Saturday, September 21, 2013

เปลี่ยนความคิดพิชิตความเศร้า




ความคิด, อารมณ์, ความเศร้า, และโรคซึมเศร้า
 
ถ้าเราเดินสวนกับเพื่อนคนหนึ่งแล้วเขาไม่ทักเราเราอาจเกิดความรู้สึกได้ต่างๆกันไป แล้วแต่ว่าเราคิดถึงเรื่องนี้ว่าอย่างไร ถ้าเราคิดว่าเพื่อนไม่ทักเราเพราะว่าเรามันคงไม่ดีพอ ไม่อยู่ในสายตาไม่สำคัญ ผู้คนเขาคงไม่อยากเสียเวลามาคบหาเรา! เราก็จะมานั่งเศร้าซึม ท้อแท้ใจ แต่ถ้าเราคิดว่าเพื่อนคนนี้นิสัยไม่ดีไม่มีมารยาทเราก็จะรู้สึกโกรธแต่ถ้าเราคิดว่าเขาคงกำลังรีบร้อน ไม่ทันเห็นเราเราก็คงจะรู้สึกเฉยๆไม่เดือดร้อนใจอะไรนี่เป็นตัวอย่างที่แสดงว่าเมื่อมีเหตุการณ์หนึ่ง เกิดขึ้นเราอาจเกิดความรู้สึกได้หลายแบบโดยที่เราจะรู้สึกอย่างไรขึ้นกับว่าเราคิดอย่างไรกับเรื่องนั้น

 คนที่ซึมเศร้าง่ายมักคิดถึงเรื่องต่างๆในทางที่เลวร้ายกว่าความเป็นจริง วิธีคิดแบบนี้เป็นสิ่งที่สั่งสมมาจากประสบการณ์ในอดีตจนเกิดเป็นแนวโน้มหรือ"นิสัย"ในการคิดแบบหนึ่ง ทำให้ต้องรู้สึกเศร้าโดยไม่จำเป็นบ่อยๆ

ความคิดดังกล่าวนี้เกิดขึ้นรวดเร็วมากและเรามักเชื่อว่าสิ่งที่เราคิดนั้นเป็นความจริง แต่เราสามารถแก้ไข "นิสัย" ในการคิดได้และเมื่อความคิดเปลี่ยนอารมณ์ของเราก็จะเปลี่ยน

หัดจับความคิดที่ผุดขึ้นมา

เมื่อไรก็ตามที่เรารู้สึกซึมเศร้าท้อแท้ใจให้หยุดสักประเดี๋ยวแล้วลองนึกดูว่าตะกี้เกิดอะไรขึ้น เช่นเจ้านายดุเอา ลูกค้าปฏิเสธไม่ซื้อของ เห็นเด็กคนหนึ่งถูกเพื่อนรังแกเห็นผู้ชายผู้หญิงเดินด้วยกัน หรือการนึกถึงเรื่องเก่าๆ

ให้สังเกตุว่าพอเกิดสิ่งนั่นขึ้นแล้วเราเกิดความคิดอะไรผุดขึ้นมา? เช่นอาจเกิดความคิดผุดขึ้นมาในสมองว่า “เราทำผิดอีกแล้ว“ “เรามันคนไม่มีอะไรดี” “ใครๆเขาคงจะมองว่าเราโง่” “ใครๆเขาก็ไม่อยากคบเรา” “ทำไมคนอื่นเขามีความสุขหวานชื่นกันแต่ตัวเรามีแต่ความอ้าวว้างเปล่าเปลี่ยว” ฯลฯ การคอยจับความคิดที่ผุดขึ้นมานี้ไม่ใช่สิ่งที่เราทำกันตามปกติดังนั้นในช่วงแรกๆอาจรู้สึกว่ามันไม่ค่อยง่าย เท่าไรแต่เมื่อเราหัดทำและเริ่มคุ้นเคยเราจะทำได้เร็วขึ้น

ความคิดที่ผุดขึ้นมานั้น “แม่น” แค่ไหน?

เมื่อเราจับความคิดที่ผุดขึ้นมาและทำให้เราเศร้าได้แล้วให้ลองพิจารณาว่าความคิดอันนั้นมันถูกหรือผิด อย่างไร ความคิดอันนั้นอาจจะ "ถูก" ก็ได้ ให้พยายามหาคำตอบว่ามันน่าจะ "ถูก" เพราะอะไร เหตุผลที่นำมาสนับสนุนว่าความคิดนี้"ถูก"อาจมีได้หลายอย่างเช่นคนตะกี้อาจจะคิดว่าเราโง่จริงๆ เพราะดูเขาเบื่อๆเวลาคุยกับเรา หรือ วันก่อนเราก็โดนเพื่อนๆโห่เอาและมีคนพูดว่าเราถามคำถามอะไรโง่ๆ
ขั้นต่อไปคือลองพิจารณาว่าความคิดอันนั้นมันอาจจะไม่ค่อยถูกเท่าไรก็ได้เพราะอะไรบ้าง เช่น อาจจะมีบางคนคิดว่าเราโง่แต่คงไม่ทุกคนหรอกและคงเป็นไปไม่ได้ที่ทุกคนจะคิดเหมือนกันไปหมด
สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือถ้าเราคิดได้ว่าความคิดที่ผุดขึ้นมานั้นมันไม่จริงหรือไม่ค่อยแม่นเท่าไรอารมณ์ของเรา จะดีขึ้นทันทีอย่างน้อยก็ชั่วขณะหนึ่งจนกว่าเราจะเผลอไปคิดแบบเดิมอีกซึ่งเราก็ต้องมาทบทวนความคิด ใหม่อีกเมื่อเราฝึกการตรวจสอบความคิดแบบนี้จนชำนาญขึ้นเราก็จะไม่ค่อยต้องรู้สึกซึมเศร้าโดยไม่จำเป็น บ่อยนัก

แล้วถ้าเกิดคิดได้ว่ามันไม่เลวร้ายจริงแต่อารมณ์ก็ยังไม่ดีขึ้นล่ะ?

เหตุการณ์แบบนี้อาจเกิดขึ้นได้และมักเกิดจากการตอบไม่ตรงกับใจคือตัวเราเองอาจจะไม่เชื่อคำตอบ ที่เราคิดออกมาว่าความคิดที่ผุดขึ้นมานั้นจริงหรือไม่จริงเพราะอะไร หรืออาจเป็นเพราะเชื่อ "แต่....." คือมีความคิดในแง่ร้ายบางอย่างผุดขึ้นมาหักล้างมันดังนั้นถ้าคิดได้ว่าความคิดเดิมไม่แม่นแล้วก็ยังไม่ดีขึ้น ให้ลองคิดดูใหม่ ถ้ามี "แต่..." ก็ให้ทำแบบเดียวกับ "แต่..." อันนั้นคือ "แต่..." อาจจะจริงเพราะ... หรืออาจจะไม่จริงเพราะ...

แล้วถ้าคิดออกมาแล้วมันจริงล่ะ?

เราไม่ได้พยายามโน้มน้าวให้ใครๆพยายามมองโลกในแง่ดีเอาไว้ก่อนแต่เราอยากให้ทุกคนฝึกการมองโลก ให้แม่นขึ้น หลายๆครั้งความคิดที่ทำให้เรารู้สึกเศร้าซึมอาจจะแม่นก็ได้ เพื่อนๆมองว่าเราโง่จริงๆ เพื่อนๆมองว่าเราไม่มีความสามารถ ไม่สำคัญ เวลาเดินสวนกันก็ไม่ทักเราซึ่งเป็นความรู้สึกที่ไม่ค่อยดีเลย สิ่งที่เราทำได้ก็คือ "คิด" ต่อ โดยมีแนวคิดได้ 2 ทางคือ

1.            ถ้ามันเป็นอย่างนั้นขึ้นมาจริงๆแล้วจะเป็นอะไรไป?
2.            ถ้ามันเป็นอย่างนั้นจริงๆแล้วเราจะทำอย่างไร?

ถ้ามันเป็นอย่างนั้นขึ้นมาจริงๆแล้วจะเป็นอะไรไป?

ถ้าเราคิดทบทวนดูแล้วเราก็ยังเชื่ออยู่ว่าสิ่งที่เราคิดนั้น “จริง” เราอาจจะลองคิดต่อไปว่าถ้ามัน “จริง” แล้วจะเป็นอะไรไป?

เราอาจจะตอบตัวเองว่าถ้าเพื่อนไม่อยากคบเราเราก็คงจะไม่มีเพื่อนซึ่งฟังๆดูก็น่าเห็นใจให้ถามตัวเอง 

ต่อไปว่าถ้าไม่มีเพื่อนจริงๆแล้วมันจะเป็นอะไรไป?

เราอาจจะตอบว่าเราก็คงจะเหงาก็น่าเห็นใจจริงๆนะครับแต่ให้ถามตัวเองต่อไปอีกว่าถ้าเราเหงาจริงๆ แล้วมันจะเป็นอะไรไป?

ถามตัวเองและตอบคำถามแบบนี้ไปเรื่อยๆ ในที่สุดเรามักจะพบว่าจริงๆแล้วมันก็ไม่ได้เลวร้ายมากนัก เช่น การที่เราไม่ใช่คนสำคัญในหมู่เพื่อนและเพื่อนๆมักจะมองข้ามเรานั้นอย่างมากก็มีเพื่อนน้อยลงซึ่งเรา ก็ยังมีชีวิตอยู่ได้สามารถเรียนจบทำงานได้แม้ว่าconnectionหรือเส้นสายจะน้อยไปสักหน่อยแต่ก็ไม่ถึงกับ จะหาความเจริญก้าวหน้าไม่ได้ การที่เราพบคำตอบแบบนี้จะทำให้อารมณ์ของเราดีขึ้นทันที
แต่ถ้าเมื่อถามตัวเองแล้วพบว่าสำหรับเราแล้วเรื่องนี้ยังมีความสำคัญมีความหมายมากอยู่ดี ให้พิจารณาขั้นตอนถัดไป

ถ้ามันเป็นอย่างนั้นจริงๆแล้วเราจะทำอย่างไร?

หลักมีอยู่ว่า "ทุกปัญหามีทางออกเสมอ" ไม่ว่าจะมีปัญหาอะไรเกิดขึ้น ไม่ว่าปัญหาจะเลวร้ายเพียงใด มีทางออกเสมอและก็มักจะมีหลายทางออกด้วยเช่นคนที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ก็มีทางออกตั้ง หลายทางเช่นเรียนมหาวิทยาลัยเปิดหรือมหาวิทยาลัยเอกชนรอสอบใหม่ปีหน้า หางานทำหาอะไรเรียน เล่นๆไปก่อน หรือแม้แต่อยู่บ้านเฉยๆนั่งกินนอนกินไปสักปีแต่คนที่กำลังอยู่ในอารมณ์ซึมเศร้าจะ คิดอะไรไม่ออก มองไม่เห็นทางออกทางอื่นนอกจากตายดีกว่า

หลักข้อต่อไปก็คือ"ทุกทางออกจะมีทั้งข้อดีและข้อเสีย"ไม่มีทางใดที่มีแต่ข้อดีในขณะเดียวกันก็ ไม่มีทางใดที่มีแต่ข้อเสียเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ก็ไปเรียนมหาวิทยาลัยเปิดก็ได้ข้อดีก็คือได้ที่เรียน ข้อเสียก็คืออาจจะต้องขวยขวายช่วยตัวเองในการเรียนมากหน่อยหรือสำหรับคนที่ยึดติดกับ "ยี่ห้อ" ก็อาจรู้สึกต่ำต้อยกว่าเพื่อนฝูงหรือรู้สึกเสียหน้าไปหน่อย การเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเอกชนอาจทำให้รู้สึก "ยืด"ขึ้นมานิดหนึ่งแต่ก็ต้องจ่ายเพิ่มมากกว่ากันอีกมากแม้แต่การ"ตายดีกว่า"ก็มีข้อดีเพราะตายแล้ว ไม่ต้องรับรู้อะไร แต่ก็มีข้อเสียมากมายอย่างที่เราก็ทราบกัน ดังนั้นทุกทางออกมีทั้งข้อดีและข้อเสียทั้งนั้น
ข้อดีอย่างเดียวกันสำหรับคนๆหนึ่งอาจมีความหมายมากแต่สำหรับอีกคนหนึ่งอาจไม่ค่อยสำคัญนัก ในทำนองเดียวกันข้อเสียอย่างเดียวกันสำหรับคนๆหนึ่งก็อาจเลวร้ายมากแต่สำหรับอีกคนหนึ่งเขาอาจ จะรู้สึกเฉยๆไม่ค่อยเดือดร้อนมากนัก

ในคนๆเดียวกันในขณะหนึ่งเรื่องบางเรื่องอาจจะสำคัญมากแต่ในอีกเวลาหนึ่งอาจจะไม่ค่อยสำคัญก็ได้ ดังนั้นเมื่อคิดได้ว่าเราน่าจะเลือกทางออกทางไหนดีแล้วถ้ายังไม่รีบมากให้ชลอเรื่องไว้ก่อนอย่าเพิ่งลงมือทำ อีก2-3วันลองกลับมาคิดเรื่องเดิมใหม่เพราะเมื่ออารมณ์เปลี่ยนไปน้ำหนักของความสำคัญของข้อดีและ ข้อเสียแต่ละข้อจะเปลี่ยนไปทางออกที่เราจะเลือกก็จะเปลี่ยนไปแต่เมื่อเราคิดใหม่หลายๆครั้งสิ่งที่เรา จะเลือกจะเริ่มไม่ค่อยเปลี่ยนและน่าจะเป็นทางออกที่สมเหตุผลและตรงกับใจของเราที่สุด
  
สรุป

ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นเราจะรู้สึกอย่างไรขึ้นกับว่าเราคิดถึงเรื่องนั้นว่าอย่างไรคนที่ซึมเศร้าง่ายมักมี แนวโน้มที่จะคิดถึงเรื่องต่างๆในแง่ร้ายทำให้รู้สึกเศร้าโดยไม่จำเป็นอยู่บ่อยๆ

เราสามารถแก้ไขความคิดของเราได้โดยพิจารณาความคิดที่เกิดขึ้นว่ามีส่วนถูกหรือไม่ถูกอย่างไร ถ้าเราพบว่าความคิดนั้นไม่ค่อยถูกนักอารมณ์เศร้าของเราจะดีขึ้นทันที

แต่ถ้าเราคิดแล้วพบว่าความคิดนั้นถูกต้องสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเลวร้ายจริงเราสามารถคิดต่อไปได้ 2 แนวทางคือ
1.            แล้วมันจะเป็นอะไรไป บ่อยครั้งเรามักจะพบว่าสิ่งที่เรากังวลนั้นมันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด

2.            แล้วเราจะทำอะไรได้บ้าง เป็นการหาทางออกให้กับปัญหาที่เกิดขึ้น ทุกปัญหามีทางออก แต่ทุกทางออกจะมีทั้งข้อดีและข้อเสีย

เลือกทางออกที่สำหรับเราแล้วมีข้อดีมากที่สุดและข้อเสียน้อยที่สุด

ผศ.นพ.สเปญ อุ่นอนงค์
รพ.บำรุงราษฎร์
www.infomental.com/cbt.htm
เครดิตภาพ https://www.pinterest.com/diamondkandace/crafts-for-christmas/

Saturday, September 14, 2013

5 วิธีที่จะช่วยให้คุณจัดการกับความเหงา





ใครที่รู้ตัวว่าเป็นคนขี้เหงา ลองมาดูวิธีแก้ปัญหาความเหงาในเบื้องต้นเหล่านี้ แล้วนำเอาไปปรับใช้ในชีวิตจริงกัน

1. ทำความเข้าใจเป็นอันดับแรกก่อนว่า ไม่ว่าใครก็ตาม ย่อมที่จะเกิดความรู้สึกเหงาได้เหมือนกัน

ดังนั้น ความเหงาจึงไม่ได้เป็นสิ่งผิดปกติในตัวคุณ มันเป็นแค่การเปลี่ยนแปลงในช่วงหนึ่งของชีวิต และมันอาจเกิดขึ้นจากกรณีอย่างเช่น คุณเอาใจของตัวคุณเองนั้นไปผูกพันกับสิ่งหนึ่งสิ่งใด ( เมื่อใจของคุณผูกพันอยู่กับสิ่งที่ไม่ใช่ของของคุณ ก็จะทำให้คุณรู้สึกเหงานั่นเอง)

2. โทรศัพท์ และออกไปหาคนที่คุณรู้จัก

ลองโทรศัพท์ไปหาคนที่ไม่เคยได้คุยกันเป็นเวลานาน แล้วนัดมาพบกัน คนๆ นั้น อาจจะเป็นเพื่อนของคุณสมัยเรียนมหาวิทยาลัย หรือเป็นเพื่อนที่เคยร่วมทำกิจกรรมด้วยกัน หลังจากนั้นจึงหากิจกรรมทำกับกลุ่มเพื่อน เช่นนัดกันไปดูหนัง ไปเที่ยวสวนสนุก เที่ยวสวนสัตว์ หรือดีที่สุด ก็กลับไปเยี่ยมอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยที่คุณเรียนจบมา

3. เปิดเผยตนเอง และรู้จักสร้างความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง

คุณอาจเริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการพูดสิ่งที่อยู่ในใจคุณออกมา เช่น คุณพบคนๆ หนึ่ง ซึ่งยืนอยู่ข้างๆ คุณที่ป้ายรถเมล์ และกำลังอ่านหนังสือเล่มที่คุณชอบ คุณอาจถามเขาว่า คนเขียนหนังสือเล่มนี้ ได้เขียนงานเล่มอื่นออกมาอีกไหม การได้ทำเรื่องง่ายๆ เช่นนี้ เป็นสิ่งที่ดี เพราะคุณก็จะได้เพื่อนใหม่ และจำเอาไว้ว่า คุณไม่จำเป็นที่จะต้องรู้สึกแย่ หากพูดไปแล้วไม่มีสัญญาณตอบรับกลับมา

4. หากิจกรรมทำแบบง่ายๆ สนุกๆ

เช่น ออกไปเดินเล่นใกล้ๆ บ้าน หรือปั่นจักรยานในวันเสาร์อาทิตย์ นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมต่างๆ อีกมากมายที่คุณสามารถหาข้อมูลได้ในอินเตอร์เนท ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรม การเล่นดนตรีในสวนสาธารณะ กิจกรรมการออกกำลังกาย กิจกรรมการนัดรวมกลุ่มของแม่บ้านเพื่อทำงานประดิษฐ์ กิจกรรมเรียนตัดผมและออกเป็นอาสาสมัครตัดผมให้เด็กๆ ฟรี กิจกรรมนั่งสมาธิและปฏิบัติธรรม กิจกรรมอาสาสมัครพัฒนาชุมชน และกิจกรรมอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก เพียงแค่คุณลองหากิจกรรมที่เหมาะสมกับตัวเองดู ก็จะช่วยให้คุณก็จะหายเหงาได้

5. ทำตัวเองให้มีความสุข ด้วยการมีทัศนคติในด้านบวก

เพราะ ทุกๆ สิ่งที่เกิดขึ้น ก็แค่ขึ้นอยู่กับว่าเราจะตีค่าให้กับมันอย่างไร จะว่าไปแล้ว เรานั้นก็เกิดมาตัวคนเดียว เวลาที่จากโลกนี้ไป ก็ไปเพียงคนเดียว ดังนั้น ถึงแม้เราต้องใช้ชีวิตตัวคนเดียว ก็ไม่ควรจะเสียเวลาไปกับความเหงามากนัก เพราะความเหงาจะเข้ามาแย่งพื้นที่ความสุขส่วนหนึ่งของชีวิตเราไป

ขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.naddate.com, http://guru.google.co.th/guru/thread?tid=430393150aa76acd

Wednesday, September 11, 2013

6 วิธีผ่อนคลายแบบง่ายๆ




เพราะความเครียดเกิดขึ้นได้ทุกที่ ทุกเวลา การหาวิธีผ่อนคลายตัวเองจากความเครียด จึงมีความจำเป็น วันนี้จึงมีวิธีผ่อนคลายง่ายๆมากฝากกัน

การยืนเอาปลายนิ้วมือแตะปลายนิ้วเท้า จะทำให้ผิวหน้าดูสดใส : ให้เอาปลายนิ้วมือแตะที่ปลายนิ้วเท้า ก้มตัวต่ำๆ ค้างไว้นับ 1-30 แล้วค่อยๆ ยืนขึ้น จะส่งผลทำให้โลหิตบริเวณหนังศีรษะและใบหน้าหมุนเวียนได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งก็จะส่งผลทำให้ผิวหน้าดูสดใสขึ้นด้วย

ฝึกกลั้นหายใจ สามารถชะลอหน้าไม่ให้แก่ก่อนวัย : หายใจออกทางปากอย่างช้าๆ จนสุดลม แล้วหายใจเข้าทางจมูกอย่างช้าๆ ให้เต็มปอด กลั้นไว้ระยะหนึ่ง แล้วจึงหายใจออกอย่างช้าๆ ทำแบบนี้วันละ 2 ครั้งๆ ละ 20 นาที จะช่วยชะลอผิวไม่ไห้แก่ก่อนวัยและลดรอยหมองคล้ำ

กินส้มช่วยแก้อาการเซ็ง : สาเหตุก็เพราะ การรับประทานส้มโดยปอกเปลือกเอง จะมีกลิ่นส้มที่ช่วยทำให้รู้สึกผ่อนคลาย และวิตามินซีที่ร่างกายได้รับในจำนวนที่เพียงพอ ช่วยให้สมองหลั่งฮอร์โมนที่ทำให้คลายเครียดลงได้ดีออกมาด้วย

กินช็อกโกแลต ช่วยลดอาการแก้ไอ : สาเหตุก็เพราะ โกโก้ที่ใช้ทำช็อกโกแลตมีสารที่ชื่อว่า ธีโอโบรไมน์ จะออกฤทธิ์ที่เส้นประสาท ชื่อเวกัสเนอร์ที่ทำหน้าที่ที่เกี่ยวกับการไอ ทำให้สามารถหยุดอาการไอเรื้อรังอย่างได้ผล

กินบ๊วยช่วยเพิ่มกำลัง : สาเหตุก็เพราะ การที่คนเรามีอาการเหนื่อย อ่อนเพลียก็เพราะ กรดในเลือดสูงร่างกายไม่สามารถปรับดุลความเป็นด่างได้ทัน แต่บ๊วยมีความเป็นด่าง Ph 7.35 ใกล้เคียงกับเลือดของคนเรา การกินบ๊วยจึงช่วยถ่วงดุลความเป็นด่างได้

กินเนยก่อนนอน ทำให้นอนหลับสนิทขึ้น : สาเหตุก็เพราะ ในเนยมีกรดอะมิโนที่มีชื่อว่า ทริปโตพันซึ่งมีสรรพคุณช่วยให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย และสะกดให้หลับได้สนิทดีขึ้น

แหล่งที่มา  http://www.thaihealth.or.th/healthcontent/healthtips/16116
เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/pin/5066618307923743/

Monday, September 9, 2013

ทำอย่างไร ....... เวลาเสียใจหรือผิดหวังมากๆ



ทำกิจวัตรประจำวันที่ปกติ ให้ปกติที่สุด

อย่าทำอะไรนอกเหนือจากสิ่งที่ปกติมากนัก
พยายามอย่าอยู่คนเดียว ยกเว้นตอนนอน
และหลีกเลี่ยงการนอนไม่หลับ คิดเรื่องนู่น นี่ นั่น
วกไปวนมาก็ไปคิดเรื่องที่ผิดหวังมาก ๆ อยู่ดี

เปลี่ยนแปลงตัวเอง ให้ตั้งความหวังให้น้อยลง ..
เวลาหวังอะไร เผื่อใจให้ความผิดหวังไว้บ้าง
คิดในแง่ว่าถ้าเกิดไม่เป็นดังหวังจะเป็นเช่นไร จะทำอย่างไร
เวลาผิดหวังจะได้ไม่เจ็บไม่เสียใจมาก ๆ

เวลา .. จะทำให้ลืมเรื่องราวเจ็บปวดไปได้
แล้วคุณจะผ่านมันไปได้

ความเสียใจ ความผิดหวัง คือสิ่งที่ทำให้ชีวิตมีประสบการณ์
คือสิ่งที่ทำให้คุณผ่านอุปสรรคต่าง ๆ ในอนาคตได้
เก็บเกี่ยวประสบการณ์ .. เริ่มจากเลิกคิด เลิกเสียใจ ในสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว
และไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขอะไรได้ ..

และ จงอย่าสิ้นหวังค่ะ ..

http://guru.google.co.th/guru/thread?tid=5b22ba5c1af56b5d