ๆ ให้ง่ายภายในพริบตามาฝากกันค่ะ ใครที่ไม่อยากเบื่อการล้างจานไปตลอดชีวิตก็นำไปใช้เลย !

1. จัดระเบียบเรียงลำดับจานชามให้เรียบร้อยก่อน

        กองจานชามที่วางกันยุ่งเหยิงก็มีส่วนทำให้เราเบื่องานล้างจานได้เลยนะจะบอก ให้ ทางที่ดีก่อนลงมือล้างจานทุกครั้ง แนะนำให้จัดระเบียบและแยกประเภทซะก่อน เช่น จานก็วางเรียงซ้อนกันในกองจาน ช้อน-ส้อมก็แช่อยู่ในที่ที่เดียวกัน หรืออาจจะแยกแก้วน้ำไว้ในตะกร้าแก้วต่างหากด้วยก็ได้ เมื่ออ่างล้างจานดูไม่ยุ่งเหยิงเราก็จะล้างจานได้ง่ายขึ้น

2. แช่จานให้คราบหนักหลุดก่อนล้าง

        ในส่วนของเครื่องครัวหรือจาน-ชามเปื้อนคราบหนักและล้างออกยากนั้น ควรนำไปแช่ไว้ในอ่างแยกที่ผสมน้ำเปล่าและน้ำยาล้างจานเอาไว้ก่อน เพื่อให้คราบกรังเหล่านั้นอ่อนตัวลงและง่ายต่อการล้างทำความสะอาดในภายหลัง แต่อย่าลืมกลับมาล้างด้วยนะคะ

3. สวมถุงมือล้างจาน ถนอมมือให้ยังคงสวยงาม

        สาว ๆ ที่ห่วงว่ามือคู่สวยจะพังเพราะล้างจาน ก็ไม่ต้องกลัวจนไม่ยอมล้างกันไปนะคะ เพราะแค่นำถุงมือยางมาสวมใส่ขณะล้างจาน ก็จะช่วยปกป้องมือสวย ๆ ของคุณให้ยังคงเนียนนุ่ม ไม่ถูกน้ำยาล้างจานทำลายอีกต่อไป

4. วางก้อนมะนาวกำจัดกลิ่นท่อ

        หลายคนไม่ชอบการล้างจานก็เพราะกลิ่นเหม็นที่ส่งตรงมาจากท่อน้ำทิ้งนี่แหละ แก้ไขได้ด้วยการนำมะนาวและเลมอนมาหั่นให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ จากนั้นนำไปใส่ไว้ในถาดทำน้ำแข็งหรือแม่พิมพ์ เทน้ำส้มสายชูตามลงไป และนำไปแช่ให้แข็งตัว เมื่อได้ก้อนมะนาวเรียบร้อยแล้วก็ให้นำไปวางไว้ที่ปากท่อน้ำทิ้งแล้วเทน้ำ อุ่นราดลงไปบนก้อนมะนาว เพียงเท่านี้กลิ่นเหม็นเน่าก็จะหายไป ล้างจานได้อย่างสบายใจไม่มีกลิ่นเป็นอุปสรรคแล้ว

5. ล้างแก้วน้ำเป็นอันดับแรก

        จะล้างจานทั้งทีมันก็ต้องทำให้ถูกขั้นตอนหน่อย สิ่งที่ควรล้างทำความสะอาดเป็นอันดับแรกนั่นก็คือ แก้วน้ำต่าง ๆ เพราะถ้าหากล้างจานเปื้อนก่อน จะทำให้คราบมันจากอาหารที่ติดอยู่กับฟองน้ำไปติดอยู่ที่แก้วน้ำได้ มิหนำซ้ำอาจทำให้มีกลิ่นคาวติดแก้วมาด้วยนะ

6. ล้างช้อน-ส้อมต่อจากแก้วน้ำ

        หลังจากที่ล้างแก้วน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้วก็อย่าเพิ่งหยิบจานมาล้างเลยทันที ควรจะล้างช้อน-ส้อมเป็นอันดับต่อไป ล้างให้สะอาดเกลี้ยงเกลาไร้คราบซะก่อน มิเช่นนั้นถ้าล้างช้อนส้อมในขั้นตอนสุดท้ายเลย คราบมันอาจติดที่ช้อน-ส้อมและเข้าสู่ร่างกายเมื่อนำไปใช้งานได้ค่ะ

7. เริ่มล้างจานที่สกปรกน้อยสุดก่อน

        หลังจากที่ล้างแก้วและช้อน-ส้อมเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็มาลงมือล้างจาน-ชามและเครื่องครัวต่อได้เลยค่ะ เพียงแต่จะต้องล้างไล่ล้างจานที่สกปรกน้อยที่สุดให้หมดก่อน แล้วค่อยเริ่มล้างทำความสะอาดจานที่เปื้อนคราบหนักหรือคราบกรังเป็นขั้นตอน สุดท้าย เพื่อไม่ให้รู้สึกท้อตั้งแต่เริ่มต้นและยังช่วยประหยัดน้ำยาล้างจานได้ด้วย

8. ล้างจานขณะทำอาหารไปด้วย

        ถ้าไม่อยากเป็นลมหงายผึ่งต่อหน้ากองจานหลังทำอาหารเสร็จ ก็เปลี่ยนเป็นล้างจานไปพร้อม ๆ กับการทำอาหารเลยสิคะ จะได้ไม่เป็นภาระหนักในตอนสุดท้าย อย่างเช่น อาหารประเภทไหนต้องใช้เวลานานในการเคี่ยวทิ้งไว้ก็สามารถหันล้างจานพราง ๆ ก่อน หรือหลังจากใช้เขียงหั่นเสร็จแล้วก็ให้ล้างเลยทันที

9. แช่รอยดำไหม้ในน้ำเย็น

        เสียเวลาขัดรอยไหม้กรัง ๆ ไปก็เปล่าประโยชน์ เพราะนอกจะไม่ได้ผลแล้วแถมยังเมื่อยมืออีกต่างหาก ทางที่ดีเราขอแนะนำให้แช่อุปกรณ์ครัวที่มีรอยไหม้ลงในน้ำเย็นที่ผสมเกลือ ประมาณ 2-3 ช้อนโต๊ะ แล้วแช่ทิ้งไว้ทั้งคืน จากนั้นนำหม้อและน้ำที่อยู่ในหม้อนั้นไปต้มให้เดือด เทน้ำทิ้ง เทน้ำส้มสายชูกับเบกกิ้งโซดาลงไป เพื่อช่วยให้การล้างในขั้นตอนสุดท้ายง่ายยิ่งขึ้น

10. ใช้น้ำเย็นล้างคราบนม เนย ชีส และแป้ง

        อย่าคิดว่าจาน-ชามและเครื่องครัวต่าง ๆ จะล้างด้วยวิธีเดียวกันหมดนะคะ ส่วนจาน-ชามที่เปื้อนอาหารประเภท นม เนย และแป้งก็ใช้น้ำเย็นที่ผสมน้ำยาล้างเพื่อล้างทำความสะอาดออกเท่านั้นคราบถึง จะออกจริง เพราะถ้าหากใช้น้ำร้อนล้าง คราบเหล่านั้นก็จะยิ่งเหนียวข้นขึ้นและเกาะติดจานทำให้ล้างออกยากขึ้น

11. เปิดเครื่องปั่นให้ทำงาน ก็เท่ากับล้างทำความสะอาดแล้ว

        อย่าเสี่ยงล้วงมือลงไปล้างภายในโถเครื่องปั่นเลย เพราะถ้าหากพลาดเข้าเจ้าใบมีดคม ๆ อาจจะบาดมือเอาได้ แนะนำให้เทน้ำเปล่าและน้ำยาล้างจานลงในโถปั่น จากนั้นเปิดเครื่องให้ทำงาน บรรดาคราบสกปรกก็จะถูกปั่นและกระจายตัวหลุดออกจากโถ จากนั้นก็เขย่าน้ำสะอาดและเททิ้งก็เป็นอันเรียบร้อย

12. ใช้น้ำอุ่นล้างแก้วน้ำ

        เช่นกันค่ะ หากสิ่งของที่อยู่ในอ่างล้างจานนั้นเป็นแก้วคริสตัลอย่างดี เราไม่ควรนำไปล้างกับน้ำร้อนโดยเด็ดขาด เพราะน้ำร้อนจะเข้าไปทำลายเนื้อแก้วจนเสียหาย ทางที่ดีควรเปลี่ยนมาล้างในน้ำอุ่นที่มีอุณหภูมิพอเหมาะ เพราะมันจะช่วยให้แก้วใบสวยของคุณสะอาดใสกิ๊ง โดยไม่มีรอยขีดข่วน

13. วางฝาในถุงซักผ้าหลังล้าง ไม่ต้องกลัวฝาหาย

        หลายคนคงเบื่อกับการล้างฝาขวด ฝากระป๋อง ฝาถ้วย และฝาอื่น ๆ อีกมากมาย เพราะมันมักจะหล่นหายหลังล้างเสร็จ งั้นต่อไปนี้หลังล้างฝาเสร็จทุกครั้งให้นำฝาทั้งหมดใส่ลงในถุงซักผ้า แล้ววางให้สะเด็ดน้ำบนตะแกรง เพียงเท่านี้ฝาก็ไม่หล่นหายไปไหนแล้วล่ะ

14. หนังยารัดแก้ว จับได้ถนัดมือ

        เมื่อไรที่มือใหม่หัดล้างลงมือล้างแก้วปั๊บ เราก็จะได้ยินเสียงแตกดัง "เพล้ง !!!" ปุ๊บ แต่ไม่ต้องห่วงไปค่ะ เพราะแค่นำหนังยาที่ใช้รัดถุงแกงมารัดแก้วเอาไว้สัก 2 เส้น ก็จะทำให้เกิดแรงเสียดทาน คราวนี้จะจับแก้วกี่ครั้งก็ยังอยู่ติดมือ ไม่ลื่นหยุดมือหล่นแตกตอนล้างจานอีกต่อไป

15. ผสมน้ำยาล้างจานให้ล้างได้นานขึ้น

        เดี๋ยวนี้ข้าวของเครื่องใช้ต่างพากันขึ้นราคาไม่เว้นแม้แต่น้ำยาล้างจาน ฉะนั้นเราจึงต้องใช้อย่างประหยัด โดยการผสมน้ำยาล้างจานจำนวนหนึ่งหรือประมาณ 1 ช้อนโต๊ะกับน้ำเปล่า 1 ถ้วยแล้วตีให้เกิดฟอง แล้วค่อยนำฟองน้ำมาจุ่มเพื่อล้างจาน น้ำยาล้างจานในถ้วยนี้ทำให้เราล้างจานได้มากขึ้นแถมยังสะอาดเกลี้ยงเกลา เหมือนเดิมด้วย

        อย่าง ที่บอกไปว่าไม่มีใครหนีงานบ้านโดยเฉพาะการล้างจานพ้นหรอกค่ะ ในเมื่อไม่ชอบล้างจานแต่ก็ต้องล้างอยู่ดี เราจึงนำเอาทริคล้างจานดี ๆ แบบนี้มาฝากเพื่อให้คนที่เบื่อการล้างจานได้นำเอาไปใช้กันค่ะ แล้วจะรู้ว่าการล้างจานมันไม่ได้ยากอย่างที่คิดไว้

ขอขอบคุณข้อมูลจาก  buzzfeed, Redefinedmom และ Viralnova
http://home.kapook.com/view150252.html
เครดิตภาพ  http://home.kapook.com/view150252.html

Friday, July 8, 2016

15 วิธีแก้หิวแบบไม่ต้องหยิบอาหารเข้าปาก ควบคุมความอยากกินได้อยู่หมัด !




วิธีแก้หิวแบบไม่ต้องรับประทานอาหารอะไร ถ้าไม่อยากอ้วนเพราะเผลอกินไม่ยั้งตอนหิว ๆ กิจกรรมเหล่านี้ช่วยคุณได้

          สำหรับคนที่กำลังลดน้ำหนัก นอกจากจะต้องควบคุมเรื่องอาหารที่กินเข้าไปแล้ว ต้องระวังเรื่องความหิวที่อาจพังแผนการลดน้ำหนักได้ทุกเมื่อ เพราะเวลาหิวจัดขึ้นมาเมื่อไรเราจะเผลอทานอาหารเยอะขึ้น และมักเลือกทานอาหารที่มีไขมันสูงแบบไม่รู้ตัวซะด้วย ดังนั้นจึงต้องคอยควบคุมความหิวและความอยากอาหารให้ดี แต่ถ้าคุณเป็นคน หนึ่งที่หิวบ่อย ประเภทที่ว่าเพิ่งทานไปหยก ๆ แป๊บเดียวก็หิวอีก ลองมาจัดการกับความหิวแบบไม่ต้องจบด้วยการกินอาหาร ด้วย 15 วิธีแก้หิวที่ทำได้ง่าย ๆ

1. ทำสมาธิ

          ความเครียดก่อให้เกิดอาการหิวได้ ซึ่งจะนำมาสู่ความอ้วนที่ไม่สิ้นสุด เพราะยิ่งเครียดเราก็ยิ่งอยากกินของหวานเพื่อดับอารมณ์ ฉะนั้นเราต้องแก้ปัญหาที่ต้นเหตุค่ะ ด้วยการทำให้จิตใจผ่อนคลายลง และการทำสมาธินี่ล่ะดีที่สุด ฝึกหายใจเข้า-ออก หรือนั่งสมาธิสัก 5-10 นาที รับรองว่าหายเครียดแล้วจะหายหิวไปด้วยอย่างแน่นอน

2. ออกกำลังกาย

          ใครที่คิดว่าออกกำลังกายยิ่งจะทำให้หิว ขอให้เปลี่ยนความคิดเลย เพราะจริง ๆ แล้วการออกกำลังกายจะช่วยทำให้เราหายหิวได้ โดยการศึกษาจากมหาวิทยาลัยราฟลา (Loughborough University) ในประเทศอังกฤษ พบว่า การวิ่งออกกำลังกายจะช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมนความอิ่ม เปปไทด์ YY (Peptide YY) และลดระดับฮอร์โมนความหิว เกรลิน (Ghrelin) แถมยังช่วยเพิ่มการเผาผลาญในร่างกายได้อีกด้วย หรือถ้าไม่อยากวิ่ง จะลองฝึกโยคะดูก็ได้ เพราะการเล่นโยคะก็ยังช่วยลดความหิวและควบคุมการรับประทานอาหารได้ดียิ่งขึ้นด้วยเช่นกัน

3. อ่านหนังสือ

          สำหรับหนอนหนังสือทั้งหลายก็คงจะรู้กันดีอยู่แล้วว่าเวลาที่อ่านหนังสือ จะช่วยให้เราเราเลิกสนใจสิ่งต่าง ๆ ได้ แม้แต่ความรู้สึกหิว ฉะนั้นจงใช้ข้อดีนี้ให้เป็นประโยชน์ค่ะ ลองพกหนังสือติดตัวไปไหนมาไหน หิวเมื่อไหร่ก็หยิบขึ้นมาอ่านเพลิน ๆ แค่นี้ก็ลืมหิวไปได้เลย แต่ขอแนะนำนะคะว่าหนังสือที่อ่านควรเป็นหนังสือที่คุณสนใจ และอย่าเป็นหนังสือเกี่ยวกับอาหารเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นยิ่งจะหิวกว่าเดิมแน่ ๆ

4. แปรงฟัน

          อาจจะดูไม่น่าเชื่อ แต่การแปรงฟันจะช่วยลดความอยากอาหารได้ค่ะ แถมยังช่วยดับความหิวได้แบบเฉียบพลันอีกด้วย นั่น ก็เป็นเพราะรสชาติของยาสีฟันจะทำให้เรารู้สึกกินอะไรก็ไม่อร่อย เราจึงไม่ค่อยอยากรับประทานอาหาร ซึ่งวิธีนี้ไม่ได้แค่ช่วยดับความหิวอย่างเดียว แต่ยังช่วยควบคุมไม่ให้เราหิวบ่อยด้วย ใครที่กำลังลดน้ำหนักลองพกแปรงสีฟันกับยาสีฟันไปไว้ในกระเป๋าด้วยก็ดีเหมือนกันนะ

5. โทรศัพท์หาใครสักคน

          คราวหน้าถ้ารู้สึกหิว ลองโทรศัพท์หาใครสักคนที่คุณคิดถึงหรือนึกถึง ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน หรือคนในครอบครัว เพราะจะช่วยให้คุณลืมเรื่องความหิวไปได้สักพักหนึ่งเลยล่ะ อีกทั้งการได้พูดคุยกับคนที่คุณคิดถึงจะยิ่งส่งผลให้สมองหลั่งฮอร์โมนความ สุข (Oxytocin) มากขึ้น ทำให้ความเครียดลดลง และเมื่อไม่เครียดก็จะไม่หิวค่ะ

6. เล่นเกม

          วิธีแก้หิวง่าย ๆ แค่เพียงเล่นเกม ซึ่งนอกจากจะช่วยผ่อนคลายความเครียดแล้ว การเล่นเกมยังทำให้ลืมความหิวด้วย เนื่องจากเมื่อเราเล่นเกม สมองของเราจะให้ความสนใจกับเกมมากกว่าความรู้สึกหิว แต่ขอแนะนำว่าอย่าเล่นมากเกินไป จนลืมรับประทานอาหาร หรือไม่ยอมหลับยอมนอนล่ะ ไม่อย่างนั้นสุขภาพพังแน่ค่ะ

7. งีบหลับ

          หากเลิกนึกถึงความหิวไม่ได้ ขอแนะนำให้นอนหลับสักงีบเลยค่ะ เพราะในช่วงเวลาที่นอนหลับ กรดในกระเพาะอาหารจะลดลง เมื่อตื่นขึ้นมาก็จะไม่รู้สึกหิว แถมยังรู้สึกกระปรี้กระเปร่ามากขึ้นอีกด้วย เป็นการเติมพลังให้กับร่างกายโดยไม่ต้องพึ่งอาหารเลย

8. กำหมัดแน่น ๆ

          จากการศึกษาซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Consumer Research พบว่า การบีบรัดกล้ามเนื้อส่วนใดส่วนหนึ่งในร่างกาย จะช่วยให้ควบคุมการรับประทานอาหารได้ดียิ่งขึ้น โดยนักวิจัยได้สันนิษฐานว่าอาจเป็นเพราะสมองของเราเพ่งความสนใจไปที่กล้ามเนื้อส่วนนั้นมากกว่าความรู้สึกหิว และ วิธีการกำหมัดแน่น ๆ นี่ล่ะ เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการบีบรัดกล้ามเนื้อ ดังนั้นถ้าอยากควบคุมความหิวได้ลองกำหมัดแน่น ๆ เวลาหิวดูก็ไม่เสียหายนะคะ

9. ดูคลิปวิดีโอตลก ๆ

          สารเซโรโทนิน (Serotonin) หรือฮอร์โมนความสงบ ผ่อนคลาย มีส่วนสำคัญในการช่วยลดความอยากอาหารได้ โดยนักวิทยาศาสตร์ชาวบราซิลเผยว่า การหัวเราะจะช่วยให้สารเซโรโทนินหลั่งออกมามากขึ้น และความหิวก็จะลดลง รู้แบบนี้แล้วคราวหน้าถ้ารู้สึกหิวลองหาคลิปวิดีโอตลก ๆ มาดู จะได้หายหิวและอารมณ์ดีไปพร้อม ๆ กัน

10. ใช้กลิ่นเข้าช่วย

          กลิ่นสามารถช่วยลดความอยากอาหารได้อย่างน่าอัศจรรย์ โดยเฉพาะกลิ่นสะระแหน่ กลิ่นกล้วย กลิ่นแอปเปิลเขียว หรือกลิ่นวานิลลานั้นจะช่วยให้สมองสั่งการให้เกิดความความรู้สึกอิ่มได้ เพราะเมื่อเราได้กลิ่น สมองก็จะรับรู้เหมือนว่าเรากำลังรับประทานอาหาร หรือจะใช้กลิ่นจากน้ำมันหอมระเหยจากผลไม้สดก็ช่วยได้ทั้งนั้น เป็นการลดความหิวที่น่าสนใจไปอีกแบบเลยล่ะ

11. ลุกขึ้นเดินไป-มา

          สำหรับมนุษย์ออฟฟิศที่ต้องนั่งทำงานตลอดทั้งวัน รู้ไหมว่าการนั่งนาน ๆ จะยิ่งจะทำให้รู้สึกหิว และกลายเป็นสาเหตุทำให้คุณกินจุบจิบมากขึ้น โดยการศึกษาจากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐมิสซูรี เผยว่า การอยู่กับที่โดยไม่ค่อยได้เคลื่อนไหวร่างกายจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น 26% ส่งผลให้รู้สึกหิวบ่อย วิธีแก้ไขก็ไม่ยาก แค่ลุกขึ้นจากโต๊ะแล้วเดินไปเดินมาบ้าง และอย่านั่งติดโต๊ะจนเกินไป เท่านี้ความหิวที่ทำให้กินจุบจิบก็จะไม่มารบกวน

12. ช่วยเหลือผู้อื่น

          นับเป็นวิธีแก้หิวดี ๆ ที่ได้ประโยชน์ทั้งทางร่างกายและจิตใจ เพราะความรู้สึกอิ่มเอมจากการได้ช่วยเหลือผู้อื่นจะช่วยให้ร่างกายหลั่ง ฮอร์โมนความอิ่มมากขึ้น และช่วยให้ความเครียดลดลง ซึ่งการช่วยเหลือง่าย ๆ อย่างเช่น การช่วยคนแก่ข้ามถนน ช่วยถือของ ได้ผลดีแบบสองต่ออย่างนี้ แล้วจะมัวรออะไรกันอยู่ล่ะ !

13. ออกไปรับแสงแดด

          แสงแดดเป็นตัวช่วยชั้นดีในการลดระดับฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ในร่างกาย ซึ่งเจ้าฮอร์โมนชนิดนี้เป็นฮอร์โมนความเครียดที่จะส่งผลให้เกิดความหิว ฉะนั้นถ้าอยากจัดการกับความหิว และความเครียดไปพร้อม ๆ กัน ก็ลองไปยืนที่หน้าต่างซึ่งมีแสงแดดส่อง หรือออกไปเดินสูดอากาศเพื่อรับแสงแดด แต่ก็อย่าไปในช่วงที่แดดแรง ๆ นะคะ ไม่อย่างนั้นอา

14. ดื่มชา หรือน้ำเปล่า

          ถ้าคุณรู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถต้านทานกับความรู้สึกหิวได้ ขอแนะนำให้ดื่มชาหรือน้ำเปล่าแทนการรับประทานอาหาร ซึ่งการดื่มน้ำเปล่าเข้าไปจะช่วยเติมช่องว่างในกระเพาะอาหาร และทำให้หิวน้อยลง หรือ ถ้าดื่มชาอุ่น ๆ อาทิ ชาอู่หลง ชาเขียว หรือชาดำ ก็จะช่วยเพิ่มการเผาผลาญ และลดระดับน้ำตาลในเลือด ทำให้รู้สึกอิ่ม และไม่หิวง่ายอีกด้วย ทั้งนี้ ก็ควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง หรือการเติมนม เติมน้ำตาล ลงไปในชานะ ไม่อย่างนั้นละก็ อ้วนแน่ !

15. รัดเข็มขัดให้แน่นขึ้น


          หากรู้สึกว่าวิธีแก้หิวที่ผ่านมาไม่ได้ผลกับคุณสักเท่าไร ขอแนะนำวิธีสุดท้ายที่ง่ายที่สุด นั่นก็คือการรัดเข็มขัดให้แน่นขึ้นค่ะ เพราะการรัดเข็มขัดให้แน่นจะทำให้คุณรู้สึกอึดอัดและไม่อยากรับประทานอะไร แถม ยังช่วยกระตุ้นให้คุณคิดอยู่เสมอว่าคุณกำลังอยู่ในช่วงลดน้ำหนัก วิธีนี้ถือเป็นวิธีหักดิบแก้หิวได้ดีไม่น้อย แต่ก็อย่ารัดแน่นเกินไปจนหายใจไม่ออกนะ เดี๋ยวจะเป็นลมไปเสียก่อนค่ะ

          ความหิวสามารถจัดการได้แม้ไม่ต้องรับประทานอาหารก็จริง แต่ก็ไม่ควรใช้วิธีแก้หิวเหล่านี้เพื่อการอดอาหารนะคะ เพราะไม่ว่าอย่างไรการอดอาหารก็ไม่ใช่เรื่องที่ดี แถมยังทำให้หิวมากขึ้นอีกด้วย ดังนั้นถ้ารู้สึกว่าตัวเองไม่ไหวจริง ๆ ก็ควรจะรับประทานอาหาร โดยไปเน้นที่การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และมีไฟเบอร์สูงแทน จะได้อิ่มท้องนานขึ้น ไม่ต้องกลัวว่าจะหิวบ่อย หรือกินจุบจิบจนทำให้อ้วน และถ้าหากคุณเกิดหิวในมื้อดึก ใช้วิธีเหล่านี้แล้วไม่ได้ผลก็ลองมาดูว่า หิวตอนดึก กินอะไรดี นี่สิ 5 อาหารแคลอรีต่ำ แก้นอนไม่หลับก็ได้ด้วย รับรองว่าอิ่มสบายท้อง หลับฝันดีแน่นอนค่ะ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
prevention
tinytard 
wikihow
builtlean
http://health.kapook.com/view152039.html