Sunday, September 14, 2014

10 อันดับตัวการ์ตูนที่ทุกคนต้องรู้จัก

หลายท่านคงมีตัวการ์ตูนในดวงใจของท่านไม่ว่าจะเป็นการ์ตูนแนวไหน จะต้องมีตัวการ์ตูนที่หลายท่านชื่นชอบ วันนี้ทางทีมงาน toptenthailand ขอนำเสนอ 10 อันดับตัวการ์ตูนที่ทุกคนต้องรู้จัก ไปดูกันว่าจะมีตัวการ์ตูนตัวไหนที่ท่าน ชื่นชอบกันบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ


1. บักส์ บันนี
บักส์ บันนี ( Bugs Bunny) เป็นตัวการ์ตูนใน ลูนีย์ทูนส์ ซึ่งการ์ตูนซีรีส์เป็นตอน ๆ และเป็นตัวการ์ตูนที่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก บักส์บอกว่าเขาเกิดในปี พ.ศ. 2483 (ค.ศ. 1940) ที่ย่านบรูกลิน ในนครนิวยอร์ก แต่เสียงของ เมล แบลงก์ ซึ่งพากย์เสียงของ บักส์ บันนี เป็นสำเนียงลูกผสมระหว่างคนย่านบรองซ์กับบรูกลินบักส์เป็นที่รู้จักกันดีจากการเป็นคู่แค้นกับ เอลเมอร์ ฟัดด์ โยเซมิตี แซม มาร์วิน มาร์เชียนแม้กระทั่ง ไวลี อี. ไคโยตี


2.  ลูฟี่
มังกี้ ดี ลูฟี่ (Monkey D. Luffy) เป็นตัวละครจากการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่อง วันพีซ และถือว่าเป็นตัวละครเอกของเรื่อง เรื่องราวของวันพีซได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อลูฟี่เดินทางออกทะเล เพื่อรวบรวมพวกพ้อง ทั้งกลุ่มโจรสลัด และเดินทางผจญภัยสุดขอบโลกเพื่อตามสมบัติที่มีอยู่ชิ้นเดียวในโลกที่เรียกว่า "วันพีซ" (One Piece) ที่เมื่อได้ครอบครองจะได้เป็นราชาโจรสลัด ซึ่งลูฟี่มีความฝันสูงสุดคือเป็นราชาโจรสลัด ตามรอยราชาโจรสลัด โกลด์ ดี โรเจอร์ ลูฟี่มีพลังพิเศษจากการกินผลไม้ปิศาจ คือ ผลยางยืด บวกกับทักษะการต่อสู้ และใจที่อึดเข้มแข็ง กับวีรกรรมมากมายที่เขาและพวกได้ก่อไว้ ทำให้เขากลายเป็นโจรสลัดรุ่นใหม่ที่มีค่าหัวสูงมากคนหนึ่ง เป็นโจรสลัดมีชื่อ และมีสมญานามว่า "หมวกฟาง ลูฟี่" เนื่องจากสวมหมวกฟางอยู่เสมอ

3. นินจาเต่า
เต่านินจา (Teenage Mutant Ninja Turtles) เป็นการ์ตูนอเมริกัน เรื่องราวของเต่าที่กลายพันธุ์มาเป็นมนุษย์ และเรียนรู้วิชานินจา โดยอาศัยอยู่ในท่อระบายน้ำในมหานครนิวยอร์ก ภายหลังได้รับการสร้างเป็นภาพยนตร์การ์ตูน เกม และภาพยนตร์คนแสดงหลายภาคด้วยกัน


4. อิคคิวซัง
เณรน้อยเจ้าปัญญา เป็นการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องราวเกี่ยวกับ อิคคิว เณรในนิกายเซนที่มีปัญญาฉลาดหลักแหลม ตัวละครอิคคิวมาจากพระนิกายเซนชื่อ อิคคิว โซจุน ที่มีชีวิตในช่วง ค.ศ. 1394–1481


5. โดราเอมอน
โดราเอมอน หรือ โดเรมอน เป็น การ์ตูนญี่ปุ่น แต่งโดย ฟุจิโกะ ฟุจิโอะ เรื่องราวของหุ่นยนต์แมวหูด้วน ชื่อ โดราเอมอน โดยฟุจิโกะ ฟุจิโอะ ได้กล่าวว่าโดราเอมอนเกิดวันที่ 3 กันยายน ค.ศ. 2112 (พ.ศ. 2655) มาจากอนาคตเพื่อกลับมาช่วยเหลือโนบิตะ เด็กประถมจอมขี้เกียจด้วยของวิเศษจากอนาคต โดราเอมอนเริ่มตีพิมพ์ครั้งแรกในญี่ปุ่นเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2513 โดยสำนักพิมพ์โชงะกุกัง โดยมีจำนวนตอนทั้งหมด 1,344 ตอน[5] ต่อมาในวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2540 โดราเอมอนได้รับรางวัลเทะซุกะ โอซามุ ครั้งที่ 1 ในสาขาการ์ตูนดีเด่น อีกทั้งยังได้รับเลือกจากนิตยสารไทม์เอเชีย ให้เป็นหนึ่งในวีรบุรุษของทวีปเอเชีย จากประเทศญี่ปุ่น จากนั้นในวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2551 โดราเอมอนก็ได้รับเลือกให้เป็นทูตสันถวไมตรีเพื่อการประชาสัมพันธ์วัฒนธรรม ของประเทศญี่ปุ่น นอกจากนี้บริษัทบันได ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าการ์ตูนที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น ยังได้ผลิตหุ่นยนต์โดราเอมอนของจริงขึ้นมาในชื่อว่า "My โดราเอมอน" โดยออกวางจำหน่ายครั้งแรกในวันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2552


6. ชินจัง
เครยอนชินจัง อังกฤษ: Crayon Shin-chan) เป็นการ์ตูนญี่ปุ่น เรื่องและภาพโดยโยะชิโตะ อุซุอิ ตีพิมพ์ในประเทศญี่ปุ่นโดยสำนักพิมพ์ Futabasha ในประเทศไทยตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์เนชั่น เอ็ดดูเทนเมนท์ และได้รับการสร้างเป็นแอนิเมชัน ในปีพ.ศ. 2535 ชินจังจอมแก่น เป็นการ์ตูนแนวตลกขบขันเรื่องหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทย ชินจังเป็นการ์ตูนที่มีลายเส้นง่าย ๆ
 

7. โคนัน
ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เป็นการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องยาวแนวสืบสวนสอบสวน เรื่องและภาพโดย อาโอยาม่า โกโช ซึ่งตีพิมพ์บนนิตยสารรายสัปดาห์โชเน็งซันเดย์ โคนันได้ถูกตีพิมพ์ในหลายภาษา นอกจากภาษาญี่ปุ่นต้นฉบับแล้ว ยังมีภาษาจีน, ฝรั่งเศส, อินโดนีเซีย, อังกฤษ, ฟินแลนด์, เยอรมัน, อิตาลี, มาเลเซีย, เกาหลี, สเปน, สวีเดน, นอร์เวย์, สิงคโปร์, ไทย, ฮ่องกง, เวียดนาม, สหรัฐฯ, แคนาดาและไต้หวัน รวมทั้งสิ้น 19 ประเทศ นอกจากนี้ ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน ยังได้มีการนำมาทำเป็นการ์ตูนโทรทัศน์, การ์ตูนภาพยนตร์, และไลฟ์ แอ็คชั่น ซี่รี่ส์ อีกด้วย


8. นารูโตะ
อุซึมากิ นารูโตะ เป็นตัวละครการ์ตูนจากเรื่องนินจาคาถาโอ้โฮเฮะ มีบทบาทเป็นตัวเอกของเรื่อง ซึ่งชื่อนารูโตะนี้ ก็ได้นำมาเป็นชื่อของการ์ตูนอีกด้วย นารูโตะเป็นนินจาจากหมู่บ้านโคโนฮะ ถูกชาวบ้านเกลียดชังเนื่องจากมีจิ้งจอกเก้าหางผนึกอยู่ในตัวของเขา ซึ่งในอดีตจิ้งจอกเก้าหางเคยเข้ามาโจมตีหมู่บ้านมาก่อน นารูโตะมีความใฝ่ฝันที่อยากจะเป็นผู้นำหมู่บ้าน หรือที่เรียกว่าโฮคาเงะ
 

9. ปิกาจู
พิกะจู หรือที่คนไทยรู้จักกันดีในชื่อ ปิก๊ะจู หรือ ปิ๊กะจู เป็นโปเกมอนรูปแบบไฟฟ้า เป็นโปเกมอนเริ่มต้นที่ได้รับตอนเริ่มของเกมโปเกมอนภาค Yellow และเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะมาสคอตของแฟรนไชส์โปเกมอน พิกะจูสามารถกลายร่างด้วยไอเทมหินสายฟ้า (หรือหินไฟฟ้า หรือหินฟ้าผ่า) เป็นไรจู และพิกะจูยังเป็นร่างพัฒนาแล้วของพิจูซึ่งจะกลายร่างเป็นพิกะจูเมื่อมีเลเวล สูงขึ้นและค่าความสุขเท่ากับ 220 หรือมากกว่านั้น


10. อาราเล่
โนริมากิ อาราเล่ เป็นตัวละครในการ์ตูนเรื่อง ดร.สลัมป์กับหนูน้อยอาราเล่ เป็นหุ่นยนต์ที่ดร. เซมเบ้ สร้างขึ้นมา ให้เป็นเด็กผู้หญิง ซึ่งอาศัยอยู่ในหมู่บ้านแพนกวิน มีนิสัยร่าเริง และมีพลังอย่างมหาศาล ชื่ออาราเล่ตั้งมาจากชื่อขนมญี่ปุ่นชนิดหนึ่ง มีลักษณะคล้ายขนมเซมเบะแต่มีขนาดเล็กกว่า ซึ่งเป็นนัยว่าเป็นลูกของ ดร.เซมเบ้ ส่วนคำว่า โนริมากิ แปลว่า "ห่อด้วยสาหร่าย"

  


Thursday, September 11, 2014

5 ความเข้าใจผิดในการกินอาหาร ที่จะทำให้สุขภาพแย่




         ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเรื่องการกินอาหาร ที่ผู้ชายรักสุขภาพควรรู้ไว้ ก่อนสุขภาพจะย่ำแย่โดยไม่รู้ตัว

          มีใครเคยเป็นบ้างไหมครับ ที่พยายามลดอาหารและกินให้น้อยลงในบางมื้อแล้ว แต่น้ำหนักตัวของคุณก็ยังไม่ลดลงอย่างที่คิด บางทีอดอาหารจนหิวมาก ก็อาจทำให้เสียสุขภาพจิตอีกต่างหาก ซึ่งถ้าหากเป็นอย่างนั้น ขอบอกเลยว่าคุณกำลังกินอาหารเพื่อลดน้ำหนักอย่างผิดวิธีแล้วล่ะ วันนี้กระปุกดอทคอมจึงขอนำ 5 ข้อผิดพลาดในการกินอาหารที่จะทำให้สุขภาพแย่มาฝากกัน ลองมาเช็คดูหน่อยสิว่าคุณยังกินอาหารแบบนี้กันอยู่หรือเปล่า

 

กินอาหารไม่เพียงพอ

          การอดอาหารหรือกินอาหารไม่เพียงพอ ไม่ได้ช่วยทำให้คุณผอมลงแต่อย่างใด บางทีอาจทำให้อ้วนขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำไป ทางที่ดีคุณควรคำนวณแคลอรี่กับน้ำหนักตัวไปพร้อม ๆ กันด้วยว่าวันหนึ่งคุณสามารถกินอาหารได้กี่แคลอรี่ ควรได้แคลอรี่จากไขมัน 30 เปอร์เซ็นต์ คาร์โบไฮเดรต 40 เปอร์เซ็นต์ และจากโปรตีน 30 เปอร์เซ็นต์ จากนั้นก็ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพียงเท่านี้กล้ามเนื้อก็จะแข็งแรง รูปร่างของคุณก็จะดีไม่อ้วน


หลีกเลี่ยงการกินไขมัน

          รู้หรือไม่ว่า การกินไขมันไม่ได้ทำให้คุณอ้วนขึ้นแต่อย่างใด เพราะหากคุณกินอกไก่ต้ม แต่นั่งดูทีวีบนโซฟาทั้งวัน ยังไงซะคุณก็จะต้องอ้วนเข้าสักวันแหละ แต่ถ้าหากคุณกินชีสในมื้อกลางวัน แต่คุณออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญออกไป ความอ้วนก็จะไม่มาเยี่ยมเยือนหรอก แต่ความคิดที่ว่าจะตัดไขมันออกไปในช่วงลดน้ำหนักก็เป็นวิธีที่ดี แต่ร่างกายของคุณก็ต้องการไขมันเหมือนกัน เพราะหากคุณขาดไขมันไปแล้วล่ะก็ ร่างกายจะไม่สามารถผลิตฮอร์โมนที่ช่วยเปลี่ยนโปรตีนให้เป็นกล้ามเนื้อได้ ฉะนั้นเลือกกินไขมันประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ต่อวัน แล้วออกกำลังกายอย่างหนักทุกวันจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด

 

กินมื้อหนักในตอนเย็น

          ในช่วงเช้าชั่วโมงเร่งรีบและตอนกลางวันที่งานกำลังยุ่งหนุ่ม ๆ ทั้งหลายก็อาจจะกินอาหารในช่วง 2 มื้อนี้ไม่เต็มที่ แล้วก็ยกยอดไปจัดเต็มที่เดียวตอนมื้อเย็นเลย ขอบอกเลยว่านี่คือวิธีการกินที่ผิดมหันต์ เพราะมันจะทำให้คุณอ้วนฉุได้ง่ายเกินคาด ลองเปลี่ยนมาท่องไว้เสมอว่า กินอาหารเช้าอย่างพระราชา กินอาหารกลางวันอย่างเจ้าชาย และกินอาหารเย็นอย่างยาจกกันดีกว่า เพราะผลวิจัยเผยว่า คนที่กินอาหารแคลอรี่เยอะก่อนบ่าย 3 โมงจะลดน้ำหนักได้ดี เพราะแคลอรี่ที่รับเข้าไปจะถูกใช้ไปในระหว่างวัน เอาเป็นว่าลองเปลี่ยนมาเน้นโปรตีนเยอะ ๆ ในมื้อเช้า พอในมื้อเย็นก็กินอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำและกินให้อิ่ม


ไม่กินคาร์โบไฮเดรตเลย

          หนุ่ม ๆ ที่กำลังลดน้ำหนัก คงรู้สึกขยาดและไม่ต้องการกินคาร์โบไฮเดรตเลยแม้แต่น้อย แต่รู้ไหมว่าร่างกายของคุณก็ต้องการได้รับคาร์โบไฮเดรตอย่างเพียงพอในทุก ๆ วันเหมือนกัน ทางที่ดีควรหันมากินคาร์โบไฮเดรตในตอนเช้าและเลือกกินคาร์โบไฮเดรตที่ทำมา จากธัญพืชที่ผ่านกระบวนการขัดสีน้อยจะดีที่สุด

 

เลือกอาหารที่ปลอดกลูเต็น

          กลูเต็น หรือโปรตีนชนิดหนึ่งที่พบได้ในข้าวสาลีและข้าวบาร์เลย์ ซึ่งหลัง ๆ มานี้จะเห็นว่าเทรนด์การกินอาหารปลอดกลูเต็นกำลังมาแรง ซึ่งความจริงแล้วคนที่แพ้กลูเต็นมีจำนวนไม่ได้มากอย่างที่คิด ถ้าหากคุณจะมองข้ามการกินอาหารที่มีกลูเต็นไป คุณก็จะไม่ได้กินขนมปังโฮลเกรนเลย แต่ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่แพ้กลูเต็นจริง ๆ ก็ให้เพิ่มการกินคาร์โบไฮเดรตเข้าไปจะดีกว่า

          หากใครที่อยากน้ำหนักตัวลดและมีสุขภาพที่ดี แต่กำลังกินอาหารด้วยวิธีผิด ๆ เหล่านี้อยู่ ก็ขอให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินใหม่ซะดีกว่านะครับ ไม่อย่างนั้นรูปร่างและสุขภาพของคุณอาจจะแย่จนแก้ไขยากแล้วก็เป็นได้


เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/udisglutenfree/gluten-free-picnics/

Wednesday, September 10, 2014

แมคคาเดเมีย สรรพคุณ อันมหัศจรรย์ต่อร่างกาย



          แมคคาเดเมีย เป็นพืชที่มีสรรพคุณช่วยลดไขมันในเส้นเลือดและป้องกันการเกิดลิ่มเลือดได้ เพราะภายในเมล็ดแมคคาเดเมียนั้นมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูง และไม่มีคอเลสเตอรอล นอกจากนี้ยังมีธาตุเหล็กและแมกนีเซียม จึงทำให้ในปัจจุบันมีการนำเนื้อในของเมล็ดแมคคาเดเมียมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์หลายประเภท เช่น อาหารขบเคี้ยว น้ำมัน แป้ง และนำมาเป็นส่วนผสมในขนมชนิดต่าง ๆ มากมาย และแมคคาเดเมียก็ไม่ได้มีประโยชน์เพียงแค่นี้ แต่ยังมีสรรพคุณและประโยชน์อีกมากมายเลยเชียวล่ะ ไปดูกันเถอะว่ามีอะไรบ้าง


 1. ช่วยป้องกันโรคหัวใจ

          แม้ว่าถั่วแมคคาเดเมียจะมีปริมาณไขมันอิ่มตัวสูง แต่ไขมันชนิดนี้กลับเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เพราะเป็นไขมันอิ่มตัวเชิงเดี่ยว ภายในแมคคาเดเมียมีไขมันชนิดนี้ถึง 17 กรัมต่อออนซ์ (1 ออนซ์ = 28.3 กรัม) ไขมันชนิดนี้นี่ล่ะค่ะที่ดีต่อสุขภาพช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดและช่วยทำความสะอาดหลอดเลือดแดงทำให้ความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมองลดลง นอกจากนี้ยังช่วยลดระดับของไตรกลีเซอไรด์ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจอีกด้วย มีการรายงานถึงการศึกษาเมื่อปี 2012 ที่ตีพิมพ์ลงในสารสารการแพทย์ "Archives of Internal Medicine" ว่า ถ้าหากรับประทานถั่วแมคคาเดเมียแทนเนื้อแดงก็จะช่วยให้ความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจให้ลดน้อยลงได้ค่ะ
 

 2. เป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญของร่างกาย

          แมคคาเดเมียเป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญต่อร่างกาย สามารถนำมาทดแทนเนื้อสัตว์ในอาหารสุขภาพ อย่างเช่นสลัด ได้เลยล่ะค่ะ เพราะในแมคคาเดเมียมีโปรตีนที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของกล้ามเนื้อและเนื่อเยื่อส่วนต่าง ๆ ในร่างกาย ซึ่งนอกจากมันจะช่วยบำรุงรักษากล้ามเนื้อต่าง ๆ ในร่างกายแล้วมันยังช่วยบำรุงเล็บ เส้นผม และผิวหนังให้มีสุขภาพดีอีกด้วย 

 3. มีสารต้านอนุมูลอิสระช่วยป้องกันมะเร็งและชะลอความแก่ชราได้

          สารต้านอนุมูลอิสระที่อยู่ในถั่วแมคคาเดเมียอย่างฟลาโวนอยด์ซึ่งจะพบแต่ในธรรมชาติเท่านั้น สามารถช่วยป้องกันเซลล์จากความเสียหายต่าง ๆ และปกป้องเซลล์จากสารพิษที่อยู่ในสภาพแวดล้อม โดยฟลาโวนอยด์เหล่านี้จะเปลี่ยนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระเข้าไปซ่อมแซมเซลล์ที่เสียหายและทำลายอนุมูลอิสระต่าง ๆ ในร่างกายซึ่งเป็นสาเหตุของโรคต่าง ๆ หรือโรคมะเร็งบางชนิด อาทิเช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็งปอด มะเร็งต่อมลูกหมาก และมะเร็งในกระเพาะอาหาร นอกจากนี้ในถั่วแมคคาเดเมียยังมีกรดพาลมิโทเลอิค (palmitoleic) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระอีกชนิดหนึ่ง สารชนิดนี้จะไปช่วยป้องกันไม่ให้เกิดริ้วรอยแห่งวัย ทำให้ผิวนุ่มชุ่มชื้นและอ่อนเยาว์อีกด้วยล่ะ
 

 4. ช่วยลดน้ำหนัก

          คนส่วนใหญ่มักหลีกเลี่ยงการรับประทานถั่วแมคคาเดเมียเพราะคิดว่าเป็นถั่วที่มีไขมันสูง แต่ที่จริงแล้วไขมันที่อยู่ในถั่วชนิดนี้เป็นไขมันอิ่มตัวเชิงเดี่ยวที่ช่วยในการลดน้ำหนักได้ด้วย แถมยังมีโอเมก้า 7 ซึ่งเป็นไขมันที่ใช้ในการสร้างเอนไซม์และควบคุมการเผาผลาญไขมันรวมทั้งลดความอยากอาหาร และมีกรดพาลมิโทลีอิค (palmitoleic) ซึ่งจะไปกระตุ้นการเผาผลาญไขมันในร่างกายและช่วยลดการสะสมของไขมัน ถ้าใครที่กำลังคิดจะลดความอ้วนแต่กลัวว่าถั่วแมคคาเดเมียจะทำให้อ้วนล่ะก็ เปลี่ยนความคิดแล้วรีบหามารับประทานเดียวนี้เลยค่ะ
 
 5. มีไฟเบอร์สูงช่วยในระบบขับถ่ายและป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่

          แมคคาเดเมียมีไฟเบอร์ถึง 7% ซึ่งในไฟเบอร์นั้นประกอบด้วยคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนและไฟเบอร์ที่ละลายน้ำและไม่ละลายน้ำอีกหลายชนิด ซึ่งไฟเบอร์นี่ล่ะที่จะช่วยทำให้เราอิ่มไวขึ้น ช่วยในการย่อยอาหารและลดอาการท้องผูก นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันโรคต่าง ๆ อาทิเช่น โรคเบาหวาน และโรคหัวใจ แถมยังช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งในลำไส้ใหญ่ โรคผนังถุงลำไส้ใหญ่อักเสบ นิ่วในไตและนิ่วในถุงน้ำดีได้อีกด้วยค่ะ 

  
 6. ช่วยให้กระดูกแข็งแรง

          แร่ธาตุต่าง ๆ ที่อยู่ในแมคคาเดเมียต่างก็เป็นแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย อย่างเช่นฟอสฟอรัสซึ่งมีส่วนในการบำรุงกระดูกและฟัน ช่วยในการเผาผลาญอาหาร ช่วยดูดซึมและขนส่งสารอาหารไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย แคลเซียมช่วยบำรุงให้กระดูกและฟันแข็งแรง หรือแมงกานีสที่ช่วยในสร้างเนื้อเยื่อกระดูกใหม่ นอกจากนี้ยังมีกรดไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุนและลดความรุนแรงของโรคไขข้ออักเสบอีกด้วย ยิ่งถ้าคุณเป็นผู้หญิงที่มีความเสี่ยงในการเป็นโรคกระดูกพรุนมากกว่าเพศชายล่ะก็ การรับประทานแมคคาเดเมียจะยิ่งทำให้คุณได้รับแมงกานีสเพียงพอต่อร่างกาย ในแต่ละวันผู้ชายจะต้องได้รับแมงกานีส เฉลี่ยวันละ 2.3 มิลลิกรับ ในผู้หญิงต้องได้รับ 1.8 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งในถั่วแมคคาเดเมีย 1 ออนซ์ (28.3 กรัม) นั้นมีปริมาณแมงกานีสถึง 1.2 มิลลิกรัม ตีเป็น 52% ของแมงกานีสที่ผู้ชายควรได้รับต่อวัน และ 67% ของแมงกานีสที่ผู้หญิงควรได้รับต่อวันเลย 

 7. สร้างเสริมประสาทและสมองให้แข็งแรง

          การรับประทานถั่วแมคคาเดเมียจะทำให้ระบบประสาทแข็งแรง ลดการเกิดตะคริวอันเนื่องมาจากการทำงานที่ผิดปกติของกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะแร่ทองแดงในแมคคาเดเมีย แร่ธาตุที่ช่วยในการสร้างสารสื่อประสาท ซึ่งเป็นสารที่เซลล์สมองใช้เพื่อส่งสัญญาณทางเคมีไปยังประสาท เพื่อควบคุมส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย และยังมีโพแทสเซียม ซึ่งช่วยในการทำงานของสมอง ช่วยบำรุงประสาท และช่วยลดความเครียดได้  

 8. ช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็กเข้าสู่ร่างกาย

          ถั่วแมคคาเดเมียมีปริมาณของธาตุเหล็กสูงถึง 13% ของความต้องการในแต่ละวันของมนุษย์ และมีถึงเกือบ 6% ของสารอาหารที่ควรได้รับในแต่ละวันของผู้หญิงที่อายุต่ำกว่า 50 ปี นอกจากนี้ยังมีทองแดงซึ่งเป็นแร่ธาตุสำคัญที่ช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมธาตุเหล็กไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยปกติแล้วคนเราจะต้องได้รับแร่ ทองแดงในปริมาณ 900 ไมโครกรัมต่อวัน แต่ในถั่วแมคคาเดเมีย 1 ออนซ์ (28.3 กรัม) มีแร่ทองแดงสูงถึง 214 ไมโครกรัมหรือตีเป็น 24% ของทั้งหมดที่ควรได้รับต่อวัน ซึ่งถ้าหากได้รับแร่ทองแดงไม่เพียงพอก็จะทำให้ไม่สามารถดูดซึมธาตุเหล็กที่จำเป็นต่อการผลิตเซลล์เม็ดเลือดและอาจทำให้เป็นโรคโลหิตจางได้ค่ะ 

 9. ช่วยป้องกันการเป็นต้อกระจก

          ถั่วแมคคาเดเมียเพียง 1 ออนซ์ (28.3 กรัม) มีปริมาณของวิตามินบี 1 ถึง 0.34 มิลลิกรัม คิดเป็น 28% ของทั้งหมดที่ผู้ชายควรได้รับต่อวัน และในผู้หญิงคิดเป็น 31% ซึ่งการศึกษาในปี 2005 ที่ตีพิมพ์ลงในวารสารทางการแพทย์ "Archives of Ophthalmology" ได้รายงานว่าการรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินบี 1 จะช่วยทำให้โอกาสที่เลนส์แก้วตาจะพัฒนาไปในทางที่ผิดปกติจนกลายเป็นต้อกระจกลดลง 

 10. ไม่มีโซเดียม เหมาะกับผู้เป็นโรคความดันโลหิตสูง

          ในถั่วแมคคาเดเมียไม่มีโซเดียมซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง การบริโภคโซเดียมมากจนเกินไปจะทำให้ระดับน้ำในร่างกายลดน้อยลง และหัวใจก็ต้องสูบฉีดเลือดมากขึ้นเป็นพิเศษ ทำให้เกิดภาวะความดันโลหิตสูงได้ 

 11. มีวิตามินบีสูง

          วิตามินบี 6 ที่มีในถั่วแมคคาเดเมียมีประโยชน์ช่วยให้คาร์โบไฮเดรตถูกเผาผลาญอย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโต ลดความเครียด และชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ นอกจากนี้วิตามินบี 1 ยังดีต่อสุขภาพหัวใจและระบบภูมิคุ้มกันอีกด้วย 

เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/pin/380906080957619724/

Tuesday, September 9, 2014

7 วิธีอ่านใจเจ้าเหมียว ผ่านพฤติกรรมที่แสดงออก




         เคยไหมที่ภาษากายต่าง ๆ ของน้องแมว หรือลักษณะท่าทางที่แสดงออกมา ทำให้คุณสงสัยกับพฤติกรรมของมันและอยากรู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ ซึ่ง วันนี้กระปุกดอทคอมจะมีวิธีที่จะทำให้คุณรู้และเข้าใจน้องเหมียวมากขึ้น เพื่อให้การสื่อสารกับน้องแมวของคุณไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป กับวิธีอ่านใจแมวผ่านพฤติกรรมการแสดงออกเหล่านี้ค่ะ

1. เมื่อเจ้าเหมียวรู้สึกผ่อนคลาย

          โดยปกติทั่วไปแล้วเวลาที่เจ้าเหมียวรู้สึกผ่อนคลายหรืออารมณ์ดี หูของมันจะบานออกด้านข้าง ดังนั้นเวลาที่คุณเห็นแมวของคุณทำหูแบบนี้ ให้รู้ไว้เลยว่า มันกำลังอารมณ์ดีที่ได้ใช้เวลาร่วมกับคุณ

2. เมื่อแมวรู้สึกสนใจบางสิ่งบางอย่าง

          เวลาที่เจ้าเหมียวรู้สึกตื่นตัวหรือให้ความสนใจกับบางสิ่งบางอย่าง หูของมันจะตั้งตรง แล้วโดยปกติเมื่อลักษณะหูของมันเป็นแบบนี้เมื่อไร มันก็จะเริ่มพุ่งความสนใจไปที่สิ่ง ๆ นั้น หรือเวลาที่น้องเหมียวเห็นคุณแล้วหูตั้งตรง รอดูได้เลยว่ามันจะรีบวิ่งมาหาและทักทายคุณอย่างอารมณ์ดี
 
3. เมื่อน้องเหมียวรู้สึกประหม่า

          เมื่อใดก็ตามที่คุณเห็นหูของน้องเหมียวสั่นไปสั่นมา ให้รู้ไว้เลยว่าน้องเหมียวของคุณกำลังรู้สึกประหม่า อาจจะเป็นสัญญาณบ่งบอกว่า เจ้าเหมียวเองอาจไม่คุ้นกับสถานที่ซึ่งทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัย ดังนั้นควรสังเกตให้ดีค่ะ และอีกเหตุผลหนึ่งก็คือถ้าเมื่อใดที่หูของน้องเหมียวสั่นแบบนี้บ่อยครั้ง อาจจะเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าน้องเหมียวกำลังป่วยอยู่ก็เป็นไปได้เช่นกัน อย่างไรก็ลองสังเกตและเช็กให้แน่ใจอีกทีนะคะ

4. เมื่อน้องเหมียวกำลังโกรธ

          เวลาที่เจ้าแมวของคุณโกรธให้สังเกตที่หูดี ๆ ค่ะเพราะหูของมันจะเคลื่อนไปข้างหน้าและหลังสลับไปมา หรือไม่อาจจะสังเกตที่หาง ถ้าหางของมันตั้งตรงแล้วสั่นไปสั่นมา ให้รู้ไว้เลยว่านี่เป็นสัญญาณบ่งบอกว่า น้องเหมียวของคุณอาจจะรู้สึกกลัว หรือรำคาญ ดังนั้นคุณควรทิ้งให้น้องเหมียวของคุณอยู่ตามลำพังสักพัก หรือถ้าคุณสังเกตแล้วว่าน้องเหมียวทำแบบนี้บ่อยขึ้นก็อาจเป็นไปได้ว่าหูของ มันได้รับการติดเชื้อจึงควรไปให้สัตวแพทย์ตรวจดูนะคะ


5. เมื่อน้องแมวพร้อมจะโจมตี

          เมื่อหูของน้องเหมียวลู่เรียบไปกับส่วนหัวให้รู้ไว้เลยว่ามันกำลังระแวด ระวังและพร้อมที่จะโจมตี การที่น้องเหมียวทำหูแบบนี้เพื่อที่ว่ามันจะรู้สึกว่าหูของมันปลอดภัยกับ สิ่งที่มันกำลังเผชิญอยู่ และตั้งรับเพื่อเตรียมความพร้อมจะบุกโจมตีกับสิ่งนั้น แล้วถ้าเมื่อใดที่คุณเห็นหูของน้องแมวเป็นแบบนี้ก็ไม่ควรเข้าใกล้มันเพราะ มันอาจจะเปลี่ยนเป้าหมายมาโจมตีคุณเองก็ได้

6. เมื่อแมวตั้งใจจะทำอะไรสักอย่าง

          หูของแมวนั้นสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ ไม่จำเป็นต้องเคลื่อนไหวไปพร้อมกันหรือมีลักษณะตำแหน่งที่ตรงกัน ดังนั้นเมื่อคุณเห็นหูของน้องแมวที่สองข้างมีลักษณะที่ต่างกันออกไปเช่น หูข้างขวาตั้ง แต่หูข้างซ้ายอาจจะลู่ลง ให้รู้ไว้เลยนี้เป็นสัญญาณบ่งบอกว่า น้องเหมียวของคุณกำลังตั้งใจจะทำอะไรสักอย่าง หรือมันอาจจะไม่แน่ใจว่าต้องทำอะไรต่อไปดี จึงต้องใช้เวลาคิดสักหน่อย

 
7. เมื่อน้องเหมียวมีความสุข

          เวลาที่คุณใช้เวลากับน้องเหมียวของคุณนั้น ให้ลองสังเกตดูว่าหางของมันจะตั้งตรง แกว่งไปแกว่งมาเล็กน้อย ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งบอกว่า มันกำลังมีความสุขที่ได้อยู่กับคุณ หรือจะมีความสุขที่ได้เห็นคุณนั่นเอง

 
          ถึงอย่างไรก็ตามก็ยังมีอีกหลายท่าทางที่บ่งบอกว่า น้องเหมียวของคุณนั้นกำลังรู้สึกอย่างไร เช่น ถ้าหางของมันลู่ลงอาจจะเป็นเพราะว่า มันรู้สึกกลัวอะไรบางอย่าง หรือถ้าหางของมันตั้งเฉียงขึ้นอาจหมายถึงว่า มันไม่ได้รู้สึกกลัวแต่อาจแค่ไม่แน่ใจกับบางสิ่ง ดังนั้นคนรักแมวทั้งหลายก็ลองไปสังเกตน้องเหมียวที่บ้านกันดูนะคะว่า มีลักษณะท่าทางดังที่กล่าวมาหรือเปล่าซึ่งภาษากายของน้องเหมียวเหล่านี้จะทำให้คุณเข้าใจพวกมันมากยิ่งขึ้นค่ะ


เครดิตภาพ  https://www.lovethispic.com/tag/kitty?page=2