Monday, September 8, 2014

โสดอย่างไรให้มีความสุข




        ผู้หญิงส่วนใหญ่มักเคยผ่านช่วงเวลาแห่งความรักทั้งดีและร้ายกันมา บางคนโชคดีเจอความรักที่สุขดังใจ มีเรื่องเศร้าไม่ใหญ่โต ทำให้ชีวิตรักก็ยังคงครบถ้วนสมบูรณ์จนถึงทุกวันนี้ หรือบางคนถึงเจอความรักที่ผิดหวัง แต่ก็ยังมีโอกาสได้เจอความรักที่ดีในเวลาเพียงไม่นาน แต่สำหรับบางคนหลังจากวันนั้น...จนถึงวันนี้ความรักยังไม่ผ่านเข้ามาในชีวิตอีกเลย จึงเป็นที่มาของคำว่า "โสด"

          สาว ๆ หลายคน "โสด" จากหลากหลายสาเหตุ บ้างก็เคยอกหักเพราะเจอความรักที่ย่ำแย่จนไม่กล้าที่จะรักใครอีกต่อให้มีคนเข้ามากี่คนก็ตาม หรือบางคนวิ่งตามหาความรัก หลับหูหลับตาจนลืมหันกลับมามองตัวเองว่าเพราะเหตุใดความรักจึงไม่เข้ามาหา หรือบางคนยินยอมกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไปกับอัตราจำนวนผู้ชาย (แท้) ที่ยังเหลืออยู่เทียบกับจำนวนผู้หญิงอย่างเราแล้วช่างน้อยนิดจนหมดหวัง เพราะอย่างนี้เองผู้หญิงบางคนรู้สึกเศร้ากับความโสดของตัวเอง รู้สึกอิจฉาคนรอบข้างเมื่อเห็นเขามีความรักที่สุขสดใส ทำให้การดำเนินชีวิตของสาวโสดเต็มไปด้วยความเหี่ยวแห้งโรยรารอวันขึ้นคาน

         
ไม่ได้เด็ดขาด ! นะคะ สาว ๆ ต้องหันกลับมามั่นใจอีกครั้งกับความ "โสด" ของเรา ถึงโสดก็สุขได้ ถึงโสดก็สนุกสนานได้ ถึงจะโสดก็ไม่เห็นต้องเศร้าเลย เรามาดูข้อคิดของสาวโสดกันดีกว่าว่า "โสดอย่างไรไม่ให้เศร้า"

1. รักและเห็นคุณค่าในตัวเองให้มาก

          เราจะสามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้ก็ต่อเมื่อเราเห็นคุณค่าของตัวเอง อดีตที่ผ่านมาใครจะเคยทำร้ายให้เราเจ็บช้ำน้ำใจแค่ไหน ใครจะทำให้เราต้องยอมเสียน้ำตาและลดคุณค่าในตัวเองมากเท่าไร ปล่อยให้มันผ่านไปแล้วกลับมาเริ่มต้นใหม่ เริ่มต้นที่จะมองคุณค่าในตัวเองรักตัวเองให้มาก มองเห็นตัวเองว่ามีความสามารถและสิ่งดีดีอะไรบ้าง เพื่อนำมันออกมาใช้ นำมันออกมาดำเนินชีวิตตัวเอง แล้วสักวันจะมีคนอื่นที่รักและเห็นคุณค่าในตัวคุณเองค่ะ

2. มองโลกในแง่บวกอยู่เสมอ

          มันก็จริงอยู่ที่สังคมสมัยนี้ถ้าจะให้เรามองโลกในแง่บวก เป็นผู้หญิงโลกสวยตลอดเวลามันก็ไม่ได้ เพราะมันเป็นเรื่องง่ายมากที่เราจะถูกหลอกและถูกทำร้ายได้อีก แต่อย่าไปคิดแบบนั้นเสมอนะคะ เพราะการมองโลกในแง่บวกไม่ได้หมายความว่าให้เราชะล่าใจในการทำความรู้จัก หรือสนิทสนมกับใครสักคนหนึ่ง เรายังมีความระวังในสิ่งต่าง ๆ รอบตัวได้ แต่พยายามมองเห็นเรื่องต่าง ๆ ให้เป็นเรื่องดีเสียก่อน พยายามที่จะคิดดี เห็นดี ทำดี เพราะการคิดบวกมันส่งผลต่อจิตใจของเราเป็นอย่างมาก เมื่อจิตใจเราบวกเราก็จะมีความสุข ความสดใสก็จะเปล่งออกมาจากตัวเราโดยที่ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ แล้วจะมีคนที่เห็นออร่าสาวคิดบวกและอารมณ์ดีของคุณในไม่ช้าค่ะ

3. สร้างเป้าหมายของชีวิต

          ไม่ได้หมายความว่าเป้าหมายนั้น คือ ความรักนะคะ สร้างเป้าหมายที่จะทำให้ชีวิตเรามีความสุขสบาย เราทำงาน ธุรกิจ หรือประกอบอาชีพอะไร อยากทำอะไร ก็นำเวลาที่เรามีมาสร้างเป้าหมายในชีวิต ว่าในอนาคตจะต้องมีสิ่งใดเกิดขึ้นในชีวิตบ้าง แล้วเราจะมีความสุขเมื่อเราประสบความสำเร็จกับเรื่องอะไรบ้าง...เพราะการ สร้างเป้าหมายจะไม่ทำให้เราเสียเวลาไม่หมกหมุ่นอยู่กับการวิ่งตามหาความรักที่คุณก็ยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่ามันจะมาหาคุณเมื่อไหร่

4. ปลดปล่อยความเหงาอย่างสร้างสรรค์ หาความสุขใส่ตัวเอง

          เวลาที่เราอยู่คนเดียวนั้น ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่เราจะสามารถตามใจตัวเองได้อย่างไม่ต้องแคร์ใคร แต่ต้องเป็นในทางสร้างสรรค์ที่ไม่ทำร้ายคนอื่นและตัวเองด้วยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นการออกไปเดินเล่น, ไปเที่ยว, ดูหนัง, ฟังเพลง, อ่านหนังสือ, ช้อปปิ้ง, ซื้อของที่ชอบ, ทำงานฝีมือ, ประดิดประดอย, เย็บปักถักร้อย, ไปนวด เข้าสปา, ดูแลความสวยความงาม, ทำผม, ทำเล็บ, ไปออกกำลังกาย, เข้าฟิตเนสเพื่อสุขภาพ หรือปาร์ตี้เล็ก ๆ น้อย ๆ กับเพื่อนฝูง สังสรรค์ตามโอกาสต่าง ๆ โดยที่ไม่ต้องขออนุญาตใครหรือรายงานใครเหมือนสมัยยังไม่โสด แต่ก็ไม่สังสรรค์มากเกินไปจนถึงกับเสียการเสียงานและเสียสุขภาพนะคะ

5. หมั่นเข้าหาทางธรรม

          ไม่ว่าคุณจะอยู่ในสถานะโสดหรือว่าไม่โสดก็ตาม "ธรรมมะ" เป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่จะสามารถยึดเหนี่ยวจิตใจของเราได้ ทำให้เราได้คิดดี พูดดี ทำดี หมั่นทำจิตใจให้สงบ ฝึกนั่งสมาธิ ถือศีล 5 ถึงเป็นคนโสด คนไร้คู่คิด ก็อยู่อย่างมีความสุขได้ ขอให้มั่นใจในตนเองว่าเรามีงานทำ พึ่งตนเองได้ มีการศึกษา มีเพื่อน มีครอบครัวที่รักเราและเรารัก ไม่ต้องแสวงหาเพื่อรอความรักแบบชู้สาว มองโลกในแง่บวก มอบสิ่งดี ๆ ให้แก่ผู้อื่น เรียนรู้ที่จะเป็นผู้ให้ไม่ใช่ผู้ที่รอรับ ก็สามารถทำให้ชีวิตโสดได้มีความสุขแล้วค่ะ

6. ไม่ปิดกั้นตัวเอง

          ถึงแม้ว่าการเป็นโสดจะเป็นเรื่องดี แต่ถ้าเราเป็นโสดมานานก็อย่าปล่อยให้กลายเป็นคนที่ปิดกั้นตัวเองจากโลกภายนอก เพราะความเคยชินที่อยู่กับตัวเองตลอดเวลา ในสถานะ "โสด" อย่างที่กำลังเป็นอยู่ขณะนี้ หาโอกาสรู้จักกับเพื่อนใหม่ ๆ สานสัมพันธ์กับกลุ่มคนที่ "ใช่" ให้แน่นแฟ้นมากขึ้น เพื่อชดเชยโอกาสที่เสียไปกับการอยู่คนเดียว เพียงเราเปิดใจให้กว้างเราก็จะกลายเป็นคนโสดที่มีเพื่อนมาก น่าคบหา มีเสน่ห์น่าสนใจมากขึ้นค่ะ

7. ครอบครัวคือสิ่งที่ดีที่สุด

          ไม่ว่าคุณจะผ่านเรื่องร้ายมาสักแค่ไหน ตั้งแต่เรื่องเรียน เรื่องเพื่อนฝูง เรื่องการงาน และเรื่องความรัก ที่เดียวที่จะคอยอ้าแขนรับคุณเข้ามากอดอย่างอบอุ่น ก็คือ "ครอบครัว" พ่อแม่พี่น้องที่คอยดูคุณอยู่เสมอ คอยห่วงใยไม่ว่าคุณไปพบเจออะไรมา คอยให้คำปรึกษา รักและเห็นคุณค่าในตัวคุณอย่างไม่มีเงื่อนไขใด ๆ พ่อแม่ที่รักคุณยิ่งกว่าชีวิต และเจ็บกว่าคุณเป็นร้อยเท่าเมื่อเห็นคุณเศร้าเสียใจ เพราะฉะนั้นเราควรมองเห็นความหวังดีของคนในครอบครัว เรื่องอะไรที่ทำให้คุณเศร้าเสียใจก็ปล่อยผ่านไป โสดได้ ก็ไม่เห็นต้องเศร้าในเมื่อเรามีครอบครัวที่รักเรามากขนาดนี้

8. มีจุดยืนในความโสด

          คงจะช้ำใจไม่น้อยหากมีใครมาพูดถึงเรื่องความโสดของคุณ "จะแต่งงาน มีแฟนเมื่อไหร่" "เลือกมากเดี๋ยวขึ้นคาน" สารพัดคำพูดที่ฟังแล้วบั่นทอนจิตใจ สะบัดบ็อบใส่ อย่าได้แคร์ว่าใครจะว่าอย่างไร เรามีจุดยืนในตัวเองมีความเชื่อมั่นว่าเราจะได้พบเจอคนที่ดีจริง ๆ ดีกว่ารีบคว้าใครมาเป็นแฟน เพียงแค่ไม่อยากฟังเสียงคนนินทาจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจในความโสดค่ะ

          ความรักจะเป็นเรื่องสำคัญ เป็นแรงกำลังใจผลักดันให้ชีวิตมีความสุขที่จะเผื่อแผ่ความรักให้คนรอบข้าง แต่สิ่งสำคัญที่สุด คือ การรักตัวเองให้เป็นเสียก่อน ดังนั้นคนโสดทั้งหลายจงใช้ชีวิตโสดให้ไม่เศร้า หันมาใช้ชีวิตโสดให้มีความสุขกันดีกว่าค่ะ

แหล่งที่มา  woman plus, http://wedding.kapook.com.ht

Sunday, September 7, 2014

10 วิธีป้องกันแมลงเข้าบ้านอย่างง่าย ๆ




        วิธีป้องกันแมลงเข้าบ้าน ใครกำลังมองหาวิธีป้องกันแมลงชนิดต่าง ๆ เข้ามาสร้างปัญหาภายในบ้าน อยากฝากวิธีป้องกันแมลงเข้าบ้านอย่างง่าย ๆ ไว้ให้ลองทำตามกันค่ะ

          แมลงตัวเล็กตัวน้อยหลายชนิดดูไม่น่าจะมีพิษสงเท่าไร ทว่าเราก็เคยเห็นข่าวแมลงบุกยึดที่อยู่อาศัยของคนมาบ้างแล้ว ซึ่งก็ทำให้เห็นชัด ๆ เลยว่าเราไม่สามารถประมาทกับฝูงแมลงชนิดต่าง ๆ ได้เลย ดังนั้นเพื่อป้องกันแมลงเข้าบ้าน เรามาสร้างด่านป้องกันแมลงให้บ้านตามนี้กันดีกว่าค่ะ


1. ปิดช่องประตู

          บานประตูมุ้งลวดหรือแม้แต่บานประตูชนิดไหน ๆ มักจะทิ้งระยะห่างระหว่างพื้นกับบานประตูเพื่ออำนวยความสะดวกเวลาปิด-เปิด ซึ่งจุดนี้เป็นช่องทางสำคัญที่แมลงและสัตว์ต่าง ๆ อาจล่วงล้ำเข้ามาในบ้านได้ ดังนั้นขั้นแรกให้หาเทปปิดร่องประตูหน้าต่างมาแปะที่ด้านล่างของประตูไว้ให้ สนิท แต่ทั้งนี้ก็พยายามอย่าเปิดประตูทิ้งไว้บ่อย ๆ ด้วยนะคะ

2. ติดมุ้งลวด

          สำหรับบ้านที่ประตูหน้าต่างเป็นแบบโปร่ง ควรติดตั้งมุ้งลวดเพื่อให้เป็นปราการป้องกันแมลงและสัตว์ชนิดต่าง ๆ บินเข้ามาในบ้าน ทั้งนี้เพื่อความชัวร์อาจเลือกติดมุ้งลวดที่มีความถี่มากหน่อย แมลงตัวเล็ก ๆ จะได้หมดโอกาสเล็ดลอดเข้ามาในบ้าน ส่วนแมลงตัวใหญ่ก็หมดสิทธิ์ตั้งแต่เราติดมุ้งลวดไปแล้วล่ะ

3. ดูแลสวนและต้นไม้เสมอ

          ยิ่งมีธรรมชาติในบ้านมากเท่าไรก็เท่ากับว่ามีแมลงซุกซ่อนอยู่ภายใต้ธรรมชาติมากเท่านั้น ซึ่งเราคงไม่สามารถป้องกันแมลงเข้ามารบกวนสวนเราได้ เพียงแต่หากเราดูแลสวนและต้นไม้ไม่ให้รกและทึบก็จะช่วยลดจำนวนแมลงและสัตว์อื่น ๆ ลงไปโดยอัตโนมัติเท่านั้นเอง นั่นก็หมายความว่า เมื่อแหล่งเกิดแมลงน้อยลง โอกาสที่แมลงจะเข้ามาอาศัยอยู่ใต้ชายคาเดียวกับเราก็ลดลงไปด้วย

4. ซ่อมแซมรอยแตกทุกจุด

          ความเสื่อมโทรมในบ้านประเภทรอยแตก หรือจุดชำรุดที่ทำให้เกิดช่องโหว่ทั้งหลายอาจเป็นจุดอันตรายที่แมลงสามารถ ฉวยโอกาสมาเยี่ยมเยียนเราถึงในบ้านได้เช่นกัน ฉะนั้นควรเดินสำรวจร่องรอยแตกแยก รูโบ๋ทุกจุดในบ้านอย่างถี่ถ้วน แล้วจัดการซ่อมแซมให้เรียบร้อย

5. อุดรูท่อ

          ตามจุดท่อประปาในบ้านอาจมีช่องโหว่ระหว่างตัวท่อกับพื้นปูนอยู่บ้าง ซึ่งแมลงทั้งหลายอาจอาศัยช่องทางนี้ยกทัพเข้าสู่ตัวบ้านของเรา ดังนั้นหากคุณสำรวจแล้วพบว่ามีช่องโหว่ตามท่อต่าง ๆ ก็ควรโบกปูนหรือยาแนวปิดช่องโหว่นั้นซะ นอกจากนี้ควรหาแผ่นไม้หรือวัสดุหนัก ๆ มาปิดท่อระบายน้ำที่ไม่ได้ใช้งานเอาไว้ด้วย

6. ปิดฝ้าและหลังคาที่รั่ว

          อย่าลืมว่าแมลงไม่ได้อยู่แค่พื้นราบเท่านั้น แต่แมลงบางชนิดมีปีกซึ่งอาจบินหาทางเข้าบ้านคุณได้จากชั้นบน นั่นก็หมายความว่าหากฝ้าหรือหลังคาบ้านของคุณเกิดชำรุดเสียหายเป็นรูโหว่ จุดนี้อาจเป็นเส้นทางที่แมลงและยุงจะบินเข้าสู่ตัวบ้านได้ง่าย ๆ ดังนั้นถ้าบริเวณนี้เสียหายก็ไม่ควรนิ่งดูดายนะคะ

7. กำจัดของเสีย

          อาหารเหลือทิ้งและน้ำเน่าเสียเป็นแหล่งอาหารชั้นเลิศของแมลงแทบทุกชนิด ดังนั้นเหล่าอาหารเปียก ขยะที่หมักหมม และแหล่งน้ำขังในบ้านทุกจุดต้องกำจัดให้หมดไป หรือในพื้นที่ที่มีความชื้นและยุงชุมควรหาทรายอะเบทมาใส่ป้องกันลูกน้ำยุงลายด้วยนะคะ แค่นี้โอกาสที่ยุงและแมลงจะเติบโตอยู่ภายในบ้านเราก็เหลือน้อยลงแล้วล่ะ

8. ปิดฝาถังขยะ

          นอกจากจะต้องกำจัดขยะเปียกและแหล่งน้ำขังในบ้านแล้ว บรรดาทั้งขยะที่อยู่ในบ้านทุกใบควรหาฝามาปิดให้เรียบร้อย เพราะแม้จะเป็นขยะแห้งก็อาจมีมดหรือแมลงมาตอมได้เหมือนกัน ป้องกันไว้ก่อนก็ดีกว่ามาแก้ปัญหาทีหลังนะจ๊ะ

9. ทำความสะอาดบ้าน

          ต่อให้ปิดทุกซอกทุกมุมที่เป็นช่องโหว่ภายในบ้านก็อาจไม่เพียงพอ เพราะอย่าลืมนะคะว่าความรกและความสกปรกเป็นเหยื่อล่อมด หนู แมลงสาป รวมทั้งปลวก มอดไม้ทุกชนิด ฉะนั้นทุกจุดในบ้านควรต้องเป็นระเบียบเรียบร้อยและสะอาดที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ อ้อ ! มุมไหนในบ้านที่ทึบและอับชื้นก็ต้องรีบระบายอากาศและลดความชื้นด้วย

10. เลี้ยงสัตว์นักล่าแมลง

          สัตว์ใหญ่ย่อมกินสัตว์เล็กเป็นอาหาร ซึ่งเราสามารถพึ่งพาวัฏจักรนี้เพื่อการกำจัดแมลงได้สบาย ๆ ด้วยการเลี้ยงแมวไว้เพื่อล่าหนูและแมลงสาป เลี้ยงนกไว้ที่สวนเพื่อให้จัดการเหล่าแมลงทั้งหลาย ได้ทั้งความอุดมสมบูรณ์ของสิ่งแวดล้อมและลดจำนวนแมลงและสัตว์อื่น ๆ ในบ้านไปพร้อมกัน


          คงไม่มีใครต้องการอยู่ร่วมชายคาเดียวกับแมลงและสัตว์ที่เป็นพาหะนำโรคแน่ ๆ ฉะนั้นทางไหนที่จะพอป้องกันไม่ให้แมลงและสัตว์อื่นเข้ามาในบ้านได้ก็อย่าละเลยดีกว่าเนอะ

ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

Saturday, September 6, 2014

ได้ผลสุด ๆ! 9 เคล็ดลับเลี่ยงน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น




          การนั่งอยู่เฉย ๆ หรือนั่งในห้องทำงานอยู่กับที่ในห้องแอร์ อาจทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นได้ ทางด้าน Hopewood Health Retreat จึงรวบรวมเคล็ดลับเก้าประการที่จะช่วยให้น้ำหนักตัวของคุณไม่เพิ่มขึ้นจนน่าปวดหัว

         
1. ทำตัวให้กระฉับกระเฉงอยู่เสมอ - เดินทุกวัน เพื่อช่วยควบคุมน้ำหนัก

         
2.  เล่นกีฬาใหม่ ๆ - กระตุ้นจิตใจและร่างกายด้วยการเรียนรู้กิจกรรมการออกกำลังกาย อาจจะไปว่ายน้ำก็ได้

         
3. รับประทานแต่อาหารที่ดี - หาอาหารรสอร่อยที่มีแคลอรี่ต่ำ อย่างเช่น น้ำเต้า, หอมใหญ่, บรอกโคลี และกะหล่ำดอก รับประทานสลัด, ผักนึ่ง, ผักต้มราวครึ่งหรือสามในสี่ของจาน
 
         
4. ลด หรือเลิกแอลกอฮอล์ - แอลกอฮอล์เต็มไปด้วยแคลอรี่ มันชะลอเมตาบอลิซึมลง ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น

          5. ดื่มน้ำให้มาก - การดื่มน้ำช่วยให้รู้สึกอิ่มจะได้ไม่คอยมองหาอาหารว่าง
 
         
6. ทานอาหารเสริม - รับประทานวิตามินรวม, น้ำมันปลา และโปรไบโอติคส์

         
7. รับประทานอาหารเช้า - อาหารเช้าช่วยกระตุ้นเมตาบอลิซึม และให้พลังงานแก่ร่างกายสำหรับวันนั้น

         
8. เลิกดื่มกาแฟและดื่มชาเขียวแทน - คาเฟอีนทำให้น้ำตาลในเลือด (กลูโคส) พุ่งขึ้นสูงเป็นการชั่วคราวก่อนที่จะตกลงอย่างรวดเร็ว ผลก็คือทำให้รู้สึกอยากคาร์โบไฮเดรต และน้ำตาลในเลือดสวิงขึ้นลง ส่วนที่ว่าให้ดื่มชาเขียวแทนนั้น เพราะชาเขียวมีคาเฟอีนน้อยกว่า และเต็มไปด้วยสารแอนตี้ออกซิแดนท์
 
         
9. หลีกเลี่ยงสารให้ความหวานทดแทน - การวิจัยใหม่ ๆ แสดงให้เห็นว่าที่จริงแล้วสิ่งเหล่านี้อาจทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มมากขึ้นได้นั่นเอง

แหล่งที่มา  อาหารและสุขภาพ, http://health.kapook.com/view56678.html
เครดิตภาพ  http://medicsindex.ning.com/profiles/blogs/foods-that-help-rheumatoid-arthritis

Friday, September 5, 2014

ติดกาแฟ แต่ไม่อยากอ้วน ทำไงดีล่ะสาว ๆ




         พูดถึงกาแฟ แน่นอนว่าสาว ๆ ส่วนใหญ่ทั้งวัยทำงาน หรือแม้แต่วัยรุ่นบางคนก็จะติดกาแฟด้วยกันทั้งนั้น ก่อนทำงานก็จะต้องดื่ม บางคนนัดลูกค้าที่ร้านกาแฟ ก็จะต้องสั่งอีกสัก 1 แก้ว ซึ่งส่วนผสมที่ใส่ในกาแฟนั้น ทั้งน้ำตาล ครีม นม จะเป็นตัวสำคัญที่ทำให้น้ำหนักเราเพิ่มขึ้นได้ แล้วเราจะต้องแก้ปัญหาอย่างไรดี...

          เพราะการดื่มกาแฟในแต่ละมื้อของเรา มันอาจจะไม่ได้ใช่แค่กาแฟอย่างเดียว บางครั้งเราก็สั่งแบบมีวิปครีม ซึ่งมีแคลอรี่อยู่ที่ประมาณ 500–600 แคลอรี่ และที่สำคัญอีกอย่างคือขนมหรือคุกกี้ที่เรากินเข้าไปพร้อมกับกาแฟ ตัวอย่างเช่น มัฟฟิน มีแคลอรี่ถึง 1,000 แคลอรี่ เลยทีเดียว นอกจากนั้น คนที่ชอบดื่มกาแฟสูตรพิเศษแก้วใหญ่พร้อมกับแซนด์วิช และขนมอื่น ๆ จะได้รับแคลอรี่มากถึง 1,500 แคลอรี่ แต่แคลอรี่ที่พอเหมาะสำหรับผู้หญิงในหนึ่งวันคือ 2,000 แคลอรี่เท่านั้นเองค่ะ

          โดยหลังจากดื่มกาแฟพร้อมกับของกินตามที่บอกไปแล้ว ทำให้เราเหลือปริมาณแคลอรี่สำหรับหนึ่งวันแค่ 500 แคลอรี่เท่านั้นสำหรับผู้หญิง ดังนั้นการดื่มกาแฟที่ผสมครีม น้ำตาล นม พร้อมกับขนมจะทำให้เราอ้วน และมีน้ำหนักส่วนเกินเพิ่มขึ้นมาอย่างรวดเร็วมาก เราจึงต้องหาวิธีปรับแก้ไขพฤติกรรมการดื่มกาแฟที่จะไม่เพิ่มน้ำหนักในตัวเราค่ะ

           วิธีแรก คือ การเลิกดื่มกาแฟไปเลย แต่มันช่างยากเหลือเกิน เพราะเมื่อเราดื่มมันทุกวัน เสมือนกับว่าพละกำลังในการทำงานและใช้ชีวิตนี่ขึ้นอยู่กับกาแฟเลย บางคนหมดแรงเพราะวันนั้นยังไม่ได้ดื่มกาแฟก็ยังมี หากว่าเราไม่สามารถจะเลิกดื่มกาแฟได้เด็ดขาด เราก็หันมาเปลี่ยนวัตถุดิบและรูปแบบของกาแฟนั้น ๆ ค่ะ

          เริ่มจากการหันไปดื่มกาแฟดำ ซึ่งสำหรับกาแฟดำแบบแก้วใหญ่ที่ไม่ใส่น้ำตาลมีแคลอรี่เพียงแค่ประมาณ 17–19 แคลอรี่เท่านั้น ดังนั้นกาแฟจะไม่ทำให้เรามีน้ำหนักเพิ่มหรือมีไขมันส่วนเกินขึ้นมาค่ะ แต่คงไม่เหมาะกับผู้ที่เป็นโรคหัวใจเท่าไรนัก เพราะความเข้มข้นนั้นอาจบีบหัวใจได้ อาจจะเป็นการดื่มกาแฟที่การใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาล ครีมเทียมสูตรไขมันต่ำ เติมเพิ่มรสชาติให้กาแฟ

          จริง ๆ ประโยชน์ในการการดื่มกาแฟก็มี เพราะกาแฟก็เหมือนกับพืชอื่น ๆ มีสารต้านอนุมูลอิสระ การดื่มกาแฟจะลดอาการง่วงนอน และทำให้มีสมาธิในการทำงานดีขึ้นโดยเฉพาะผู้ที่ทำงานเป็นกะและลดอุบัติเหตุ ขณะขับขี่ กาแฟช่วยลดอาการซึมเศร้าและคลายความวิตกกังวล การดื่มกาแฟเป็นประจำจะลดการเกิดนิ่วในทางเดินปัสสาวะและยังลดการเกิดนิ่วในถุงน้ำดี มีหลักฐานพอจะเชื่อว่าการดื่มกาแฟจะป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่เมื่อดื่มวันละไม่เกิน 4 แก้ว

          แต่อย่างไรก็ดี การดื่มกาแฟมากเกินไปก็ไม่ใช่ผลดีต่อร่างกายมากนัก อย่างการดื่มกาแฟ 2-4 แก้ว อาจจะไม่เป็นผลเสียต่อสุขภาพ แต่หากดื่มมากเกินไป 4-7 แก้วอาจจะเกิดผลเสีย โดยจะมีอาการนอนไม่หลับ หงุดหงิดง่าย สับสน อารมณ์แปรปรวน คลื่นไส้อาเจียน ใจสั่นหรือหัวใจเต้นเร็ว กล้ามเนื้อกระตุก ปวดศีรษะ วิตกกังวล

          เพราะฉะนั้นแล้ว ทุกอย่างอยู่ที่ความพอดีค่ะ เลือกดื่มกาแฟในส่วนผสมที่พอดีกับร่างกาย และปริมาณที่เหมาะสม เราจะได้รับแต่ประโยชน์ในสิ่งที่เราบริโภคเข้าไปยังไงล่ะคะ

แหล่งที่มา  Woman Plus, http://health.kapook.com/view97553.html
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต