Wednesday, July 6, 2016

นี่สิดีจริง ! ยูโรเปียนแพร์ ช่วยดูแลหัวใจให้แข็งแกร่ง ผลไม้มาแรงที่ใคร ๆ ก็ทาน




        ใคร ๆ ก็ทราบดีว่าผลไม้มีดีกับสุขภาพขนาดไหน แต่ถ้าถามว่ามีผลไม้ชนิดไหนบ้างนะที่ทานแล้วทั้งช่วยบำรุงหัวใจ ลดคอเลสเตอรอล เสริมภูมิคุ้มกัน ลดความดันโลหิต แถมยังต้านอนุมูลอิสระได้อีก ประโยชน์จัดเต็มขนาดนี้ต้องยกให้ซูเปอร์ฟู้ดอย่าง "ยูโรเปียนแพร์" เขาล่ะ

          และสิ่งที่ทำให้ผลไม้เมืองหนาวที่เรารู้จักกันอย่างดีอย่าง "แพร์" หรือ "ยูโรเปียนแพร์ (European Pear) เป็น ผลไม้ที่อุดมไปด้วยคุณค่านานัปประการแบบนี้ เป็นเพราะยูโรเปียนแพร์มีเส้นใยสูง มีวิตามิน และแร่ธาตุต่าง ๆ มากมาย จึงมีสรรพคุณหลากหลาย  และดีต่อสุขภาพอย่างที่สุด

          เอาล่ะ...คราวนี้เรามาดูสารอาหารสำคัญที่มีอยู่ในผลไม้อย่าง “ยูโรเปียนแพร์”กันบ้างดีกว่า

เพคติน

          เพคตินเป็นไฟเบอร์ชนิดหนึ่งที่พบมากในยูโรเปียนแพร์ เป็นไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำ (Water-Soluble Fiber) ที่นอกจากจะดีต่อระบบทางเดินอาหารตรงที่ช่วยแก้ท้องผูกแล้ว ก็ยังช่วยป้องกันภาวะคอเลสเตอรอลสูง โรคหัวใจ และโรคความดันโลหิตสูงได้ด้วย เนื่องจากเพคตินสามารถดักจับคอเลสเตอรอลที่ได้จากกระบวนการย่อยสลาย ไขมันในทางเดินอาหาร ก่อนถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย และยังขัดขวางการดูดซึมของไขมันไม่ให้เข้าสู่กระแสเลือดได้ง่าย ๆ อีกด้วย

วิตามินซี

          ประโยชน์ของวิตามินซีนอกจากจะช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระแล้ว วิตามินซียังช่วยยับยั้งการทำงานของคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) ทำให้เส้นเลือดไม่อุดตัน ทั้งยังลดการเกาะตัวของไขมันที่ผนังหลอดเลือด และเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมระดับคอเลสเตอรอลในร่างกาย จึงช่วยเพิ่มความต้านทานต่อโรคหัวใจได้อีกด้วย

          เห็นประโยชน์จัดเต็มของ "ยูโรเปียนแพร์" กันแล้ว คงไม่น่าแปลกใจหากใคร ๆ จะยกให้ผลไม้ชนิดนี้เป็นผลไม้ที่ควรทานเพื่อสุขภาพที่ดี เพราะการดูแลสุขภาพร่างกายเป็นสิ่งสำคัญมากนะคะ โดยเฉพาะการดูแลหัวใจ อวัยวะสำคัญของร่างกายก็ยิ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม ซึ่ง "ยูโรเปียนแพร์" เป็นผลไม้ที่ช่วยบำรุงและดูแลหัวใจ จึงเป็นตัวช่วยให้เราใส่ "ใจ" หัวใจของเราได้ง่าย ๆ อีกทางหนึ่ง ลองหามาทานกันนะ

Ref.
http://usapears.org/heart-disease-and-stroke/
http://authoritynutrition.com/foods/pears
http://www.medicalnewstoday.com/articles/285430.php
http://www.aperfectpear.com/health-benefits-of-pears.html
http://health.kapook.com/view151972.html
เครดิตภาพ   http://health.kapook.com/view151972.html

Tuesday, July 5, 2016

10 ต้นไม้มงคลปลูกหน้าบ้าน ความหมายดีที่คนนิยมปลูก




ต้นไม้มงคลปลูกหน้าบ้าน ต้นไม้จัดสวนหน้าบ้านที่เขาว่าปลูกแล้วดี ช่วยเสริมสิริมงคลให้กับชีวิต นำโชคลาภมาให้แก่คนในบ้าน มาดูต้นไม้มงคลปลูกหน้าบ้าน ไว้จัดสวนหน้าบ้านกันเลย

        ต้นไม้มงคล ถ้าจะให้ดีก็ต้องปลูกในตำแหน่งที่เหมาะด้วย อย่างเช่นต้นไม้มงคลเหล่านี้ที่เหมาะแก่การปลูกไว้หน้าบ้าน สำหรับคนที่กำลังมองหาต้นไม้จัดสวนหน้าบ้าน มาดูไปพร้อม ๆ กันเลยว่ามีต้นไม้มงคลปลูกหน้าบ้านต้นไหนบ้างที่น่าปลูกสำหรับเรา ปลูกแล้วจะให้โชคลาภหรือเสริมสร้างสิริมงคลกับชีวิตในด้านไหนบ้าง

1. มะยม

        บ้านไหนที่ปลูกมะยมไว้หน้าบ้านจะทำให้มีแต่คนนิยมชมชอบ มีเมตตามหานิยม และเสริมสร้างเสน่ห์ให้มีแต่คนยกย่อง อีกทั้งยังช่วยป้องกันภูตผีปีศาจและสิ่งชั่วร้ายไม่ให้เข้ามาในบ้านอีกด้วย ในพิธีสำคัญ ๆ ก็จะนำกิ่งมะยมมาใช้เพื่อความเป็นสิริมงคล สามารถขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดลงในดินร่วนซุยหรือจะตอนกิ่ง นอกจากนี้มะยมเป็นพืชที่ชอบอยู่กลางแจ้ง ดูแลรักษาง่าย และไม่มีเรื่องศัตรูพืชให้กวนใจ

2. มะม่วง

        ต้นไม้มงคลที่คนไทยโบราณส่วนใหญ่นิยมนำมาปลูกไว้ที่หน้าบ้าน เพื่อป้องกันและขับไล่อันตรายจากสิ่งไม่ดีให้ออกไป ทั้งยังเชื่อว่าต้นมะม่วงจะช่วยส่งเสริมให้ฐานะของคนในบ้านเจริญรุ่งเรือง เงินทองไหลมาเทมา สามารถขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดและตอนกิ่ง เป็นไม้ที่ชอบแดด และเจริญเติบโตได้ดีในช่วงหน้าฝน

3. กล้วย

        นอกประโยชน์ของต้นกล้วยจะมีมากมาย สามารถนำมาใช้ประโยชนได้ทุกส่วนแล้ว การนำต้นกล้วยมาปลูกไว้ที่หน้าบ้าน ยังช่วยให้ชีวิตราบรื่นในทุก ๆ ด้าน รวมไปถึงเรื่องการงาน หากคิดหวังสิ่งใดเอาไว้ก็จะได้สมความตั้งใจ โดยขยายพันธุ์ได้ด้วยการแยกหน่อและนำเหง้ามาปลูกใหม่ ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดสำหรับคนทั่วไป ดูแลง่ายแต่อย่าปล่อยให้ขาดน้ำ

4. ทับทิม

        เพราะเป็นต้นไม้ที่สื่อถึงการเกิดของชีวิตและความอุดมสมบูรณ์ ทับทิมจึงนิยมนำมาปลูกไว้หน้าบ้านเพื่อป้องกันอันตรายจากสิ่งชั่วร้ายที่จะ เข้ามาในบ้าน และยังมีการนำใบต้นทับทิมมาพรมน้ำมนต์ให้แก่คนในบ้านหลังกลับจากเดินทางไกล และงานศพ ทั้งยังมีการนำไปใช้ประกอบพิธีต่าง ๆ เพื่อความเป็นสิริมงคล ทับทิมนิยมปลูกโดยการเพาะต้นกล้าจากเมล็ด ชอบน้ำปานกลาง รดน้ำเพียงสัปดาห์ละ 3 ครั้งก็พอ และให้ปุ๋ยปีละ 2 ครั้ง

  
5. ต้นราชพฤกษ์หรือต้นคูน

        หากนำมาปลูกไว้หน้าบ้านก็จะนำแต่ความเป็นสิริมงคลมาให้กับคนในบ้าน อีกทั้งยังส่งเสริมให้ชีวิตของคนในบ้านก้าวหน้าและเจริญรุ่งเรืองเป็นทวีคูณ เสริมบารมี เกียรติยศ และชื่อเสียงด้วย ปลูกโดยการใช้เมล็ดจะเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด ให้เลือกเมล็ดจากฝักแก่ ๆ มาปลูกจะได้ผลดี ชอบน้ำน้อย และแสงแดดจัด

6. ไผ่สีสุก

        หากบ้านไหนนำไผ่สีสุกมาปลูกไว้ที่หน้าบ้านจะช่วยให้คนในบ้านมั่งมีศรีสุข ร่ำรวยเงินทอง ประสบความสำเร็จกันถ้วนหน้า และถ้าจะให้ดีแนะนำให้ปลูกในวันเสาร์ ด้วยการปักชำลงในดินที่อุดมสมบูรณ์ ระบายน้ำได้ดี ดูแลรักษาโดยการใสปุ๋ยคอกและคอยกำจัดศัตรูพืชอยู่ตลอด

7. ต้นเข็ม

        อีกหนึ่งต้นไม้มงคลชื่อดัง ที่เรารู้จักกันดีว่าเป็นสัญลักษณ์ของการไหว้ครูนั่นก็คือ ต้นเข็มหรือดอกเข็ม หากนำมาปลูกไว้ที่หน้าบ้านก็จะทำให้คนในบ้านมีปัญญาหลักแหลม รอบรู้ เฉลียวฉลาด และมีไหวพริบที่ดี ปลูกด้วยการเพาะเมล็ดและปักชำ ลงในดินร่วนหรือดินเหนียวปนทราย ต้องการน้ำปานกลาง และชอบแสงมาก

8. ชวนชม

        ต้นไม้มงคลที่ปลูกหน้าบ้านแล้ว จะทำให้คนในบ้านเป็นที่นิยมชมชอบ มีเสน่ห์ดึงดูดคนรอบข้าง และยังเป็นสิริมงคลอีกด้วย วิธีการปลูกให้ปลูกด้วยการนำหัวมาฝั่งลงในดินและกลบด้วยกากมะพร้าว รดน้ำแค่สัปดาห์ละ 2 ครั้ง ให้น้ำหมักเพื่อเร่งรากและให้ออกดอกไว ๆ

9. โป๊ยเซียน

        คนไทยโบราณเชื่อกันว่า โป๊ยเซียน เป็นต้นไม้แห่งเทพที่ช่วยคุ้มครองคนในบ้านให้อยู่เย็นเป็นสุข หากบ้านไหนที่นำมาปลูกก็จะมีแต่ความมั่งคั่ง และถ้าต้นโป๊ยเซียนออกดอก 8 ดอกขึ้นไป ก็หมายความว่าจะมีเงินทองไหลมาเทมา มีใช้ไม่ขาดมือ ขยายพันธุ์โดยปักชำกิ่ง ตอนกิ่ง และเพาะเมล็ด ลงในดินร่วนซุยที่ระบายน้ำได้ดี ควรรดน้ำเพียงสัปดาห์ละ 1 ครั้ง และวางให้อยู่ในที่ที่มีแดดรำไร

10. มะขาม

        ต้นไม้มงคลขนาดใหญ่ที่ให้ร่มเงาและออกผลให้เก็บกิน หากนำมาปลูกไว้ที่หน้าบ้านก็จะทำให้มีแต่คนเกรงขาม ผู้คนต่างพากันยกย่อง และปกป้องคนในบ้านจากจากสิ่งไม่ชั่วร้าย ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดหรือตอนกิ่ง ดูแลไม่ยาก และชอบแดดจัด 

        ต้นไม้มงคลปลูกหน้าบ้าน ต้นไม้จัดสวนหน้าบ้านที่ควรปลูกไว้ หากกำลังหาต้นไม้จัดสวนอยู่พอดี ต้นไม้มงคลปลูกหน้าบ้านเหล่านี้ ก็ถือเป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อยเลยล่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก Puechkaset, thaikasetsart, rakbankerd, pukpik, farmkaset, thaiddns, modernfs, ต้นไม้ดอกไม้ และ Ecarddesignanimation
เครดิตภาพ  http://home.kapook.com/view150875.html

Monday, July 4, 2016

เดินให้มากขึ้น 10 นาทีต่อวัน แล้วสิ่งมหัศจรรย์จะเกิดขึ้นกับตัวเอง !




  เดินออกกำลังกาย หรือเดินเล่นให้มากกว่าที่เคยทำมา เชื่อไหมว่าสิ่งดี ๆ ก็จะเกิดขึ้นกับชีวิตคุณได้ง่าย ๆ แค่ก้าวขาออกเดินเท่านั้นเอง

          ลองมาคิด ๆ ดู วันหนึ่งนี่เรานั่งกันมากกว่าเดินอีกนะคะ แถมบางคนก็นั่งทีน้านนาน โดยเฉพาะคนที่ต้องขับรถไปไหนมาไหน คนที่ต้องนั่งรถเมล์มาทำงาน เจอรถติดกันทีเป็นชั่วโมง ครั้นถึงออฟฟิศก็นั่งทำงานยาว ๆ กันไปอีกไม่ต่ำกว่า 7 ชั่วโมงต่อวัน แล้วไหนจะนั่งรถกลับบ้านหลังเลิกงานกันอีกล่ะ แค่คิดก็เมื่อยแล้วนี่พูดจริง
         
          งั้นเอาเป็นว่านับจากนี้ไปเรามาลุกเดินกันเถอะ ! เพราะแค่เราเดินให้มากขึ้น 10 นาทีต่อวัน สิ่งมหัศจรรย์ตามนี้ก็จะเกิดขึ้นกับเราแล้ว

1. บำรุงหัวใจ

          การเดินช่วยบำรุงสุขภาพหัวใจได้มากมายนัก ทั้งช่วยลดความดันโลหิต ช่วยคงสมดุลระดับน้ำตาลในเลือด และช่วยลดคอเลสเตอรอล ซึ่งนับว่าช่วยลดปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจได้ทุกเม็ดเลยทีเดียว

2. ช่วยพัฒนาการทำงานของประสาทและสมอง

          อย่าเพิ่งเข้าใจว่าการเดินจะช่วยเพิ่ม IQ ให้เราได้ เพราะจริง ๆ แล้วสิ่งที่การเดินช่วยได้ก็คือ ช่วยเพิ่มสมาธิ ช่วยให้เราได้มีเวลาเรียบเรียงข้อมูลในสมอง และช่วยให้เรามีโอกาสรับรู้สิ่งต่าง ๆ รอบตัวได้อย่างละเอียดถี่ถ้วนมากขึ้น

          นอกจากนี้การเดินออกกำลังกายยังกระตุ้นการหลั่งสาร BDNF (Brain-derived neurotrophic factor) หรือสารกระตุ้นเซลล์สมอง ซึ่งจะช่วยบำรุงรักษาเซลล์สมองที่มีอยู่เดิมให้แข็งแรงดี และทำให้เกิดการแตกสาขาของเซลล์ประสาทในสมองขึ้นมาใหม่ ที่ในทางการแพทย์เชื่อว่า สารนี้มีความสำคัญต่อกระบวนการเรียนรู้ และความจำของคนเรา

3. ช่วยลดความเครียด

          การเดินออกกำลังกายจะกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารเอ็นดอร์ฟินออกมา ทำให้เรารู้สึกดีขึ้น ความเครียดที่มีอยู่ก็จะบรรเทาลง อีกทั้งการเดินยังช่วยเพิ่มสมาธิ เรียกสติให้เราได้ดีอีกด้วยนะคะ

4. บำรุงกระดูก

          หนึ่งในวิธีบำรุงกระดูกให้แข็งแรงก็คือการเดินนี่แหละค่ะ เพราะการเดินจัดเป็นวิธีออกกำลังกายแบบมีแรงต้าน เปิดโอกาสให้เราได้ใช้กล้ามเนื้อ และกระดูกตั้งแต่หัวจรดเท้า (ต้านกับแรงโน้มถ่วงของโลก) ลดโอกาสที่กระดูกจะเสื่อมสภาพจากการไม่ใช้งาน อีกทั้งหากเดินเป็นประจำก็จะทำให้กระดูกหนาแน่นและแข็งแรงยิ่งขึ้นด้วย

5. ช่วยลดน้ำหนัก

          แค่ขยับก็เท่ากับออกกำลังกาย และการเดินที่เป็นการออกกำลังกายไม่หวือหวามากก็ช่วยเบิร์นได้ถึง 50 กิโลแคลอรีต่อ 10 นาทีเชียวล่ะค่ะ ดังนั้นใครอยากลดน้ำหนัก โดยเฉพาะคนที่มีน้ำหนักเกินมาก ๆ การเดินก็เป็นทางเลือกลดความอ้วนที่น่าลองไม่เบา

6. แก้นอนไม่หลับ

          การเดินออกกำลังกายตอนเย็นขณะที่แสงแดดอ่อน ๆ จะช่วยแก้นอนไม่หลับได้ดี เพราะการออกกำลังกายด้วยการเดินจะช่วยให้จิตใจสงบขึ้น บวกกับความรู้สึกเหนื่อยจากการออกกำลังกายก็จะผลักดันให้เรานอนหลับได้ง่าย ขึ้นด้วย

7. ช่วยให้เลือดไหลเวียนสะดวก

          ในขณะที่เราเดิน หลอดเลือดจะขยายและหดตัว สลับกันอย่างนี้เรื่อย ๆ ส่งผลให้การไหลเวียนของเลือดเป็นไปได้ดี ทั้งยังช่วยลดความดันโลหิตลงได้ ที่สำคัญหากเดินได้ทุกวัน ผิวพรรณของเราก็จะสดใส่เปล่งปลั่งดูสุขภาพดีโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งเครื่อง สำอางใด ๆ

8. แก้ท้องผูก

          การเดินจะช่วยปรับระบบการย่อยอาหารและระบบขับถ่ายไปในคราวเดียวกัน ฉะนั้นใครที่มีปัญหาท้องผูก ถ่ายยากเป็นประจำ หรือมักจะมีอาการอาหารไม่ย่อย ลองเดินให้ได้วันละ 10 นาทีเป็นอย่างต่ำดูนะคะ

9. ป้องกันและต่อต้านการเกิดโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ

          แค่เดินก็ช่วยให้ร่างกายห่างไกลโรคหัวใจ โรคความดันโลหิต โรคกระดูกพรุน โรคเบาหวาน ได้แล้วนะคะ เพราะอย่าลืมสิว่า กีฬาและการออกกำลังกายเป็นเสมือนยาวิเศษนะจ๊ะ

10. ชะลอความเสื่อมของร่างกาย

          ใครอยากเป็นหนุ่ม-สาว 2000 ปี แนะนำให้เดิน เดิน และเดินเลยจ้า เพราะการเดินช่วยยืดระยะความเป็นหนุ่มเป็นสาวให้ยาวนานขึ้น ทั้งยังช่วยให้เราอายุยืนขึ้นด้วยนะคะ

เอาล่ะ ! ได้รู้ประโยชน์ของการเดินกันแล้ว เรามาหาเวลาเดินให้มากขึ้นกันดีกว่า อ๊ะ ! และอย่าบอกว่าไม่มีเวลาเดิน เพราะหากคุณอยากเดินให้มากขึ้นกว่าแต่ก่อนจริง ๆ ก็ทำได้ตามนี้เลย

          - เดินคุยโทรศัพท์ ไม่ว่าจะเป็นสายที่คุยกับลูกค้า หรือโทรเม้าท์กับเพื่อน ก็อย่านั่งติดที่ ให้ลุกเดินไปพูดไปได้เลย

          - ถ้าระยะทางไม่ไกล และไม่ได้รีบ ให้เดินไปยังจุดหมาย แทนการเรียกวินมอเตอร์ไซค์

          - ไปไหนมาไหนด้วยบริการรถสาธารณะ จะได้มีโอกาสเดินไปขึ้นรถลงเรือกับเขาบ้าง

          - ตื่นให้เช้าขึ้น แล้วปลุกตัวเองด้วยการเดินวันละ 10 นาที ซึ่งจะเติมความสดชื่นให้คุณได้มากเลยทีเดียว

          - ลุกออกไปหาข้าวกลางวันกินข้างนอกออฟฟิศ และต้องไปด้วยการเดินเท่านั้น

          - หลังมื้อเย็นให้ลุกไปเดินย่อยสัก 10 นาที กิจกรรมง่าย ๆ นี้ทำในบ้านหรือนอกบ้านก็ได้หมด

          หากหาเวลาเดินให้มากขึ้นได้แล้ว ก็อย่าลืมเดินให้ถูกวิธีตามนี้ด้วยนะคะ

          - 9 เหตุผลที่ควรลุกขึ้นมาก้าวเดิน พร้อมเทคนิคเดินอย่างถูกวิธี

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
หมอชาวบ้าน
wisebread
mindbodygreen
prevention
http://health.kapook.com/view151616.html
เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/dominicrodohan/hyde-park-london/

Friday, July 1, 2016

12 เคล็ดลับตากผ้าให้แห้งเร็วทันใจ ไม่ต้องรอแดดในหน้าฝน !




วิธีตากผ้าให้ แห้งเร็วไว้สวมใส่ทันใจ แม้จะไม่ค่อยมีแดดในหน้าฝน ก็ไม่ต้องห่วงว่าเสื้อผ้าจะไม่แห้ง เพราะเรามีเคล็ดลับทำให้ผ้าแห้ง โดยไม่ต้องง้อแดดมาฝากแล้ว

        เมื่อ ฝนฟ้ามาเยือน หนึ่งในปัญหาที่ใหญ่ที่สุดสำหรับแม่บ้านนั่นก็คือ ผ้าไม่ยอมแห้ง แถมยังไม่มีเครื่องอบผ้าอีก งั้นลองมาดูเคล็ดลับการตากผ้าให้แห้งไว รวดเร็วทันใจแบบไม่ต้องภาวนาให้แดดออกในหน้าฝนอย่างที่กระปุกดอทคอมนำมาฝาก กันในวันนี้กันเลยค่ะ แล้วคุณจะรู้ว่าหน้าฝนไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการซักผ้าเลยแม้แต่น้อย

1. เช็กสภาพอากาศก่อนตัดสินใจซักผ้า

        การเช็กสภาพอากาศทั้งจากพยากรณ์อากาศในโทรทัศน์หรือแอพพลิเคชั่นสามารถช่วย ได้เยอะเลยนะจะบอกให้ เพราะถ้าหากตัดสินใจซักผ้าโดยที่ไม่ดูสภาพอากาศ ผ้าของคุณก็อาจจะเปียกฝนอีกรอบให้ต้องซักใหม่ หรืออาจจะเปียกชื้นข้ามวันข้ามคืน ไม่ยอมแห้งง่าย ๆ เลยก็ได้นะคะ ฉะนั้นก่อนซักผ้าแนะนำให้เผื่อเวลามาเช็กสภาพอากาศกันสักหน่อย อย่างน้อยก็มั่นใจได้ว่าผ้าแห้งแน่นอน

2. ซักผ้าตอนเช้า แล้วตากไว้ทั้งวัน

        แม้ว่ากิจกรรมหลังจากตื่นในตอนเช้าจะมีให้ทำเยอะแยะไปหมด แต่การเลือกไปซักผ้าตอนเย็นแล้วตากในช่วงกลางคืน ไม่ได้ช่วยให้ผ้าแห้งเร็วเลยแม้แต่น้อย เผลอ ๆ อาจมีกลิ่นเหม็นอับตามมาอีกด้วย ทางที่ดีแนะนำให้ลงมือซักผ้าและตากในช่วงเช้าจะดีกว่า เพราะแสงแดดและลมอุ่น ๆ จะทำให้ผ้าแห้งเร็ว สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ แถมยังกำจัดกลิ่นอับได้ดีเยี่ยม

3. ขนาดพื้นที่ในการตากผ้าก็สำคัญไม่น้อย

        อยากให้ผ้าแห้งเร็วทันหยิบไปใช้งาน แต่ยังตากผ้าติดกันจนไม่มีลมผ่านเข้าไปในระหว่างเสื้อผ้าแต่ละตัวเลยแล้วผ้า จะแห้งได้ยังไง ฉะนั้นจึงควรตากผ้าโดยเว้นระยะห่างแต่ละตัวให้พอดี โดยเฉพาะผ้าเนื้อหนาอย่าง ยีนส์ ควรจะพาดให้อยู่บนราวแขวน 2 อัน เพื่อเว้นช่องให้กว้างขึ้น ลมจะได้ผ่านเข้าอย่างง่ายดาย ผ้าก็จะแห้งเร็วกว่าเดิม

4. หันมาตากเสื้อผ้ากับไม้แขวนเสื้อบ้าง

        บ้านไหนที่ยังตากเสื้อผ้าแบบพาดราวอยู่ก็ไม่เป็นไรค่ะ แค่อยากจะแนะนำว่าในช่วงหน้าฝนให้ลองหันมาตากกับไม้แขวนเสื้อดู แล้วจะรู้ว่ามันช่วยให้ผ้าแห้งเร็วขึ้น ลมผ่านเข้าง่าย แถมยังขนย้ายหนีฝนได้สะดวกอีกด้วยค่ะ

5. ตากผ้าในที่ที่แสงส่องถึง
       
        สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ห้องคอนโด ห้องเช่า หรือบ้านหลังเล็ก แนะนำให้ติดตั้งราวตากผ้าเอาไว้ในที่ที่มีแสงแดดส่องถึงตลอด สังเกตดูว่าจุดไหนในบ้านเป็นจุดที่มีความร้อนมากที่สุดและมีอากาศถ่ายเทมาก ที่สุด ก็ติดตั้งเอาไว้ตรงนั้นเลยค่ะ

6. อย่าลืมทำความสะอาดเครื่องปั่นผ้า

        หลังจากที่ซักและทำความสะอาดผ้าเสร็จเรียบร้อย ขั้นตอนต่อไปก็คือการปั่นผ้าเพื่อเอาน้ำส่วนเกินออกผ้าก็จะแห้งเร็วขึ้น แต่หลายคนอาจจะเจอปัญหาผ้าที่ปั่นแห้งไม่สนิท นั่นก็เป็นเพราะมีเศษผ้าและสิ่งสกปรกเข้าไปอุดตันอยู่ในช่องระบายน้ำยังไง ล่ะ ดังนั้นอย่าลืมทำความสะอาดเครื่องปั่นผ้าทุก ๆ 6 เดือนด้วยนะคะ

7. บิดและสะบัด เอาน้ำส่วนเกินออกจากผ้า

        ใช่ว่าเครื่องซักผ้าที่มีระบบปั่นผ้าจะสามารถเอาน้ำส่วนเกินออกจากผ้าได้ เสมอไป ทางที่ดีควรจะบิดและสะบัดผ้าเพื่อเอาน้ำส่วนเกินออกอีกครั้ง ก่อนใส่ไม้แขวนเสื้อขึ้นตากบนราวตากผ้า

8. อย่าใส่ผ้าลงในเครื่องปั่นมากเกินไป

        อย่าชะล่าใจ แอบลักไก่ใส่ผ้าลงไปปั่นแห้งครั้งละหลาย ๆ ตัวเด็ดขาด เพราะนอกจากผ้าจะไม่แห้งแล้ว ด้วยแรงหมุนของเครื่อง จำนวนเสื้อผ้าที่มากมาย และลักษณะของผ้าแต่ละชิ้นที่อาจจะพันกันจนเสียหายก็ได้ค่ะ หากไม่อยากให้เสื้อผ้าต้องเสียรูปทรงและแห้งเร็วทันใจ ก็ต้องแบ่งผ้าปั่นให้พอดีและพอเหมาะในแต่ละครั้งด้วย

9. เปิดประตู-หน้าต่างเมื่อตากผ้าในบ้าน

        คงไม่มีใครปล่อยให้ผ้าตากน้ำฝนอยู่อย่างนั้นแน่นอน ฉะนั้นเมื่อนำผ้าเข้าตากในบ้านแล้วก็อย่าลืมเปิดช่องลมทิ้งไว้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นประตูหรือหน้าต่าง เพื่อให้มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก มิเช่นนั้นเสื้อผ้าอาจจะอับชื้นและมีปัญหาเชื้อราตามมาได้ค่ะ

10. ปั่นผ้าไปพร้อม ๆ กับผ้าขนหนู

        ช่วงหน้าฝนแบบนี้ผ้าที่เพิ่งซักเสร็จอาจจะแห้งยากสักหน่อย แนะนำให้หย่อนผ้าขนหนูผืนแห้งลงไปในเครื่องปั่นด้วย ปั่นทิ้งไว้พร้อมผ้าอื่น ๆ ประมาณ 15 นาที เพราะผ้าขนหนูจะช่วยซึมซับน้ำส่วนเกินออกจากผ้าไปพร้อม ๆ กับการปั่นผ้าแห้ง จะยิ่งทำให้ผ้าแห้งเร็วทันใจ

11. ตากผ้าหลังจากซักเสร็จเลยทันที

        แน่นอนว่าเป็นวิธีที่ทุกคนรู้เป็นอย่างดี แต่มักจะหลงลืมและปล่อยปละละเลยกันไป บ้างก็อ้างติดงานอื่น บ้างก็อ้างง่วงนอน ปล่อยแช่เอาไว้ในถังซักผ้าจนเหม็นอับ ทางที่ดียอมสละเวลาสักนิดเพื่อตากผ้าหลังจากซักเสร็จเรียบร้อยเลยทันที จะได้ไม่ต้องซักผ้าใหม่อีกรอบให้เสียเวลา

12. พึ่งพาพัดลม พัดให้แห้ง

        ถือว่าเป็นการแก้ไขปัญหาขั้นเบสิกแต่ก็ได้ผลเสมอ เมื่อต้องย้ายผ้าเข้ามาตากในบ้านเพื่อหลบฝน หรือจำเป็นที่จะต้องใช้ผ้าแต่มันยังไม่แห้ง แนะนำให้ใช้พัดลมเป่าเพื่อไล่ความชื้น หรือจะแขวนไว้หน้าคอมเพรสเซอร์ให้ลมร้อน ๆ ช่วยเป่าให้แห้งเร็วขึ้นด้วยก็ได้ค่ะ

        ปัญหาผ้าไม่แห้งและมีกลิ่นอับสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกบ้าน ก็ลองนำวิธีดี ๆ แบบนี้ไปใช้กันดูนะคะ ผ้าจะได้แห้งเร็วทันใช้งาน แถมยังไม่มีเรื่องกลิ่นเหม็นอับ และเชื้อราบนผ้าให้ต้องตามแก้กันจนปวดหัวไปอีก

ขอขอบคุณข้อมูลจาก greenlivingideas, Bobvila และ Apartmenttherapy
http://home.kapook.com/view149718.html
เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/pin/16958936067030251/