Monday, October 14, 2013

15 เทคนิคที่จะช่วยสร้างความคิดสร้างสรรค์ให้กับคุณ




       สำหรับศิลปินแล้ว (ซึ่งจริงๆแล้วผมว่าไม่ใช่แค่ศิลปินหรอก ผมว่าทุกๆ อาชีพ มันก็ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์หมดแหละนะ) ไม่ว่าใครๆ ก็คงจะต้องเจอกับสถานการณ์ "สมองตัน" แน่ๆ ล่ะ... คิดงานไม่ออก ไม่มีแรงบันดาลใจที่จะทำงาน แล้วก็อะไรต่างๆ อีกมากมายที่ทำให้เรารู้สึกว่า "คิดไม่ออกว้อยยย!!!"... เฮ่อ! แต่จะทำไงดีล่ะ ทั้งเพื่อนร่วมงาน ทั้งลูกค้า ก็ยังอยากให้เราจะทำงานเจ๋งๆ  ออกมา ณ ช่วงเวลานั้น จะทำไงดีล่ะที่จะทำให้เรามีความคิดสร้างสรรค์ มีแรงบันดาลใจที่จะสร้างงานเจ๋งๆ ออกมาได้...??

        ก็จริงๆ แล้วมันก็มีอยู่หลายวิธีน่ะนะ ที่จะช่วยให้หลอดไฟในหัวของคุณมัน "ปิ๊ง" ขึ้นมาได้ และในบทความนี้ก็จะขอนำเสนอเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ที่จะช่วยให้คุณระเบิดความคิดสร้างสรรค์ที่มีอยู่ในตัวคุณออกมาได้ ย้ากกก!!! ตาม มา อ่าน กัน ได้ เลย!!!

1. หาสิ่งที่คุณอยากทำ

        หาไปเลย หางาน(งานอดิเรกหรืออาชีพ) ที่คุณรัก หาสิ่งที่คุณทำได้ หรือสิ่งที่คุณคิดว่าคุณอยากจะทำ สิ่งที่คุณรู้สึกว่า "ฉันเกิดมาเพื่อสิ่งนี้" ซึ่งมันก็อาจจะเป็นได้ทั้ง การเขียน ถ่ายรูป การวาด การปั้น การออกแบบ และการทำสิ่งอื่นๆ อีกมากมาย ที่คุณรู้สึกว่ามันจะช่วยให้คุณแสดงพรสวรรค์ของคุณออกมาได้ 

2. อ่านหนังสือ

        เมื่อไหร่ที่คุณรู้สึกว่าตัวเองเริ่มมีอาการ "สมองตัน" การอ่านหนังสือดีๆ สักเล่มช่วยคุณได้ครับ ไอเดียดีๆ บางอย่างมันจะค่อยๆ ผุดขึ้นมา และมันจะดียิ่งขึ้นถ้าคุณหาข้อมูลที่น่าสนใจที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่คุณทำ

        ก็แนะนำให้อ่านบทความดีๆ นะครับ ทั้งจากหนังสือ บล็อก หรือบทความในอินเตอร์เน็ต บทความที่ช่วยเสริมสร้างการคิด บทความที่ช่วยกระตุ้นตัวคุณ สร้างแรงบันดาลใจให้กับคุณ และสร้างความคิดสร้างสรรค์ให้กับคุณ

3. ฝึกฝน

        "ฝึกฝนเพื่อไปสู่ความเพอร์เฟ็กต์" จัดไปครับ การฝึกฝนเป็นสิ่งที่ดีมากๆที่จะช่วยลับฝีมือของคุณ อยากทำอะไรก็ทำมันไปเรื่อยๆ ทำไปทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นการเขียน ออกแบบ ถ่ายภาพ ฯลฯ ยิ่งคุณฝึกฝนมากเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งรักในสิ่งที่คุณทำมากขึ้น เพราะคุณจะรู้สึกสนุกกับการฝึกฝน สนุกกับการหาแนวทางการทำงานใหม่ๆ และสนุกกับการที่เห็นงานของคุณดีขึ้นมาเรื่อยๆ

4. รับฟังข้อคิด แนวคิด ความคิดเห็นจากผู้อื่น

        ง่ายๆ ครับในสมัยนี้ ทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ค ออนไลน์ไปครับ ลองแลกเปลี่ยนความรู้ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคนอื่นๆ ดู แต่ให้ดีก็ต้องหาเวลามาพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อนๆ ก็จะดีกว่า เพราะการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันนั้นช่วยให้คุณฝึกคิด รับอรรถรสของการสื่อสารได้อย่างเต็มที่ แลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้ดีกว่า และ อาจช่วยให้คุณมีความคิดดีๆ ผุดขึ้นมาด้วยนะ

5. ฟังเพลง

        ก่อนที่จะเริ่มทำงานใหม่ๆ ไม่ลองฟังเพลงดีๆ ที่คุณชอบและสร้างแรงบันดาลใจให้กับคุณได้ดูล่ะ! การฟังเพลงดีๆ ช่วยสร้างพลังให้กับคุณครับ พลังที่ทรงประสิทธิภาพที่จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้คุณอยากทำงาน ศิลปินบางคนทำงานไปและฟังเพลงไป บางทีร้องตามไปด้วย สนุกสุดๆ เลย!!

6. ออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์

        ออกไปหาธรรมชาติบ้างครับ ให้ธรรมชาติสร้างแรงบันดาลใจให้กับคุณ แทนที่จะอุดอู้อยู่ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ การเปลี่ยนบรรยากาศจะช่วยให้คุณดีขึ้นครับ การเดินเล่น ออกไปสัมผัสพลังของธรรมชาติก็ช่วยให้คุณสมองโล่งและช่วยให้คุณมีความคิดดีๆ ออกมาได้ รวมถึงการออกกำลังกายเล็กๆน้อยๆ ก็ยังช่วยกระตุ้นสมองคุณได้ด้วยนะ

7. อย่ากลัวที่จะลองทำอะไรใหม่ๆ

        เวลาทำงาน งานอะไรก็ได้ ลองทำอะไรใหม่ๆ ดูบ้าง การทำงานแนวทดลอง ลองใช้วัสดุใหม่ๆ วิธีการใหม่ๆ แนวคิดใหม่ๆ อุปกรณ์ใหม่ๆ อย่าลืมว่าความคิดสร้างสรรค์มันไม่มีลิมิต แนวคิดนี้อาจจะช่วยให้คุณทำงานเจ๋งๆ แบบที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือนออกมาก็ได้นะ

8. ลองทำตัวเป็น "คนไม่คิดอะไร" ดูบ้าง

        การไม่คิดอะไร หรือ การทำให้สมองว่าง ก็เป็นอีกวิธีที่จะช่วยให้คุณผ่อนคลาย อาจจะเริ่มง่ายๆด้วยการจ้องมองบนผนังที่ว่างเปล่า หรือลองไปสัมผัสสนามหญ้านุ่มๆ หายใจเข้าออกลึกๆ และปล่อยวางความคิดต่างๆ ที่ทำให้คุณเครียดหรือเป็นกังวล แต่การทำให้สมองว่างมากเกินไปก็ไม่ดีเท่าไหร่นะ อาจจะดูเป็นคนที่ไม่คิดอะไรจนเหมือนกับว่าเรากลายเป็นซอมบี้ไปเลยก็ได้ เหอๆ

9. ลองทำงานแบบผิดๆ ดูบ้าง ก็ไม่เห็นเป็นอะไร

        ถ้าเกิดคุณทำงานออกมาแล้วคุณไม่ชอบงานนั้น อย่าเพิ่งไปหงุดหงิดครับ ใครจะไปรู้ อาจมีคนชอบงานที่คุณไม่ชอบก็ได้ อย่าลืมว่าแต่ละคนมีมุมมองที่ต่างกันไป และนั่นก็อาจจะทำให้คุณกลับมาชอบงานของตัวเอง ดังนั้นอย่ากลัวที่จะทำงานแบบผิดๆ ออกมาครับ อย่ากลัวที่จะผิดพลาด และถ้ารู้สึกว่ามีข้อผิดพลาด ให้ใช้ความผิดพลาดนั้นเป็นตัวกระตุ้นให้คุณทำงานที่ดียิ่งๆ ขึ้นไป ไม่ว่างานนั้นมันจะยากแค่ไหนก็ตาม
  
10. เล่น เล่น เล่น และเล่นให้สนุก

        ถ้ารู้สึกว่าทำงานออกมาแล้วตั้งไม่รู้กี่ชิ้นต่อกี่ชิ้น แต่ก็ยังไม่มีงานที่ชอบเลย!! พักก่อนครับ ออกไปเล่นอะไรกัน จะเล่นกีฬา เล่นเกม หรือลองทำอะไรที่คุณอยากจะทำแต่ยังไม่เคยมีโอกาส เช่น ทำเบเกอร์รี่ เขียนกลอน หรือทำอะไรอื่นๆ ก็ได้ สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้กลับมาสดชื่นและมีพลังขึ้นมาอีกครั้ง

11. เปิดใจและรับฟังความคิดเห็น

        เวลาที่คุณทำงาน คุณควรรับฟังความคิดเห็นและคำวิจารณ์ เพราะมันอาจช่วยให้คุณพัฒนางานขึ้นมาได้มาก อย่าเพิ่งไปหงุดหงิดเมื่อได้ยินคนบอกให้คุณทำอย่างโน้นทำอย่างนี้ อย่าเพิ่งไปต่อต้าน ให้คุณรู้สึกดีที่ได้ยินคำวิจารณ์หรือข้อคิดเห็น เพราะนั่นแสดงให้เห็นว่า "พวกเขาสนใจในงานของคุณ" และนั่นก็เป็นอีกกำลังใจของศิลปินนะครับ เพราะฉะนั้น ขอให้เปิดใจไว้กว้างๆ...นะ

12. จงสนุกกับสิ่งที่กำลังทำอยู่

        ความลับอย่างหนึ่งที่จะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จก็คือ การใส่ใจและใส่ความสนุกลงไปในงาน แม้ว่าจะเจอสิ่งที่ผิดพลาดก็อย่าเพิ่งไปหงุดหงิด ยิ้มเข้าไว้ แล้วคุณจะรู้ว่ายิ่งคุณสนุกกับงานมากเท่าไหร่ งานของคุณก็จะยิ่งออกมาดีมากขึ้นเท่านั้น จงยิ้ม...แล้วงานของคุณจะสะท้อนความสุขที่มีอยู่ในตัวคุณออกมาได้ด้วยล่ะ

13. ต้องมีสมาธิ

        เมื่อไหร่ที่คุณมีไอเดียดีๆ และมีพลังที่จะทำงาน ขอให้มีสมาธิกับมันครับ ไอเดียดีๆ ที่คุณมีมันจะหายไปถ้าคุณมีอาการวอกแวก คนบางคนนั้นฝึกตัวเองให้ทำงานได้แม้จะมีสิ่งเร้าต่างๆ รอบตัว พวกเขาฝึกตนเองให้มีสมาธิกับงานได้ แม้ว่ารอบๆ ตัวของพวกเขาจะมีอะไรบ้าบอคอแตกเกิดขึ้นก็ตาม

14. พยายามหาเวลาว่างๆ ไว้คิดอะไรเล่นๆ

        การทำงานมากเกินไปจะทำให้คุณเครียดและทำให้สมองเหนื่อยล้าครับ ทำให้ตัวคุณเองมีเวลาว่างไว้คิดอะไรเล่นๆ บ้าง แล้วคุณจะพบกับความสนุกและแนวความคิดใหม่ๆ และที่สำคัญที่สุด ลองคิดอะไรที่มันเกินโลกของคุณดูครับ คิดอะไรที่มันนอกเหนือจากกรอบความคิด คิดอะไรที่มันนอกเหนือจากที่ตาเห็น คิดอะไรที่มันนอกกรอบ แล้วคุณจะพบเจอกับคำตอบที่คุณคิดว่ามันไม่เคยมี

15. มองโลกในมุมมองอื่นดูบ้าง

        เวลาที่เราพูดถึงการทำงานแบบยืดหยุ่น มันหมายถึงการที่คุณสามารถทำงานได้ในหลายๆ มุมมอง ลองใส่หมวกใบอื่นๆ ดูบ้าง ลองแปลงร่างเป็นคนอื่นดูบ้าง ลองคิดดูว่าถ้าคุณเป็นคุณครู ถ้าคุณเป็นเด็ก ถ้าคุณเป็นนักธุรกิจ หรือใครๆ ก็ตามแต่ จะมีความรู้สึกอย่างไรเมื่อเห็นงานของคุณ เมื่อคุณทำแบบนั้นได้ งานของคุณก็จะสร้างความพึงพอใจให้กับใครหลายๆ คนได้ รวมถึง คุณลองเปลี่ยนอุปกรณ์ที่คุณใช้ในการทำงานดูก็ได้  ลองเปลี่ยนวัสดุ ลองเปลี่ยนวิธีการต่างๆที่สร้างงานของคุณออกมา

        กุญแจสำคัญที่จะทำให้คุณอยู่ในห้วงของความคิดสร้างสรรค์ได้ตลอดเวลาก็คือ คุณต้องทำให้ความคิดสร้างสรรค์เป็นส่วนหนึ่งของตัวคุณ ซึ่งคุณอาจมีไอเดียดีๆได้ตลอดเวลา เช่น ตอนที่กำลังขับรถ หรือตอนที่กำลังแปรงฟัน และถ้าคุณทำแบบนี้ได้ การเผชิญหน้ากับปัญหา "สมองตัน" ก็จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป...

        ก็ขอพลังและความคิดสร้างสรรค์จงอยู่คู่กับทุกคนตลอดไปครับ (คำจากพี่แก็ป ทีโบน)

        ขอบคุณครับ
    พัทธพล บัวล้อมใบ
        20/04/2554
Read More: http://www.portfolios.net/profiles/blogs/2988839:BlogPost:1463311#ixzz2hiCEJacd
เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/explore/beautiful-flowers-garden/

Friday, October 11, 2013

วิธีเพิ่มความมีเสน่ห์ให้กับตัวเอง



สาวสวย หนุ่มหล่อ ทุกคนก็อยากให้มีคนมาชอบเรา มีคนมาหลงรักเรา เอ๊ะแต่ก็ยัง งง มึนๆๆ อยู่ว่าเราจะทำไงดีน๊า บางคนไม่ได้หน้าตาดีแต่เค้าทำไมมีคนมาชอบเค้าน๊า... เค้ามีเสน่ห์ตรงไหนเหยอ.. และเสน่ห์เนี่ยต้องประกอบด้วยอะไรบ้าง หน้าตาต้องดีเหรอ? แต่งตัวดีเหรอ? พูดจาน่าร๊าก แอ๊บแบ๊ว เหรอ? หรือเป็นคนเอาใจเก่ง แล้วอะไรอีกน๊า เพื่อนๆหลายคนคงคิดกันไม่ตก วันนี้ ปุ๋มปิ๋ม จึงนำวิธีเพิ่มความมี เสน่ห์ ให้กับตัวเอง มาฝากคร่า.....

สิ่งแรกเลยนะคร่า.. คนมี เสน่ห์ ต้องอารมณ์ดี เฟรนรี่ ยิ้มเก่ง

ต้องเป็นคนที่มีอัธยาศัยดี ร่าเริง ยิ้มเก่งใครยิ้มให้ก็ยิ้มตอบ ไม่ทำหน้าเครียดตลอดเวลา หรือง่ายๆไม่หยิ่งนั้นเอง เพราะคงไม่มีใครที่อยากเข้าใกล้กับคนที่มีนิสัยขี้หงุดหงิด ขี้โมโห หรือเป็นคนที่อารมณ์แปรปรวนง่ายๆ โดยอาจจะยึดความพอดีเป็นที่ตั้ง คือ มีความยิ้มแย้มแจ่มใสอยู่ในตัวเอง จนกระทั่งสามารถยิ้มให้ใครต่อใครได้อย่างเป็นธรรมชาติ สดใส และจริงใจเป็นสำคัญอีกด้วย

2. คนมีเสน่ห์ ไม่ใช่คนโง่ รอบรู้และจังหวะในการพูดคุย

เสน่ห์ ประการหนึ่งของคนทุกคนที่จะมีได้ก็คือ ความรอบรู้ ไม่ว่าใครจะเปิดประเด็นใดขึ้นมาก็จะสามารถคุยกับคนอื่นได้ และแสดงถึงความสนใจในเรื่องนั้น จะทำให้การพูดคุยลื่นไหล คราวนี้แหละการสนทนาของคุณจะยิ่งออกรส และในโอกาสถัดๆ ไปคุณจะเป็นคนที่เขานึกถึงก่อนใคร และที่สำคัญเราต้องรู้จักรับฟังคนอื่นด้วยไม่ใช่แต่จะสนใจเล่าแต่เรื่องของตัวเองเท่านั้น

3. คนมี เสน่ห์ ทำตัวให้เป็นธรรมชาติ มองโลกในแง่ดี ไม่คิดร้ายกับผู้อื่น

คือ การไม่เสแสร้งเข้าใส่กันและกัน การดูถูก ดูหมิ่นและเหยียดหยามผู้อื่น ไม่เป็นคนวางท่าว่าตัวเองเก่งหรือเหนือกว่าใคร สิ่งต่างๆ เหล่านี้เองที่เป็นเหตุให้คนเราขาดเพื่อนที่จริงใจ ก่อนที่จะให้คนอื่นมารักเรา เราต้องรู้จักให้ความจริงใจและรู้จักจะรักคนอื่นเสียก่อน ไม่มองคนอื่นในแง่ร้ายไปก่อนที่จะรู้จักเค้า ไม่ตำหนิ หรือติเตียนสิ่งต่างๆ อยู่ตลอดเวลา คงเห็นแล้วว่าถ้าคนเรามีความคิดเช่นนี้กันทุกคน สังคมก็คงวุ่นวายน่าดูและคงมีแต่ปัญหามากมายที่จะเกิดขึ้น แต่ถ้าเราลองมองโลกในแง่ดีบ้าง และทำเป็นประจำอยู่ตลอด คนที่อยู่ใกล้เราก็จะมีความสุข

 

4. คนมี เสน่ห์ รู้จักที่จะ "ให้" และ "รับ"
 
เพราะส่วนใหญ่ในสังคมปัจจุบันมีแต่คนเห็นแก่ตัวกันเยอะขึ้น คอยที่จะ"รับ" อย่างเดียว หวังแต่ผลประโยชน์ที่จะเกิดกับตัวเองเพียงเท่านั้น ส่วนคนอื่นไม่สนใจ แต่คนที่ "ให้"มากกว่ารับจะมีเพื่อนมากกว่าคนที่รับมากกว่าให้อย่างแน่นอน

การ
"ให้" และ "รับ" ไม่ ได้หมายความเฉพาะวัตถุ แต่รวมไปถึงการให้ความช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อน หรือคนที่ตกทุกข์ได้ยาก สิ่งเหล่านี้ถือว่าเป็นการให้ที่มีคุณค่ามาก และโดยปกติคนทั่วไปก็คงชอบคนที่ให้เราบ้าง ยอมรับจากเราบ้างเพราะเวลาเขารับอะไรจากเรา เรารู้สึกดีใจและพอใจ แต่ถ้าคุณเป็นฝ่ายรับจากเขาอยู่ข้างเดียว ก็คงต้องรู้สึกระอาใจบ้างไม่มากก็น้อย

ถ้าอยากเป็นคนมี เสน่ห์ มีคนอยากรู้จักและคนสนใจเยอะๆๆละก็ อย่าลืมนำสิ่งที่กล่าวข้างต้นลองไปใช้ดูกันนะคร่า แต่ที่สำคัญทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำต้องมีพื้นฐานของความจริงใจด้วยหล่า.... บะบ๊าย..แล้วมาเจอกันใหม่นะคร่า..

แหล่งที่มา  http://blog.eduzones.com/entertain/20906
เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/ciamilo/art-and-photos/

Wednesday, October 9, 2013

15 นิสัยดี ๆ ช่วยสร้างความประทับใจแก่คนรอบข้าง




   คุณรู้หรือไม่ว่านิสัยส่วนตัวของคนเรานั้น เป็นส่วนสำคัญที่มีผลต่อคนรอบข้างอย่างมาก จะประพฤติตัวดีหรือไม่ คนรอบข้างของคุณล้วนแล้วแต่คอยจับตามองหรือรู้สึกกับสิ่งที่คุณแสดงออกกันอยู่ทั้งสิ้น ดังนั้น จึงต้องมีการระมัดระวังในการพูดหรือวางตัวอยู่บ้างเหมือนกัน และคงจะดีอย่างยิ่งหากเราลองปรับเปลี่ยนนิสัย(บางอย่าง)กันสักเล็กน้อย เพื่อเป็นส่วนช่วยในการสร้างความประทับใจแก่คนรอบข้างมากขึ้นกว่าเดิม ว่าแต่... ควรปรับอะไร อย่างไรบ้างนั้น ลองไปดูกันเลย

1. สร้างความน่าเชื่อถือด้วยการเป็นตัวของตัวเอง


       เคยไหมที่ต้องรู้สึกกดดัน ทำตัวไม่ถูก เมื่อต้องปฎิบัติตัวอย่างที่ไม่เป็นตัวของตัวเอง แถมอาจจะเป็นการสร้างความรำคาญกับคนรอบข้างอีกต่างหาก แบบนี้ไม่ดีแน่ ๆ ใจเย็น ๆ ไม่ต้องตื่นเต้นหรือประหม่าแต่อย่างใด เป็นตัวของตัวเองเข้าไว้ และทำแต่ละอย่างให้เหมาะสมถูกต้องตามกาลเทศะ เท่านี้ก็ช่วยได้แล้ว ที่สำคัญคือต้องมีความเชื่อมั่นในตัวเองด้วย เพราะเป็นสิ่งที่จะทำให้คุณกล้าที่จะพูด หรือแสดงออกทางความรู้สึกของตัวเองให้ผู้อื่นรับรู้ได้ดีมากยิ่งขึ้น

2. เป็นห่วงคนรอบข้างสักนิด

       ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันสักนิด เช่น กินอะไรหรือยัง ไปไหนมา เป็นอะไรมากหรือเปล่า วันนั้นเป็นยังไง เกิดอะไรขึ้น และคำถามอื่น ๆ อีกสารพัด ก็ถามไปเถอะ การถามคำถามเหล่านี้จะทำให้คนรอบข้างรู้สึกได้ว่าคุณเป็นห่วงเขาจริง ๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อย่าถามมากไปจนเกินงาม เพราะนั่นจะเปลี่ยนจากห่วงใยเป็นอยากรู้อยากเห็นขึ้นมาทันที นอกจากนั้นแล้ว หากคนรอบข้างของคุณมีปัญหาและต้องการระบายความรู้สึกนั้น ๆ ออกมา ก็รับฟังไว้บ้าง จะได้เป็นการแบ่งเบาความทุกข์ของเขาให้บรรเทาลงได้บ้าง ดีไม่ดีหากคุณมีปัญหาเองบ้าง เขาก็พร้อมที่จะรับฟังคุณเช่นเดียวกัน

3. สร้างอารมณ์ขันให้คนอื่นรู้สึกดี

       เล่าเรื่องตลก แสดงท่าทางที่ทะเล้น ๆ เล็กน้อย จะช่วยแต่งเติมสีสันให้คนรอบข้างได้รู้สึกดีอยู่ไม่น้อย เชื่อได้เลยว่า ถ้าคนรอบข้างของคุณยิ้มหรือหัวเราะกับสิ่งที่คุณทำเพื่อเขาแล้วล่ะก็ ตัวคุณเองก็จะมีความสุขตามไปด้วยเช่นกัน และอย่าลืมยิ้มเข้าไว้ด้วย โลกนี้จะสดใสได้ด้วยรอยยิ้ม อีกทั้งประเทศไทยเราเป็นเมืองแห่งรอยยิ้มอยู่แล้ว ก็จงยิ้มให้เต็มที่ ยิ้มมาจากใจจริง ใครพบเห็นก็พลอยจะมีความสุขและยิ้มตามคุณไปด้วยแน่นอน

4. คิดบวกเข้าไว้

       การคิดบวกต่อสิ่งต่าง ๆ รอบตัว มีประโยชน์อย่างมาก เพราะทำให้คุณมีทัศนคติต่อสิ่งนั้น ๆ ในด้านที่ดี ๆ มากยิ่งขึ้น และจะทำให้สุขภาพจิตทั้งตัวคุณและคนรอบข้างดีขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน

5. รู้จักกาลเทศะ รู้เด็ก รู้ผู้ใหญ่

       การที่มีความสนิทสนมกับคนรอบข้างไม่ได้หมายความว่าคุณจะสามารถทำอะไรกับเขา ก็ได้ตามใจชอบ ให้เกียรติเขาบ้าง ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายก็ตามแต่ จะได้คบกันไปนาน ๆ เพราะหากไม่รู้จักกาลเทศะแล้วล่ะก็ รับรองได้เลยว่าจากความประทับใจจะแปรเปลี่ยนเป็นความไม่ชอบใจขึ้นมาอย่างแน่นอน ที่สำคัญจะต้องมีหางเสียงด้วยทุกครั้ง ทั้ง "ครับ" และ "ค่ะ" ถือเป็นคำพูดที่ต้องฝึกพูดไว้ให้ติดปากอยู่เสมอ เพราะนั่นจะแสดงถึงความนอบน้อมและมีสัมมาคารวะเป็นอย่างดี

6. สุภาพเรียบร้อยด้วยล่ะ

       เวลาพูดหรือทำอะไรก็ตาม อย่ามีการแสดงท่าทางประกอบที่มากเกินไปจนน่าเกลียด หรือแสดงท่าทางที่ไม่สุภาพ ผ่อนคลายเข้าไว้ เป็นธรรมชาติไว้จะดีที่สุด นอกจากนั้นแล้ว สบสายตากับผู้พูดด้วย เพื่อที่เขาจะได้รู้ว่าคุณให้ความสนใจในการรับฟังเขาอยู่ แต่อย่าให้ถึงขั้นจ้องโดยเด็ดขาด เพราะเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะอย่างยิ่ง

7. มีความสามารถด้านไหนก็แสดงออกมาให้เต็มที่

       ไม่ว่าจะเป็นความถนัดด้านใดก็แล้วแต่ อาทิเช่น ถนัดเล่นกีตาร์ ทำกับข้าว หรือใด ๆ ก็แล้วแต่ที่เป็นด้านดี ๆ ก็ทำไปได้เลยเต็มที่ แต่หากสิ่งไหนที่ไม่ถนัดก็อย่าได้ดันทุรังทำเป็นอันขาด เพราะนั่นไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย

8. ช่วยเหลือกันบ้างเมื่อมีโอกาส

       ช่วยยกของสักนิด ช่วยหยิบนี่สักหน่อย หรือร่วมบริจาคเงินสักเล็กน้อย เมื่อคนรอบข้างเกิดปัญหา ก็เป็นสิ่งที่ควรทำ เล็ก ๆ น้อย ๆ ช่วยกันได้ก็ช่วยกันไป จะเหนือบ่ากว่าแรงสักขนาดไหนเชียว จริงไหม

9. ไม่ยุ่งวุ่นวายกับเรื่องส่วนตัว

       ประเภทที่ว่าอยากรู้เรื่องราว ข่าวสาร ความเคลื่อนไหวของคนรอบข้างชนิดตามติดเป็นเรียลลิตี้ก็ไม่ไหว ให้ความเป็นส่วนตัวกับเขาบ้าง คนเราต่างก็มีเรื่องที่เป็นส่วนตัวกันทั้งนั้น ตัวคุณยังไม่ชอบให้ใครมายุ่งวุ่นวายเลย แล้วจะไปยุ่งกับเขาทำไมล่ะ ถูกต้องไหมครับ

10. สัญญาอะไรไว้ก็ทำด้วย


       เชื่อว่าหลายคนคงเคยสัญญากับคนรอบข้างเอาไว้เหมือนกัน เช่น สัญญาจะพาไปทานข้าว ดูหนัง ซื้อของ หรืออื่น ๆ สารพัด แต่ดันมีเหตุให้ต้องผิดสัญญาอยู่บ่อยครั้ง ทั้งเรื่องหน้าที่การงาน ความพร้อม แม้แต่การลืม ก็น่าจะเกิดขึ้นเช่นกัน ดังนั้นแล้ว พยายามทำตามสัญญาที่ให้ไว้ซะ เขาจะได้ไม่มองคุณว่าเป็นพวกผลัดวันประกันพรุ่ง

11. มีการจัดการกับชีวิตที่ดี

       ลองจัดสรรชีวิตให้เข้าที่เข้าทางและเป็นระบบนอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อตัวของคุณโดยตรงแล้ว ยังจะเป็นที่ชื่นชมกับคนรอบข้างของคุณอีกด้วย ไม่เชื่อก็ลองทำดูได้เลย

12. ตอบคำถามและข้อสงสัยได้อย่างชัดเจน

       เมื่อไหร่ก็ตามที่มีการถามตอบคำถามซึ่งกันและกัน ก็ควรจะตอบคำถามให้กระจ่างชัดเจน ไม่คลุมเครือ เรื่องไหนรู้ก็บอกไป เรื่องไหนไม่รู้ก็บอกไปเหมือนกัน แต่บอกไปตามตรงว่าไม่รู้ จะได้เข้าใจกันทั้งสองฝ่าย วิธีนี้จะช่วยให้คนรอบข้างของคุณรู้สึกประทับใจที่คุณสามารถตอบคำถามได้อย่างฉะฉาน ตรงไปตรงมา ซึ่งจะทำให้คุณดูดีเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

13. มีข้อมูลหรือเคล็ดลับดี ๆ ก็เล่าสู่กันฟังบ้าง


       หากคุณได้ประสบพบเจอ หรือรู้ข้อมูลดี ๆ เช่น ร้านอาหารแถวไหนอร่อย ซื้อของที่ไหนถูก หรือรู้วิธีเกี่ยวการดูแลรักษาตัวเองก็บอกกล่าวกันบ้าง จะได้เป็นการแบ่งปันข้อมูลซึ่งกันและกัน

14. ไม่พูดโอ้อวด ไม่ดี ๆ


       ถ้าคุณมีนิสัยที่ชอบพูดจาโอ้อวด สร้างเรื่องนู้น แต่งเรื่องนี้อยู่เป็นประจำแล้วล่ะก็ ขอให้เลิกซะ เพราะนั่นจะทำให้รอบข้างของคุณไม่ชอบขี้หน้าคุณได้ง่าย ๆ แถมยังจะสร้างความรำคาญให้กับเขาอีกต่างหาก

15. กล่าวชื่นชมต่อกันก็จำเป็น


       เอ่ยปากชมกันสักนิด เป็นอะไรที่เข้าท่าสุด ๆ ถือเป็นสิ่งที่ช่วยเติมเต็มความรู้สึกดี ๆ ให้แก่กันได้อย่างมากเลยทีเดียว ที่สำคัญต้องชมกันด้วยความจริงใจ จะทำให้เกิดความประทับใจต่อกันมากขึ้นแน่นอน

       ทั้ง 15 ข้อที่ได้กล่าวมานี้ ล้วนแล้วแต่เป็นนิสัยดี ๆ ที่เราภูมิใจนำเสนอให้กับเพื่อน ๆ ทุกคนเป็นอย่างยิ่ง ใครจะนำไปปรับใช้ดูบ้างก็ยินดี ไม่สงวนลิขสิทธิ์นะจ๊ะ

Monday, October 7, 2013

10 วิธีทำให้คนอื่นชอบคุณ




        ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร อยู่ที่ไหน การได้เป็นที่รัก ที่ชอบพอของคนรอบตัวนั้น ก็นับเป็นสิ่งประเสริฐที่ทุกคนปรารถนา แต่ต้องคำนึงถึงความถูกต้องดีงามเป็นพื้นฐานด้วย ไม่ใช่ทำทุกวิถีทางเพื่อให้คนอื่นพอใจรักใคร่ ทั้ง 10 ข้อที่จะนำเสนอต่อไปนี้ เป็นสูตรปรุงเสน่ห์ ซึ่งทำได้ไม่ยาก แต่ท้าทายให้ทุกคนใส่ใจและทดลอง ปฏิบัติ ที่เห็นว่าเป็นเรื่องง่ายๆ  แต่ถึงเวลา หากสำรวจเข้าจริงๆ บางคนก็ขาดไปหลายข้อเหมือนกัน เพราะส่วนใหญ่เป็นเรื่องเส้นผมบังภูเขา ง่ายเสียจนเราละเลย ลืมให้ความสำคัญ ลืมปฏิบัติกันให้เป็นนิสัย

1. จำชื่อเขาให้ได้

        ถ้ายังจำชื่อใครต่อใคร ไม่ได้ หรือจำผิดจำถูก แสดงว่าคุณไม่ใคร่สนใจไยดีหรือให้ความสำคัญในตัวเขานัก คุณรู้ไหมว่า ชื่อคนเป็นสิ่งสำคัญสำหรับความรู้สึกของคนอย่างมากมาย รีบจำชื่อเขาให้ได้ และเรียกให้ถูกนะคะ

2. รู้จักทักทาย

        การทักทายใครต่อใครก่อน เป็นความน่ารักอย่างหนึ่ง สะท้อนให้เห็นความมีมิตรจิตมิตรใจ ทำให้ผู้ถูกทักทายรู้สึกดีว่าได้รับความใส่ใจ มีคนให้ความสำคัญ เราจะจำชื่อคนให้ได้ไปทำไมกันคะ ถ้าจำได้แล้วไม่รู้จักทักทายกัน?

3. วางตัวสบายๆ ได้หรือเปล่า

        จงเป็นคนที่วางตัวสบายๆ เสมอ เพื่อผู้อื่นจะได้ไม่รู้สึกเครียดเมื่ออยู่ใกล้ๆ คุณ โปรดเป็นกันเอง อย่าถือเนื้อถือตัว อย่าเจ้ายศเจ้าอย่าง เพราะมันจะน่ารำคาญ น่าเกลียดน่ากลัว มากกว่าน่าเข้าใกล้

4. มีนิสัยง่ายๆ

        นิสัยง่ายๆ เป็นคนละเรื่องกับมักง่าย หากคุณเป็นคนง่ายๆ มีความยืดหยุ่นสูง และรู้จักผ่อนปรนอารมณ์ของคุณก็มักจะคงที่ ไว้ใจได้ ทำนายได้ ไม่แปรปรวนจนยากแก่การควบคุมหรือไว้ใจ คนง่ายๆ มักยอมรับและเข้าใจได้ แม้กับคนที่น่ารำคาญที่สุด ใครๆ ก็อยากอยู่ใกล้กับคนที่อารมณ์คงที่ ยืดหยุ่น และถือสาใครต่อใครน้อยมาก เพราะอะไรคะ เพราะว่าบางครั้ง เราก็ไม่รู้หรอกว่าตัวเราเองมีอะไรที่น่ารำคาญบ้าง  ง่ายๆ วางใจ ไม่ถือสากันนี่ละ ดีที่สุด

5. อย่าอวดตัวเอง

        จงระวัง อย่าแสดงว่าคุณรู้อะไรๆ ไปหมดเสียทุกเรื่อง ไม่มีใครอยากจะชอบพอกับคนที่ฉลาดไปเสียทุกเรื่องหรอก  บางเรื่องเขาก็อยากฉลาดบ้างเหมือนกัน ดังนั้นโปรดวางตัวตามธรรมชาติ (คือมีทั้งเรื่องที่รู้และไม่รู้) ถ่อมตน และสุภาพตามกาลเทศะจะดีกว่า

6. จงมีนิสัยร่าเริง

        เพื่อคนทั้งหลายจะได้ชอบอยู่ใกล้ และ "ติด" ในความร่าเริงที่คุณมี แล้วคุณจะได้รับความรู้สึกดีๆ ได้เรียนรู้ในสิ่งดีๆ จากคนเหล่านี้ เมื่อคบค้าสมาคมด้วย

7. จงพยายามแก้ไขความเข้าใจผิด

        คุณอาจเคยมองใครในแง่ร้ายๆ ไปบ้าง คุณอาจเคยถือสาการกระทำครั้งโน้นครั้งนี้ของเขา หากคุณมีเวลา จง พยายามแก้ไขความเข้าใจผิดหรือความถือสาที่เคยมี รวมทั้งที่กำลังมีอยู่ให้หมดไป มิตรภาพไม่อาจก่อเกิดหรืองอกงามได้ ท่ามกลางความระแวงแคลงใจ จงขจัดความขุ่นข้องหมองใจ ความไม่ชอบใจ และความเจ็บใจให้หมด แล้วคุณจะเป็นคนน่ารักที่ไม่มีใครผูกใจเจ็บ

8. ทิ้งมันไป...นิสัยเสียๆ

        บางทีเราก็ไม่รู้หรอกว่าเรามีนิสัยอะไรที่เป็นข้อบกพร่องอยู่ในตัวบ้าง การเงี่ยหูฟังจากคนรอบข้าง จะช่วยให้เรารู้ เมื่อเรารู้แล้ว เรามีหน้าที่ต้องกำจัดนิสัยที่ทำให้คนอื่นตั้งเป็นข้อรังเกียจออกไป แม้ว่า นิสัยบางอย่างนั้น อาจมีอยู่หรือทำไปโดยที่เราไม่ได้รู้ตัวมาตลอดก็ตาม

9. จงหัดชอบคนอื่นบ้าง

        น่าประหลาด... คนบางคนเกลียดใครต่อใครได้ไวมาก ลองหัดชอบคนอื่นจนกลายเป็นนิสัยดีไหมคะ ชอบ ที่เขาเป็นอย่างนั้น ชอบที่เขาคิดอย่างนี้ ชอบในสิ่งที่เขาพูดจา ฯลฯ พึงท่องคาถาประจำใจเอาไว้ให้ตลอดเภิดว่า ข้าพเจ้าไม่เคยพบกับบุคคลที่ข้าพเจ้าไม่รู้สึกชอบเลย

10. ชมเชยให้เป็น

        อย่าละทิ้งโอกาสที่จะ กล่าวคำชมเชย เมื่อใครคนใดคนหนึ่งใกล้ๆ ตัวคุณ ได้กระทำในสิ่งที่ดี เป็นแบบอยางต่อผู้อื่น หรือทำอะไรได้สำเร็จสักอย่างหนึ่ง ในเวลาเดียวกัน ก็ต้องรู้จักแสดงความเข้าใจ ความเห็นอกเห็นใจ ในความทุกข์ร้อนและความผิดหวังของพวกเขาด้วย พูดง่ายๆ ได้ว่า หัดเป็นคนมีหัวใจซะบ้าง! 


แหล่งที่มา  http://hilight.kapook.com/view/29694
เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/pin/4081455889573209/